ข่าว
100 year

‘ปีเตอร์ ไนท์’ กับบทพระเอกครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่องแรกของชีวิต

29 ก.พ. 2555 05:00 น.
SHARE

สัปดาห์นี้เทรนดี้มีโอกาสได้พูดคุยกับพระเอกใหม่ ที่ดังตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ‘407 เที่ยวบินผี’ ที่แสดงนั้นยังถ่ายทำไม่เสร็จด้วยซ้ำ เพราะตกเป็นข่าวกิ๊กม่ายสาวทรงเสน่ห์ ‘มาช่า วัฒนพานิช’…

“ปีเตอร์ ไนท์” พนักงานออฟฟิศของบริษัทต่างประเทศที่ทำธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก จับพลัดจับผลูได้มาเป็นพระเอกเอ็มวีและภาพยนตร์โฆษณาหลายต่อหลายเรื่อง แต่ล่าสุดกับตำแหน่งที่ใหญ่กว่านั้น เขาใช้เวลาเพียง 10-15 นาที คว้าบท ‘แบงค์’ วิศวกรหนุ่มประจำสายการบินผี พระเอกภาพยนตร์หนังผีในระบบ 3 มิติที่สมบูรณ์แบบเรื่องแรกของไทย ‘407 เที่ยวบินผี’ ไปนอนกอดได้สำเร็จ ซึ่งปีเตอร์เล่าถึงการได้รับบทพระเอกครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่องแรกของชีวิตอย่างตื่นเต้น อีกทั้งเปิดซิงการแสดงด้วยการประกบคู่กับนักแสดงเจ้าบทบาทอย่าง ‘มาช่า’ ที่หนุ่มคนนี้บอกว่ากดดันสุดๆ รวมถึงความสุขที่งานประจำกับบทบาทในวงการบันนเทิงสามารถเดินควบคู่ไปด้วยกันได้เป็นอย่างดี

Q : เข้าวงการมาได้ยังไง?

A : “ตอนผมเพิ่งมาอยู่นี่ประมาณปีสองปีครับ แล้วก็มีคนมาเสนอว่าอยากเซ็นสัญญาอะไรกับใครไหม แล้วเขาก็ยื่นนามบัตรให้แล้วให้ผมไปแคสงานพอไปแคสก็ได้งาน แล้วก็มีโมเดลลิ่งหลายๆ ที่มาหาเราว่าสนใจจะไปแคสงานไหม ผมก็ไปแคสๆ เรื่อยๆ เพราะงานผมทำตอนเย็นกลางวันผมว่างก็เลยไปแคส ก็ได้งานมาแล้วเขาก็ส่งผมไปแคสหนังเรื่องนี้ประมาณ 10-15 นาทีผมก็ได้เลย (ยิ้ม)”

Q : รับบทเป็นใครในเรื่อง ‘407 เที่ยวบินผี’?

A : “ผมรับบทเป็นแบงค์ ซึ่งเป็นวิศกรประจำเครื่องของ sunset airline ที่บังเอิญไปติดอยู่ใต้เครื่องบินด้วยเรื่องราวทั้งหมดก็จะเกิดขึ้นบนเครื่องบินที่ผิดปกติมีความน่ากลัว แล้วตัวแบงค์เองเป็นคนค่อนข้างที่จะเก่ง แล้วรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบช่วยเหลือชีวิตทุกคนให้ได้”

Q : รู้สึกยังไงบ้างที่เล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตก็ได้เป็นพระเอกเลย?

A : “ก่อนหน้านี้ผมก็ถ่ายโฆษณาเล่นเอ็มวีครับ พอได้มารับเล่นเรื่องนี้ตอนแรกตื่นเต้น กลัวมากครับว่าจะทำได้หรือเปล่า เรื่องของเรื่องคือผมอ่านภาษาไทยไม่ค่อยออกด้วย จริงๆ อ่านได้ครับ แต่จะช้ามาก ผมต้องมานั่งอ่านบทเป็นเล่มอย่างนี้ ทีมงานบอกว่าจะถ่ายภายในหนึ่งเดือน ผมก็คิดว่าจะทำได้เหรอ ทั้งเรียนทั้งอ่านบท แล้วผมทำงานมีงานประจำของผมอยู่แล้วด้วย ผมเลยค่อนข้างที่จะกลัวว่าจะทำไม่ได้ พอเขาบอกว่าโอเคเอาน้องคนนี้ ผมก็ใช่เหรอพี่ ชัวร์เหรอ (หัวเราะ)”

Q : ทำให้เรากดดันมากไหม?

A : “กดดันครับ ทุกคนเขาก็ตั้งใจ มีฝีมือ ผมกดดันตรงที่เราจะทำให้งานเขาเสียหรือเปล่า แต่เวลาผมทำอะไรผมก็ตั้งใจอยู่แล้วครับ ถามคนอื่นได้เลย (หัวเราะ)”

Q : พอรู้ว่าจะได้เล่นประกบกับนักแสดงเจ้าบทบาท ‘มาช่า’ รู้สึกยังไง?

A : “จริงๆ ตอนแรกบอกว่าเล่นกับพี่ช่าเหรอ เราก็โอเคยังไม่ได้คิดอะไร แต่พอมาเจอตัวจริงแล้วเราถึงจะคิดว่าเราได้เล่นหนังกับพี่ช่านี้หว่า ตอนแรกก็จะเกร็งนิดนึง เพราะเราก็ไม่อยากจะเป็นตัวถ่วง อยากให้เขาแฮปปี้นิดนึงครับ เพราะรู้ว่าเขาก็เป็นมืออาชีพและเราก็กลัวว่าการที่เราเป็นนักแสดงมือใหม่ จะทำให้งานเขาช้าหรือเปล่า พี่เขาจะเซ็งเราหรือเปล่า ผมก็พยายามจะทำให้มันดี แต่จริงๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยพี่เขาเป็นคนรักมาก เขาไม่ได้มีความหยิ่ง ความดุน่ากลัวอะไรเลย พี่เขาก็แนะนำการแสดง ผมถามพี่ช่าเพราะเข้าฉากกับพี่ช่าเยอะสุดครับ พี่เขาก็แนะนำมาครับ บางอย่างที่ผมติดผมจะถามหลายคนมาก”

Q : คุยกันบ่อยทำให้ถูกแซวว่าสนิทกันมาก?

A : “สนิทกันครับ มีฉากเข้าด้วยกันบ่อย บางฉากที่เราเล่นไปโดนเทกโดนสั่งคัตมั้ง เราก็ต้องมาเล่นใหม่ทำให้เราสนิทกันครับ พี่ช่าก็จะพยายามสอน บางครั้งผมจะติดเรื่องการพูดครับ ในบทผมเป็นวิศวกรต้องใช้ศัพท์เทคนิคเยอะมาก พี่ช่าเขาก็จะเห็นว่าผมพยายามท่องและพูดให้เป๊ะ พี่เขาก็จะบอกว่าใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดให้คิดว่าตัวเองเป็นอย่างนี้ๆ นะ แต่จริงๆ มันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาว่ากัน (ยิ้ม) การแสดงมันก็ง่ายจริงๆ แต่มันก็ยากในเวลาเดียวกันครับ เราต้องเป็นคาแรกเตอร์ตัวในให้ได้ครับ”

Q : เห็นบอกว่ามีงานประจำอยู่ด้วย ทำงานเกี่ยวกับอะไร?

A : “ผมทำงานกับบริษัทต่างประเทศที่เขาขายอสังหาริมทรัพย์ครับ ผมอยู่ฝ่ายออฟเปอร์เรชั่นของบริษัทนี้ ซึ่งขายที่ดินทั่วโลกเพื่อนผมเป็นเจ้าของบริษัท เขาก็จะส่งเอกสารของลูกค้ามาให้ผมดูว่าครบหรือเปล่ารายละเอียดถูกต้องไหม รายเซ็นเป๊ะไหม ถ้าไม่ถูกผมก็จะบอกว่าต้องตามเอกสารอันนี้นะประมาณนี้ครับ”

Q : คิดว่างานประจำกับงานในวงการบันเทิงสามารถควบคู่ไปด้วยกันได้ไหม?

A : “ผมหวังว่านะครับ (หัวเราะ) นั้นคือเป็นงานประจำของผมที่ผมทำมาค่อนข้างจะนานเหมือนกันครับแล้วเป็นอะไรที่มั่นคงเลยทีเดียว แต่ผมก็อยากทำด้านนี้ด้วยครับ ผมก็ชอบการแสดงมากพอมาเล่นแล้วได้ลองดูมันก็ใช่ แต่เรื่องการสัมภาษณ์หน้ากล้องผมยังไม่ค่อยชิน (ยิ้ม) คนเยอะๆ มาถาม มีหลายคนไมค์หลายไมค์แต่ผมก็ต้องชินไปเอง (ยิ้ม) ผมกลัวตลอดเวลาว่าผมจะพูดถูกไหมเขาจะเข้าใจเราหรือเปล่า”

Q : แล้วแบ่งเวลาการทำงานกันยังไง?

A : “เจ้านายผมก็รู้ว่าผมทำงานยังไง ผมเล่นหนัง เล่นโฆษณาเขาก็พอรู้ถ้ามีใครมาเสนอบทที่ค่อนข้างจะเยอะและนาน เพราะว่าผมต้องถามก่อนว่าจะใช้การถ่ายทำนานขนาดไหน ถ้าเกิดว่านานเกินไปผมก็คงรับไม่ได้ เรื่องของเรื่องเวลาไปแสดงที่กองก็ไม่ใช่เวลาจะเล่นตลอดเวลาบางครั้งผมก็เอางานไปทำที่กองก็ได้ครับต้องดู แต่ผมก็พยายามทำให้มันอยู่ด้วยกันให้ได้ครับ ผมไม่อยากทิ้งอันนี้ไปเมื่อมีโอกาสทำผมก็ทำต่อไป”

Q : เรียกว่าแฮปปี้กับงานทั้งสองที่เดินควบคู่ไปด้วยกันได้?

A : “แฮปปี้เลยแหละครับ ผมชอบการแสดงงานนี้เป็นอะไรที่ได้ปลดปล่อยดีครับ (ยิ้ม) ทุกครั้งที่ได้รับบทมาไม่ว่าจะเล่นเอ็มวีหรือโฆษณาก็เหมือนอยู่ในโลกแฟนตาซีที่เราไม่ได้เป็นตัวเรา ผมชอบตรงนี้”

Q : การที่เราไม่คล่องภาษาไทยมีอุปสรรคต่อการแสดงมากไหม?

A : “ก็มีนิดนึงครับ จะบอกว่าไม่มีเลยก็ดูโกหกไปไม่ใช่ว่าไม่ถนัดนะครับ แต่เรื่องของเรื่องผมจะติดเรื่องศัพท์ที่ภาษาไทยมีเยอะมาก ผมไม่รู้ศัพท์ที่ลึก อย่างเช่นใครปล่อยมุกมาผมก็จะนิ่งแป๊บนึง (หัวเราะ) คือบางมุกผมก็เก็ตนะครับ แต่ว่าลึกๆ เกินไปก็จะคิดว่ามันคืออะไร แต่ตัวผมเองก็ต้องพัฒนาตัวเองไม่ใช่ความผิดของใครเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าเป็นปัญหาแต่อย่างที่ครูผมบอกว่าผมมาแสดงไม่ได้จะให้คนดูมานั่งฟังผมพูดภาษาไทยชัด เขามาดูผมว่าผมเล่นเข้ากับคาแรกเตอร์หรือเปล่าซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นครับ” .

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้