ข่าว
100 year

การลาออกของน้าเน็ก

ธนา เธียรอัจฉริยะ7 ก.พ. 2555 16:30 น.
SHARE

น้าเน็ก  พิธีกรชื่อดังและเพื่อนร่วมคณะนักเขียนคอลัมน์ในไทยรัฐกับผม  เพิ่งมีงานแถลงข่าวช็อควงการด้วยการขอลาออกจากการเป็นพิธีกรทั้งแปดรายการ ทั้งๆที่อยู่ในช่วงที่กำลังพุ่งทะยานสูงสุดของอาชีพการงาน

ก่อนงาน แถลงข่าว หลายๆคนก็กะเก็งกันด้วยข่าวลือร้ายๆตามประสาสังคมไทย   บ้างก็ว่าน้าเน็กมีปัญหากับผู้จัด  บ้างก็ลือไปถึงว่าเป็นโรคร้ายต่างๆนานา  ไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริง ไม่มีใครคิดว่าอยู่ดีๆน้าเน็กจะทิ้งรายได้มหาศาลกับชื่อเสียงอันโด่งดังไป ดื้อๆได้

ผมได้มีโอกาสเจอและพูดคุยกับน้าเน็กในค่ำวันก่อนงานแถลง ข่าวหนึ่งวัน  ผมก็ถามไถ่ถึงเหตุผล  น้าเน็กก็เล่าให้ฟังแล้วก็ขอคำปรึกษานิดๆหน่อยๆ   ได้ฟังเรื่องราวของน้าเน็กแล้วก็คิดถึงตัวเองตามไปด้วย

น้าเน็กรู้ สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จมากเกินไปและเริ่มซ้ำซากจำเจกับงานการที่ทำ  น้าเน็กก้มหน้าก้มตาทำงานโดยที่ไม่ได้มีโอกาสหาความรู้ใหม่ๆให้ตัวเอง  ไม่ได้มีโอกาสแม้กระทั่งดูทีวีด้วยซ้ำทั้งๆที่ทำงานทีวี   หนังสือซื้อมาเป็นร้อยๆเล่มก็กองสุมเอาไว้ที่บ้าน

น้าเน็กเปรียบตัว เองเหมือนจรวดที่กำลังทะยานขึ้น  แต่มีเชื้อเพลิงไม่พอที่จะร่อนลงได้อย่างปลอดภัย   น้าเน็กคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องร่อนลงจอดเพื่อเติมเชื้อเพลิง  ขยายถังน้ำมันก่อนไปต่อ



น้าเน็กเริ่มรู้สึกโหยหาความรู้สึกตื่นเต้น ตอนที่ทำงานใหม่ๆ  ตอนที่พยายามลุ้นทำงานให้สำเร็จ  น้าเน็กใช้คำว่าเสพย์ติดกับการตามหาความสำเร็จมากกว่าชื่นชมกับความสำเร็จ ที่มีอยู่   น้าเน็กเลยอยากจะลองหยุดและถอยออกจากสิ่งตัวเองทำแบบโงหัวไม่ขึ้น เพื่อไปหามุมมองใหม่ๆ  หาความรู้ใหม่ๆเพื่อให้เกิดความคิดใหม่ๆขึ้นมาอีกครั้ง

เขาบอกผมตอนที่คุยกันค่ำนั้นว่า  เหมือนกับการถอยมาหนึ่งก้าวแล้วย่อตัวลง  เพื่อจะได้กระโดดให้สูงขึ้น

คุณ สรยุทธ์ถามน้าเน็กในการสัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ว่า  ไม่กลัวเหรอว่าเลิกไปแล้วคนจะลืม แล้วจะกลับมาทำงานพิธีกรอีกเหมือนเดิมไม่ได้  น้าเน็กก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่าถ้ามีอะไรใหม่ๆและเป็นที่ต้องการ ยังไงก็กลับมาได้  และการออกไปเที่ยวนี้ก็เพื่อที่จะพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะอยู่ในวงการที่ตัว เองรักได้นานๆ


วันที่คุยกันค่ำก่อนวันแถลงข่าว  น้าเน็กบอกว่าเขาคิดคล้ายๆผมตอนที่ผมออกจากดีแทค   ผมก็เข้าใจได้ทันที เพราะเหตุผลที่ออกจากดีแทคก็คล้ายๆน้าเน็ก   ผมเข้าใจถึงความอึดอัด  ความที่ทำเหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก  ความรู้สึกที่ไม่มีอะไรใหม่ๆเข้ามาในหัว ยิ่งทำยิ่งโง่ลงทุกวัน

ผมบอกน้าเน็กว่า  ตอนผมออกจากความคุ้นชิน  ความสะดวกสบายก็ตัดสินใจยากเหมือนกัน  และงานแรกที่เริ่มก็เรียกว่าล้มเหลวในสายตาคนอื่นด้วยซ้ำ   ไปอยู่บริษัทใหม่ อุตสาหกรรมใหม่ได้ไม่นานก็ไม่เป็นไปตามที่คิด ก็ต้องลาออกมา

แต่พอมองย้อนไปและรวมความล้มเหลวของงานใหม่อยู่ในนั้น  ผมกลับรู้สึกว่าได้ตัดสินใจถูกที่สุดในชีวิตที่เดินออกมา เพราะในความล้มเหลวนั้น  ผมได้เรียนรู้อะไรต่างๆมากมายเหลือเกิน  ได้ไปทำงานในที่ที่ไม่คุ้นชิน  ไม่สบายตัว   ได้ลองทำในวิธีการที่ตัวเองคิดแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ  ได้เรียนรู้ถึงความต่างของความคิดของคนในมุมที่ผมไม่เคยเจอ   ได้รับบทเรียนที่ดีๆมากมายที่ผมสามารถเอามาใช้ได้เยอะมาก ได้ฝึกความอดทนและรู้จักปล่อยวางจากการถูกนินทาว่าร้ายในเรื่องไม่จริง รวมถึงได้ทั้งเรื่องความรู้ของธุรกิจใหม่และความเข้าใจในความคิดของคน



หลัง จากมีเรื่องของน้าเน็กเข้ามาสะกิดใจให้นึกถึงการตัดสินใจของผมเมื่อปีที่แล้ว  ผมก็บอกกับคนรอบข้างว่าโชคดีที่ผมออกมาผจญภัย  เพราะปีนึงที่ผ่านมา  ผมเรียนรู้และมีอะไรเข้ามาในหัวเยอะมาก  ถ้าตัดสินใจอีกแบบนึง  ผมอาจจะมีสตางค์เยอะกว่านี้  แต่อะไรที่อยู่ในหัวในปีนี้ก็จะเท่าในปีที่แล้ว ความตีบตันทางความคิด  ความแคบของโลกทัศน์ก็คงจะเท่าเดิม  ที่เปลี่ยนไปคือแก่ขึ้นหนึ่งปี

น้า เน็กอธิบายความสนุกนี้ได้ดีกว่าผม  ความสนุกในการตามหาความสำเร็จที่แป้กบ้าง ล้มเหลวบ้างระหว่างทางนั้น มันสนุกและตื่นเต้นกว่าความสำเร็จมากมายนัก

 

 


ธนา เธียรอัจฉริยะ

 

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้