วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้าปลีกไทยจ่อยึดหัวหาดเออีซี "ก่อศักดิ์" กับสูตรความสำเร็จ "เซเว่น อีเลฟเว่น"

ค้าปลีกไทยจ่อยึดหัวหาดเออีซี "ก่อศักดิ์" กับสูตรความสำเร็จ "เซเว่น อีเลฟเว่น"

  • Share:

“บิ๊กซีพีออลล์” ลั่นเปิดเสรีเออีซี ค้าปลีกไทยมีแต่ลู่ทางสยายปีก ทุนนอกแจ้งเกิดยากในไทย เล็งสยายปีกเซเว่นฯบุกแดนมังกร พร้อมแนะธุรกิจไทยเร่งพัฒนาบุคลากรรองรับกระแสลงทุนไหลบ่าเข้าไทย

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก “เซเว่น อีเลฟเว่น” เปิดเผยถึงแนวโน้มการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดหลังการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ว่า แม้หลายฝ่ายแสดงความห่วงใยว่าเด็กไทยจะแข่งขันในตลาดเออีซีได้ลำบาก เพราะเด็กไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษหรือภาษาอาเซียน แต่ตนมองว่าเด็กไทยไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษหรือภาษาอาเซียนอื่นๆ เพราะเราไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร และเป็นการมองที่เปลือกนอกเท่านั้น

“จะเก่งภาษาเพื่อหวังไปทำงานเมืองเขา หรือเขาเข้ามาทำงานเมืองเราเท่านั้นหรือนั่นแค่เปลือกนอก สิ่งที่เราต้องมีก็คือฝึกอบรมเด็กไทยให้เป็นคนดี มีความรับผิดชอบเก่งในงานที่รับผิดชอบสามารถรับมือได้หมด”

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากเห็นก็คือธุรกิจใหญ่ๆที่มีความพร้อมอย่างเครือสหพัฒน์ หรือกลุ่มปตท.เข้ามามีส่วนในการตั้งมหาวิทยาลัย ตั้งสถาบันฝึกอบรมเด็กรองรับการเปิดเสรีเออีซีที่จะมีขึ้น โดยใช้โรงงานและเครือข่ายที่มีเป็นสถานที่ฝึกอบรม ให้เด็กได้เรียนรู้ประสบการณ์จริง ทำงานจริง ได้สัมผัสและซึมซับกับวัฒนธรรมองค์กร หากทำได้ก็เชื่อแน่ว่าเด็กไทยธุรกิจไทยสู้ได้หมด

ค้าปลีก-โมเดิร์นเทรดไทยที่ 1 ในเออีซี

กับศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดของไทยหลังการเปิดเสรีเออีซี นายก่อศักดิ์กล่าวว่า ธุรกิจค้าปลีกไทยสามารถแข่งขันได้อยู่แล้ว เพราะตลาดค้าปลีกไทยนั้นได้ชื่อว่าเป็นที่ 1 ในภูมิภาคนี้และอยู่ในระดับแถวหน้าของตลาดค้าปลีกโลก “ค้าปลีกไทยเป็นที่ 1 ในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว และเป็นที่ 3 ของโลกรองจากอเมริกา ญี่ปุ่น อย่างเพื่อนบ้านมาเลเซียนั้นเขามีอยู่เพียง 1,000 สาขา เทียบกับประชากร 20 ล้านคน สิงคโปร์มีอยู่ราว 100 กว่าสาขา ฟิลิปปินส์มีอยู่ 700-800 สาขาเท่านั้น”

ดังนั้น ตลาดค้าปลีกและโมเดิร์นเทรดจริงๆนั้นอยู่บ้านเราอยู่แล้วไทยเราเป็นเจ้าตลาดอยู่แล้วจึงไม่น่าเป็นห่วงอะไร ในส่วนของเซเว่นฯนั้น ยังไม่คิดจะเข้าไปขยายตลาดในเออีซี เนื่องจากได้ไลเซ่นการทำตลาดเฉพาะในไทยเท่านั้น หากในอนาคตจะขยายไปทำตลาดอินโดจีนหรือเออีซีจะต้องเจรจากับเจ้าของไลเซ่นเพิ่มเติม “เรามุ่งที่จะขยายตลาดไปจีนมากกว่า แต่เนื่องจากตลาดจีนนั้นทางเซเว่น อีเลฟเว่นของญี่ปุ่นเป็นผู้ได้ไลเซ่นเข้าไปในจีน เราจึงมีการเจรจากับทางญี่ปุ่นซึ่งเดินหน้าไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว”

ร้านสะดวกซื้อเติบโต 200%

นายก่อศักดิ์ยังกล่าวถึงความสำเร็จของเซเว่นฯในปัจจุบันเกิดจากการทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง เราต้องพัฒนาระบบไอที ระบบการบริหารจัดการทุกอย่างของเราเองขึ้นมาเพื่อให้บริการร้านอิ่มสะดวกทั้ง 6,400 สาขา ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจุดแข็งที่ว่านี้จึงยากที่จะมีใครเข้ามาเจาะตลาดได้

ส่วนแนวโน้มตลาดร้านสะดวกซื้อในไทยนั้น เชื่อว่ายังสามารถเติบโตไปได้อีกมาก หากดูจากต้นแบบร้านสะดวกซื้อในญี่ปุ่นที่มีทุกประเภทรวมกันกว่า 60,000 แห่ง เทียบกับจำนวนประชากรราว 120 ล้านคน ขณะที่ไทยมีประชากร 65 ล้านคน ก็น่าจะมีร้านสะดวกซื้อในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 30,000 แห่ง เช่นกัน “ปัจจุบันร้านสะดวกซื้อรวมทุกประเภทในไทยมีอยู่ราว 10,000 แห่งเท่านั้น เป็นของเซเว่น อีเลฟเว่น 6,400 แห่ง ที่เหลือกระจายกันไปทั้งแฟมิลี่ มาร์ท 108 ช็อป บิ๊กซี โลตัส ฯลฯ ทำให้เห็นแนวโน้มที่ยังสามารถเติบโตไปได้อีกถึง 200%”

สำหรับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในปัจจุบันมีสาขาอยู่กว่า 6,400 สาขาให้บริการประชาชน 7.5 ล้านคน โดยในปี 54 ที่ผ่านมามีรายได้ 159,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ 7,274

ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.4% ส่งผลให้ซีพีออลล์และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 161,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% และมีกำไรสุทธิกว่า 8,000 ล้านบาท “การที่เซเว่นฯมีรายได้และอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนนโยบายจากร้านสะดวกซื้อมาเป็นร้าน “อิ่มสะดวก” โดยเพิ่มสัดส่วนสินค้าอาหารพร้อมรับประทานและเครื่องดื่มที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าสินค้าอุปโภค”

ในส่วนของร้านเซเว่นฯที่มีอยู่ในปัจจุบัน 6,400 สาขานั้น เป็นร้านในระบบแฟรนไชส์ 53%และบริษัทยังคงมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนร้านเซเว่นฯในระบบแฟรนไชส์เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผู้สนใจทำธุรกิจร้านอิ่มสะดวกสามารถที่จะเดินเข้ามาติดต่อ หรือรับเอาร้านอิ่มสะดวกที่บริษัทบริหารอยู่ไปดำเนินการต่อได้ ภายใต้การบริหารจัดการและระบบที่ซีพีออลล์วางเอาไว้ โดยเฉลี่ยต่อสาขามีระดับการลงทุนอยู่ในราว 1.5-3.5 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้