ข่าว
100 year

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้มเละ 'รศ.' สูญเงินร่วม30ล้าน

ไทยรัฐออนไลน์11 ม.ค. 2555 01:46 น.
SHARE

เลขาฯ ปปง.เต้นเตรียมออกหมายจับ หลัง ขรก.บำนาญเสียท่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง.ลวงเหยื่อมีชื่อในบัญชีเครือข่ายฟอกเงินของแก๊งยาเสพติด ต้องโอนเงินไปตรวจสอบกับแบงก์ชาติทำสูญกว่า 30 ล้าน...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวถึงความคืบหน้าในการสอบสวนเพื่อหาที่มาเงิน จำนวน 18.1 ล้าน ที่ยึดคืนมาได้จากแก๊งคนร้ายที่ปล้นบ้าน นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมว่า ขณะนี้ทาง ปปง. กำลังดำเนินการสรุปที่มาที่ไปของเงินจำนวนดังกล่าว เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาธุรกรรม ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 ม.ค.นี้ ส่วนการเรียกบริษัทก่อสร้างที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนนี้มาสอบปากคำ ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ต่อมา วันเดียวกัน รองศาสตราจารย์ นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 68 ปี ข้าราชการบำนาญ เข้าพบ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง.ให้ปากคำ หลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง.โทรศัพท์หลอกให้โอนเงินผ่านตู้ฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ 75 บัญชี จำนวน 269 ครั้ง มูลค่าความเสียหาย 26,750,185 บาท เหตุเกิดระหว่างวันที่ 21 ธ.ค.54-4 ม.ค.55 โดยหลอกว่า มีชื่ออยู่ในบัญชีเครือข่ายฟอกเงินของแก๊งยาเสพติด ต้องโอนเงินนำไปตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย นางน้อย กล่าวลำดับเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันพุธที่ 21 ธ.ค.2554 เวลาประมาณ 09.00 น. ตนได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรไทยว่า ตนเป็นหนี้บัตรเครดิตจำนวนหนึ่ง แต่ตนเอะใจว่า ปกติบัตรเครดิตของตนจะตัดรอบบัญชีทุกวันที่ 19 ของเดือน และตนได้จ่ายเงินค่าบัตรเครดิตเงินเข้าบัญชีแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. คนร้ายคนแรกก็ทิ้งท้ายไว้ว่า หากมีปัญหาให้โทรไปสอบถามตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้ ตนจึงโทรศัพท์ไปซักถามพร้อมชี้แจงว่า ปกติธนาคารกสิกรจะส่งสเตจเมนท์การใช้บัตรเครดิตมาที่บ้าน อีกทั้งตนได้จ่ายเงินค่าบัตรเครดิตไปแล้วตั้งวันที่ 19 ธ.ค. ทำไมวันที่ 21 ธ.ค. มีการทวงอีก และยอดเงินก็ต่างกันด้วย คนร้ายจึงโอนสายไปให้อีกคนคุย โดยอ้างว่าเป็นตำรวจยศ ร.ต.อ.บอกว่า มีคนเอาชื่อตนมาเปิดบัตรเครดิตของธนาคารกสิกรไทย สาขาพระราม 3 ตนจึงแย้งว่าบ้านตนอยู่คนละโซน ไม่ได้ไปทำบัตร

ผู้เสียหายเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กล่าวอีกว่า คนร้ายยังบอกตนว่า มีการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าไปแล้ว 2 รายการ รวม 3 หมื่นกว่าบาท คนร้ายยังถามตนต่อว่า รู้จักคนที่ชื่อสุจิตราหรือไม่ ตนบอกว่าไม่รู้จัก ทำไมเหรอ คนร้ายจึงบอกว่าผู้หญิงที่ชื่อสุจิตรา ถูกจับที่จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2553 เดิมเป็นเจ้าหน้าที่กสิกรไทย แต่ถูกไล่ออกเพราะเอาความลับของธนาคารไปขาย ก่อนผันมาเป็นผู้ค้ายาเสพติดจนถูกจับได้ และบังเอิญมีชื่อตนอยู่ในบัญชีฟอกเงิน เป็นจุดที่ทำให้ตนตกใจกลัวมาก และบอกว่าจะมีคนมาช่วย ให้คุยกับอีกสาย โดยเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงาน ปปง.โดยคนในสายแอบอ้างว่าเป็นท่านสีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาฯ ปปง.บอกว่า จะช่วยตน ขอให้ความร่วมมือและเก็บไว้เป็นความลับ ก่อนซักถามว่า มีสมุดบัญชีธนาคารที่ไหนบ้าง ตนบอกว่า จะฝากเงินที่สหกรณ์ คนร้ายพยายามถามว่ามีสมุดเงินฝากกี่เล่ม ยอดเงินจำนวนเท่าไหร่ พยายามให้ตนไปถอนเงินจากสหกรณ์ เพื่อนำไปฝากแบงก์ เพื่อเคลียร์บัญชีฟอกเงินให้

นางน้อย กล่าวต่อว่า ตนจึงพยายามถามว่า ทำไมต้องทำอย่างนี้ คนร้ายอ้างว่า รู้ไหมรัฐบาลไทยได้ผลิตแบงก์พันปลอม มากถึง 2-3 ล้านฉบับ เพื่อมาล่อซื้อยาบ้า จึงต้องมาตรวจสอบ ตนจึงหลงเชื่อว่าเป็นกระบวนที่รัฐจะตรวจสอบ ทุกวันระหว่างวันที่ 21 ธ.ค.54- 4 ม.ค.55 คนร้ายจะมีคำสั่งให้ตนเอาเงินไปโอนบัญชีของธนาคารกรุงเทพผ่านเครื่องฝากเงินอัตโนมัติที่คนร้ายให้มา โดยมีชื่อเจ้าของบัญชีชัดเจนทั้งชายหญิง ซึ่งตนก็ใช้เครื่องฝากเงินอัตโนมัติแถวบ้าน พร้อมกำชับตนห้ามนำเงินไปฝากที่แบงก์อื่น นอกจากนี้ตนไม่ทราบว่าโทรศัพท์มือถือของตนในช่วงนั้น ทำไมไม่สามารถโทรศัพท์ออกไปไหนได้ ทำให้ติดต่อญาติเพื่อปรึกษาไม่ได้ เพราะตนอยู่บ้านคนเดียว ทุกวันที่คนร้ายให้ตนไปโอนเงิน จะให้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของคนร้ายไว้ โดยโทรศัพท์กำกับตนทุกขั้นตอน ตนพยายามบอกว่า หอบเงินไปจำนวนมากเป็นอันตราย คนร้ายบอกว่า ไม่ต้องกลัว มีตำรวจนอกเครื่องแบบตามอารักขาอยู่ห่างๆ ทำให้ตนตายใจ ตอนหลังบอกว่าตนเป็นคนที่ช่วยเหลือประเทศชาติในการจับกุมคนร้าย โดยบอกว่า จับคนร้ายได้พร้อมยาบ้าและเงินในบัญชี จะให้โล่ชื่นชม ทำให้ตนรู้สึกว่า ตนเองช่วยประเทศชาติ จึงขอให้เป็นอุทาหรณ์และไม่คิดว่าตนจะโดน สิ่งที่ตนกลัวที่สุดจนถูกหลอก คือ ตกอยู่ในบัญชีผู้ฟอกเงิน จนสูญเงินที่เก็บสะสมมาเกือบ 40 ปี ตั้งแต่ยังสาว

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายมาพบตนเมื่อวันจันทร์ เพื่อขอเงินคืน จากการสอบปากคำจนมั่นใจว่า ผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง จึงรีบประสานธนาคารกรุงเทพ เพื่ออายัดเงินในบัญชีเครือข่ายของคนร้ายที่ให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้า 75 บัญชี จำนวน 269 ครั้ง มูลค่าความเสียหาย 26,750,185 บาท ทันที โดยตู้ฝากเงินอัตโนมัติสามารถรับฝากเงินได้ครั้งละ 1 แสนบาท ทำให้ผู้เสียหายต้องฝากกว่าสองร้อยครั้ง ซึ่งวันแรกพบว่า ผู้เสียหายโอนเงินให้คนร้ายวันเดียว 3 ล้านบาท เรื่องนี้ธนาคารต้องตรวจสอบผู้ที่มาเปิดบัญชี ต้องรายงานการทำธุรกรรมต้องสงสัย ตนจะให้ชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะตรวจสอบกับธนาคารว่า ทำไมคนร้ายถึงรู้ข้อมูลของผู้เสียหาย

รักษาการเลขา ปปง.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนจะประสาน กสทช.ว่า เหตุใดโทรศัพท์ผู้เสียหายโทรออกไปหาคนอื่นไม่ได้ และทำไมคนร้ายสวมหมายเลขโทรศัพท์ของ ปปง. โทรไปหาผู้เสียหายได้ ส่วนแนวทางการสอบสวน ได้นำผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. เพื่อร่วมกันสืบสวนสอบสวนติดตามจับตัวแก๊งคนร้าย ส่วนการติดตามเงินของผู้เสียหายคืน ตนได้สั่งอายัดบัญชีธนาคารของคนร้ายทั้ง 75 บัญชี ซึ่งเป็นต่างบุคคล กระจายอยู่ทั่วประเทศ เบื้องต้นพบว่า บางบัญชีมีเงินเหลือศูนย์บาท บางบัญชีเหลือ 6 หมื่นบาท หรือ 9 หมื่นบาท โดยมียอดเงินเหลือในบัญชีรวมทั้งหมดประมาณ 9 แสนบาท หลังผู้เสียหายโอนเงิน คนร้ายก็กดเงินออกไปกระจายทั้งประเทศ ถือเป็นแก๊งคนร้ายที่กว้างขวางมาก จะพยายามติดตามยึดอายัดทรัพย์กลับมาคืนให้ผู้เสียหาย นอกจากนี้ตนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเจ้าของบัญชีธนาคารทั้ง 75 คน ที่ให้ความร่วมมือกับคนร้ายในการเปิดบัญชี ส่วนข้อหา จะหารือกับตำรวจกองปราบปรามอีกครั้ง.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้