ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รับพระราชดำรัส ใส่เกล้าฯ แก้นํ้าท่วมยั่งยืน

    ไทยรัฐออนไลน์7 ธ.ค. 2554 09:00 น.
    SHARE

    นายกฯสั่งครม.-ยึดเป็นแนวทางประชุมกยน.วางมาสเตอร์แพลนปภ.โต้ปชป.มั่ว-ศปภ.ยันไม่มีโกง

    นายกรัฐมนตรีย้ำรัฐบาลจะน้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาใช้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน เตรียมประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เรื่องน้ำ วาง “มาสเตอร์แพลน” ทั้งระบบ  สั่ง มท.1 เร่งสูบน้ำที่ท่วมขังอยู่ตามหมู่บ้านออกให้แห้งภายในสิ้นปีนี้  แถมสั่งตัดงบพีอาร์ทุกโครงการเพื่อนำเม็ดเงินไปช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมแทน  ขณะที่อธิบดี ปภ. ออกโรงแฉเด็ก ปชป.มั่วใช้หนังสือราชการ ระบุรองปลัด ก.คลังคนสั่งเกษียณไปตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว  ด้าน ศปภ.โต้การจัดซื้อเรือ-ถุงยังชีพ ยังถูกกว่ารัฐบาลมาร์ค ยันไม่มีการทุจริต แต่ยอมรับอาจมีผู้ได้รับผลประโยชน์บ้าง

    สถานการณ์น้ำท่วมทั้งในกรุงเทพฯ ใกล้เข้าสู่ภาวะปกติเกือบทุกพื้นที่แล้ว ยกเว้นบางจุดในฝั่งตะวันตก ย่านทวีวัฒนา บางแค หนองแขม รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงใน อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ บางจุดน้ำยังสูงถึง 1 เมตร โดยเฉพาะถนนพุทธมณฑลสาย 5 เนื่องจากต้องใช้การสูบน้ำออกเท่านั้น

    นำพระราชดำรัสแก้ปัญหาน้ำ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 6 ธ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเน้นเรื่องการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนว่า วันนี้ได้มีมติ ครม. ยืนยันว่ารัฐบาลจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัส โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพี่น้องประชาชน วันนี้ในเรื่องของอุทกภัย ประชาชนมีความทุกข์ ซึ่งเราเร่งดำเนินการ 2 ส่วน ส่วนแรกคือคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ในการแก้ไขน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมในรายละเอียด เพื่อเร่งรัดวางมาสเตอร์แพลนควบคู่กับการแก้ไขในปัจจุบัน ตนได้ย้ำกับ ครม. โดยเฉพาะนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงไปกำกับส่วนของรายละเอียดต่างๆ ซึ่งพบว่ามี 80-100 หมู่บ้าน ที่น้ำท่วมขัง จะเร่งสูบน้ำ ตั้งใจว่าจะให้เสร็จก่อนสิ้นปี เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้กลับเข้าบ้านในช่วงปีใหม่นี้

    เร่งสูบน้ำ–เยียวยาแก้ขัดแย้ง

    ผู้สื่อข่าวถามว่าในกระแสพระราชดำรัสยังทรงตรัสให้เลิกมีการขัดแย้งกัน รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ในส่วนของการขัดแย้งคงต้องไปชี้แจง ตนได้ย้ำกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผอ.ศปภ. ว่าการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจะต้องมีทางออก และการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ แต่ในหลักใหญ่ถ้าเราไปเร่งในเรื่องของการสูบน้ำ และการเยียวยาต่างๆให้เร็วขึ้นนั้น ก็จะทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียด ที่สำคัญได้เน้นย้ำในเรื่องของการเร่งสูบน้ำ รวมถึงให้กระทรวงการคลังเข้าไปดูแลเพิ่มเติม โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เสียหายเพื่อไปสำรวจและดูว่าจะมีมาตรการอื่นๆอีกหรือไม่  เพื่อที่จะเร่งช่วยเหลือบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชน

    ปัดตอบปรับ ครม.หลังปีใหม่

    เมื่อถามว่า ความขัดแย้งในด้านอื่นๆจะแก้ไขอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ต้องแก้ไปทีละส่วนที่สำคัญต้องยึดหลักผลประโยชน์ส่วนรวม และแก้ปัญหาอย่างสันติ ต้องพูดคุยกัน โจทย์ใหญ่คือไม่อยากให้พี่น้องประชาชนมีความทุกข์ ซึ่งในเดือน ธ.ค.นี้ รัฐบาลได้ประกาศจัดกิจกรรม 5 ธ.ค. รวมพลังคนไทย รวมหัวใจ ถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งเราทำกิจกรรมในช่วงวันที่ 1-4 ธ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว และได้ขอความร่วมมือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการรวมพลังร่วมกันทำสาธารณประโยชน์ตลอดเดือนนี้ รัฐบาลพร้อมเข้าไปบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน เมื่อถามต่อว่า จะทำอย่างไรเพื่อลดความแตกแยกในสังคมไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า วันนี้บรรยากาศจะต้องช่วยกัน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังปีใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าว จากนั้นได้ก้าวขึ้นรถไปทันที

    ครม.เบรกแผนฟื้นฟู “กคฐ.”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณาการเสนอขออนุมัติแผนงาน/โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตามที่คณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน (กคฐ.) ที่มี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เป็นประธาน โดยมีวงเงินรวมทั้งสิ้น 12,983.629 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านคมนาคมขนส่ง วงเงิน 4,444.523 ล้านบาท 2.ด้านสถานที่ราชการและระบบสาธารณูปโภค วงเงิน 384.909 ล้านบาท 3.ด้านศาสนสถานและโบราณสถาน วงเงิน 1,593.468 ล้านบาท 4.ด้านสถานศึกษา วงเงิน 1,462.447 ล้านบาท และ 5.ด้านแหล่งน้ำและระบบชลประทาน วงเงิน 5,098.282 ล้านบาท ทั้งนี้ พล.อ.อ.สุกำพลได้เสนอเรื่องต่อ ครม. แต่ปรากฏว่า ได้ถูก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ท้วงติงว่าเป็นการเสนอโครงการโดยขาดรายละเอียด สมควรต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ โดยเสนอให้นำไปเข้าหารือในที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ และเชิญ ผวจ.ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมด้วย

    นายกฯเน้นให้ทำเรื่องเร่งด่วน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.สุกำพลพยายามชี้แจงโต้แย้งว่าโครงการที่เสนอมานั้นไม่มีเรื่องการซ้ำซ้อน และผ่านการพิจารณามาแล้ว ขณะที่นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับแนวทางที่ ร.ต.อ.เฉลิมเสนอ โดยระบุว่า โครงการช่วยเหลือเยียวยาหลังสถานการณ์อุทกภัย ตนอยากให้ดูให้ละเอียด ไม่ให้ซ้ำซ้อน  โครงการตรงไหนเป็นเรื่องเร่งด่วนก็ต้องทำ อย่างที่ตนเดินทางไปตรวจพื้นที่บางแห่งที่เป็นข่าวดังๆ ถนนขาดอยู่อย่างไรก็ขาดอยู่อย่างนั้น เช่น ถนนที่ ต.บางโฉมศรี หรือดอนเมือง ถูกกัดเซาะพังเสียหายขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ทำ อันไหนเร่งด่วนก็ต้องทำเลย แต่อะไรที่รอได้ก็ให้รอ ถนนที่ขาดจำเป็นต้องซ่อมก็ต้องซ่อมทันที งบประมาณเยียวยาฟื้นฟูถึงอย่างไรในสัปดาห์หน้าก็ต้องออกมาแล้ว แต่ไปทำโครงการอะไรก็ต้องไม่ไปขวางทางฟลัดเวย์ ซึ่งต้องไปหารือกับ กยน.ด้วย ดังนั้น ขอให้ทางสำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปช่วยกันดูไม่ให้ซ้ำซ้อน

    ครม.นัดพิเศษถกงบเยียวยาฯ

    ด้านนายอำพน กิตติอำพน  เลขาธิการ ครม.ได้กล่าวเสริมว่า นี่ก็เหมือนกับการพิจารณางบประมาณที่ให้ ครม.มาหักล้างกัน เพราะมีรัฐมนตรีที่ดูแลแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว เหมือนกลั่นกรองรอบแรกไปแล้ว แต่มี ผวจ.มาคุยกันอีกที แต่คงใช้เวลาไม่มาก อาจประชุม ครม.นัดพิเศษกันแค่ครึ่งวันก็น่าจะเสร็จ ทำให้ พล.อ.อ.สุกำพล ต้องจำยอมแล้วหันมาถามเลขาฯ ครม.ว่า แล้วประชุมวันไหน นายอำพนกล่าวว่า คงจะประมาณต้นสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่ได้นัดวันที่แน่นอน

    สั่งตัดงบพีอาร์-ไม่เน้นมหรสพ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ยกกระแสพระราชดำรัสพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากขณะนี้ยังมีหลายชุมชนที่มีน้ำท่วมขัง จึงอยากให้นำพระราชดำรัสไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน โดยรัฐบาลจะเร่งแก้ปัญหาให้น้ำแห้งทันในวันที่ 31 ธ.ค.นี้ นอกจากนี้นายกฯยังเน้นย้ำว่าโครงการต่างๆในการช่วยเหลือประชาชน ต่อจากนี้ไปจะต้องไม่มีเรื่องของงานมหรสพ แต่จะเน้นในเรื่องของเม็ดเงินให้ถึงมือประชาชนมากที่สุด เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนและมีการใช้จ่ายของประชาชน โดยไม่เน้นการประชาสัมพันธ์ที่ต้องมีการว่าจ้างบริษัทออร์แกไนซ์ไม่เน้นงานรื่นเริง และจากนี้ไปไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดๆในการแก้ปัญหา ขอให้มาอยู่ในโครงการ “5 ธ.ค. รวมหัวใจถวายพระพรในหลวง” ในทุกพื้นที่ ไม่เน้นการแสดง ไม่เน้นมหรสพ

    เยียวยาเจ้าของรถถูกน้ำท่วม

    ขณะเดียวกัน นายกฯยังให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปดูในรายละเอียดคู่มือเยียวยา เพราะพบว่ายังมีข้อตกหล่นหรือยังมีช่องว่างอยู่บ้าง เช่น กรณีของรถยนต์ ที่มีประกันชั้น 1 จะจ่ายอย่างไร หรือรถยนต์ที่ไม่ได้ทำประกันชั้น 1 จะมีการเยียวยาอย่างไร มอเตอร์ไซค์ที่ไม่ได้อยู่ในการประกันน้ำท่วม ช่วยเหลือเขาได้อย่างไร บ้านที่ไม่ได้ทำการประกันภัยไว้ รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร ซึ่งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ  รองนายกฯ จะเข้าไปดูว่าในคู่มือเยียวยามีข้อตกหล่นอะไรบ้างที่จะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งกรณีของรถยนต์มอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมประสานไปยังต่างประเทศดูในเรื่องของอะไหล่ที่ต้องนำเข้า และมอบให้ทางศูนย์เซ็นเตอร์ของกระทรวงศึกษาฯดำเนินการซ่อม โดยฝ่ายปฏิบัติการเป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย พร้อมกันนี้ นายกฯได้เน้นย้ำว่าทุกโครงการต้องเข้าถึงทุกพื้นที่และเข้าถึงประชาชนมากที่สุด โดยต้องรายงานในที่ประชุม ครม.ทุกสัปดาห์เช่นเดียวกัน

    กำชับแก้ปัญหาพื้นที่ท้ายน้ำ

    นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาน้ำที่อยู่ท้ายน้ำก่อนลงสู่ทะเล เช่น จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ เท่าที่ตรวจสอบมีอยู่ 17,000 ล้าน ลบ.ม. ส่วนที่เหลืออยู่ 3 พันล้าน ลบ.ม. น่าจะเป็นน้ำค้างทุ่ง สอดรับกับน้ำที่ท่วมขังอยู่บางหมู่บ้านเวลานี้ ซึ่งปัญหาเวลานี้คือน้ำที่อยู่บริเวณท้ายน้ำก่อนระบายลงสู่ทะเลนั้น นายกฯได้มอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการแก้ไข โดยนายปลอดประสพแจ้งว่าจะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันพุธที่ 7 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ นายกฯยังระบุว่าโครงการเหล่านี้ถือว่าเป็นความคิดนอกกรอบ ขอให้นำรายงานเข้าที่ประชุม ครม.ด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น และประชาชนที่อยู่บริเวณตอนท้ายน้ำต้องดูแลด้วย เช่นประมงท้องถิ่น ยังพบว่ามีปัญหา ไม่สามารถทำประมงได้ เราต้องดูแลคนเหล่านี้ด้วย

    a มท.1 ลั่นสิ้นปีทุกพื้นที่น้ำแห้ง

    ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย แถลงหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังตามหมู่บ้าน ชุมชนต่างๆว่า จ.ปทุมธานี สถานการณ์น้ำจะแห้งทั้งหมดภายในวันที่ 15 ธ.ค. จ.นนทบุรี น้ำจะแห้งทั้งหมดภายในวันที่ 20 ธ.ค. ส่วน จ.นครปฐม จะแห้งภายในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ในการประชุม ครม.วันนี้ ครม.ยังอนุมัติให้ 25 จังหวัดที่เข้ามาช่วยเหลือพื้นที่ กทม.ตามโครงการ 1 เขต 1 จังหวัดหลัง กทม. น้ำลดแล้ว ก็ให้มาช่วยใน 3 จังหวัดดังกล่าวด้วย เชื่อว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานและการระบายน้ำมีมากขึ้นและแห้งเร็วขึ้น โดยจะมีการ ระดมติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม มั่นใจได้ว่าก่อนสิ้นปีนี้น้ำทุกพื้นที่จะแห้งทั้งหมด แต่อาจจะมีปัญหาน้ำค้างทุ่งที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างในบางพื้นที่

    ยอดสังเวยน้ำท่วม 684 ศพ

    คณะทำงานศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและการบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) เปิดเผยว่า สถานการณ์อุทกภัยในประเทศไทยตอนบน ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 13 จังหวัด 91 อำเภอ 669 ตำบล 4,353 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,716,281 ครัวเรือน 4,612,996 คน ได้แก่ จ.ชัยนาท อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรสาคร นครนายก ฉะเชิงเทรา และกทม. และ มีผู้เสียชีวิต 675 ราย สูญหาย 3 คน ส่วนสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 2 จังหวัด 11 อำเภอ 58 ตำบล 311 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 31,008 ครัวเรือน 110,141 คน ได้แก่ จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ได้รับผลกระทบและประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) รวม 8 จังหวัด มีจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วอยู่ระหว่างฟื้นฟู 6 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นราธิวาส ยะลา สุราษฎร์ธานี ปัตตานี ตรัง และสงขลา

    ปภ.แฉเด็ก ปชป.ใช้หนังสือมั่ว

    นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงกรณีนายประมวล เอมเปีย ผู้เชี่ยวชาญประจำผู้นำฝ่ายค้าน ออกมาโจมตีว่า ปภ.ไม่ยอมชดเชยผู้ประสบอุทกภัยนอกเหนือไปจากเงินเยียวยา 5,000 บาทว่า ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต้องยึดตามหลักเกณฑ์และวิธีให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2551 ส่วนเงินนอกเหนือไปจากเงินเยียวยา 5,000 บาท อยู่ในการดูแลของ ผวจ.นั้นๆ ส่วน กทม.ก็เป็นอำนาจของผู้ว่าฯ กทม.ที่จะต้องรับผิดชอบดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของ ปภ. ส่วนที่นายประมวลอ้างเอกสารหลักเกณฑ์และวิธีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่มีหนังสือประทับตราด่วนที่สุดที่ กค 0406.3/ว.130 ลงวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น สงสัยเหลือเกินว่านายประมวล ไปเอาหนังสือฉบับนี้มาอ้างได้อย่างไร  เพราะนายวิสุทธิ์ เกษียณอายุราชการมาตั้ง 3 ปีแล้ว ที่สำคัญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดระเบียบของปี 51 ในการปฏิบัติมานานมากแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมาเริ่มใช้ ทำแบบนี้คนอื่นเสียหาย แต่ก็ไม่อยากไปเถียงหรือโต้ตอบนายประมวลที่ไม่รู้เรื่อง

    โต้ถุงยังชีพ–เรือถูกกว่า รบ.มาร์ค

    ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.)นายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการ ผอ.ศปภ.แถลงว่าได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ.ให้มาชี้แจงกรณีการจัดซื้อเรือไฟเบอร์กลาส และการจัดซื้อถุงยังชีพที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีการจัดซื้อในราคาแพงกว่าปกติ จากการตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์และถุงยังชีพเมื่อปี 53 ในช่วงรัฐบาลชุดที่แล้ว พบว่ามีสินค้าหลายรายการที่ทาง ศปภ.จัดซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก โดยเฉพาะเรือไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่ แบบ 15 ที่นั่ง รัฐบาลชุดที่แล้วสั่งซื้อ 95 ลำ ลำละ 220,000 บาท ขณะที่ ศปภ.จัดซื้อ 100 ลำ ลำละ 198,000 บาท ถูกกว่าถึง 22,000 บาทต่อลำ อีกทั้งขนาดยังเล็กกว่าที่ ศปภ.จัดซื้อในปีนี้ด้วย

    ยันไม่ทุจริต–แต่มีผู้ได้ประโยชน์

    เลขานุการ ผอ.ศปภ.แถลงต่อว่า ส่วนการจัดซื้อเรือพายขนาดเล็ก แบบ 2 ที่นั่ง รัฐบาลชุดที่แล้ว ซื้อในราคาลำละ 4,000 บาท ขณะที่ ศปภ.ซื้อได้ในราคา 3,290 บาท ด้านถุงยังชีพ รัฐบาลชุดที่แล้วจัดซื้อใน 2 ราคา คือ 560 บาท และ 1,000 บาท ขณะที่ ศปภ.จัดซื้อใน 3 ราคา คือ 300, 800 และ 1,000 บาท เมื่อตรวจสอบสิ่งของในถุงยังชีพ โดยเฉพาะข้าวสารพบว่า จัดซื้อในราคาที่เท่ากันคือ 192 บาท แต่จะแตกต่างกันในเรื่องของคุณภาพข้าว ที่รัฐบาลชุดก่อนเป็นข้าวสารคุณภาพ 5% แต่ ศปภ.สามารถซื้อข้าวสารคุณภาพ 100% ได้ จึงยืนยันได้ว่า ศปภ.จัดซื้อสินค้าได้ถูกกว่า และไม่ได้มีการทุจริตอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ากรณีเรือไฟเบอร์กลาส ที่ ศปภ.จัดซื้อมีคุณภาพไม่ดี นายถิระชัยตอบว่า เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของสินค้าขณะนี้ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ แต่เรื่องของราคาวันนี้พิสูจน์ชัดเจนแล้ว เมื่อถามต่อว่าในการจัดซื้อมีการเอื้อประโยชน์ให้นักธุรกิจบางรายหรือไม่ นาย
    ถิระชัยตอบว่า ยอมรับว่าเรื่องแบบนี้หนีความจริงไม่พ้น เพราะมีคนขายอยู่ในกลุ่มก้อนจำกัด และการจัดหาซื้อสินค้าจำนวนมากในเวลาฉุกเฉินก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้น การจัดซื้อสินค้าเหล่านี้ จึงมักมีที่มาจากแหล่งเดียวกัน

    ป.ป.ช.รีดสอบข้อมูลถุงยังชีพ

    ด้านนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคดีทุจริตจัดซื้อถุงยังชีพและอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของรัฐบาลว่า นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนคดีดังกล่าว ได้ส่งหนังสือไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) กระทรวงพาณิชย์ สำนักเลขาธิการรัฐสภา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. ให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด มาให้ ป.ป.ช.ภายในเวลา 30 วัน เพื่อพิจารณาเรียกพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำต่อไป

    ซอยแอนแนกซ์เริ่มแห้งแล้ว

    ที่ศาลาว่าการ กทม. เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ธ.ค. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แถลงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ ว่า สถานการณ์น้ำดีขึ้นตามลำดับ แต่ถนนสายหลักบางสายน้ำยังท่วม แต่เชื่อว่าจะระบายน้ำได้หมดภายในไม่กี่วันนี้ ในขณะที่ภายในซอยแอนแนกซ์ (พหลโยธิน 58) ระดับน้ำในซอยเริ่มแห้ง โดยใช้เครื่องสูบน้ำเพียง 2 เครื่องก็เพียงพอในการระบายน้ำลงคลองสอง จากเดิมจะใช้ 4 เครื่อง แต่เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบกับประชาชนที่อยู่ริมคลองสอง หลังจากนี้จะเร่งระบายน้ำจากถนนพหลโยธินลงคลองสองให้แห้งโดยเร็ว ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯด้านเหนือและด้านตะวันตก ปัญหาใกล้สิ้นสุด เพราะระดับในคลองรังสิตอยู่ที่ 2.50 เมตรแล้ว ห่วงแต่ด้านตะวันตก โดยเฉพาะถนนบรมราชชนนี บางแค และทวีวัฒนา ที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่มาก โดย กทม. จะเร่งระบายน้ำที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ซึ่งจะใช้วิธีการกั้นเป็นบล็อกเล็กๆและสูบน้ำออก จากต้นซอยถึงท้ายซอย

    เปิดเพิ่ม 3 ประตูเหนือ–ตอ.

    ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาของสถานีสูบน้ำชักพระที่เครื่องสูบน้ำชำรุดและระบบไฟฟ้ามีปัญหา ทำให้คลองบางพรหม บางแวก บางเชือกหนัง ระดับน้ำสูงขึ้นและทำให้การระบายน้ำฝั่งตะวันตกทำได้ช้าลง แต่คลองอื่นๆระดับน้ำลดลง ซึ่งคาดว่าจะซ่อมแซมเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้าให้เสร็จได้ภายในวันที่ 7 ธ.ค. นอกจากนี้ จากสถานการณ์น้ำทางด้านเหนือและตะวันออกที่เริ่มคลี่คลายอย่างต่อเนื่อง กทม.จึงตัดสินใจเปิดประตูระบายน้ำเพิ่ม 3 ประตู คือ ประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ มีนบุรี จะเปิดเพิ่ม 20 ซม. จาก 1.50 เมตร เป็น 1.70 เมตร ประตูระบายน้ำลำบึงขวาง เพิ่ม 20 ซม. จาก 1.40 เมตร เป็น 1.60 เมตร และประตูระบายน้ำลาดกระบัง เพิ่ม 20 ซม. จาก 1.20 เมตร เป็น 1.40 เมตร ซึ่งจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และคลองหกวาสายล่างออกแม่น้ำเจ้าพระยา

    เร่งเก็บขยะตกค้าง–ฉีดกันยุง

    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวอีกว่า ส่วนการเก็บขยะ ขณะนี้ กทม. เก็บได้วันละ 11,600 ตัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายจังหวัดที่ให้ความช่วยเหลือด้านบุคลากร แต่ก็ยังคงมีขยะตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก กทม.จึงต้องเร่งเก็บและเช่ารถตักขยะจากเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บขยะให้เร็วขึ้น ส่วนปัญหายุง กทม.ได้ดำเนินการฉีดยุงทุกวัน วันละ 2 เขต ซึ่งสถิติของโรคไข้เลือดออกในช่วงน้ำท่วมไม่ได้เพิ่มขึ้น จากการเปรียบเทียบจากเดือน ม.ค.-พ.ย.54 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกจำนวน 9,285 ราย หากเปรียบเทียบกับปี 53 ในช่วงเวลาเดียวกันที่มีผู้ป่วยจำนวน 11,110 ราย ซึ่งในปีนี้มีน้อยกว่า ดังนั้น สถานการณ์โรคไข้เลือดออกจึงไม่ได้เป็นปัญหา

    วอนเจ้าของสุนัขรีบมารับคืน

    ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวต่อว่า ขณะที่โรคอื่นๆ ตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้น อาทิ โรคไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย. มี 10,985 ราย และตั้งแต่เดือน ต.ค.-ปัจจุบัน มี 3,046 ราย โรคอุจจาระร่วงตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.มี 29,975 ราย และตั้งแต่เดือน ต.ค.-ปัจจุบัน มี 7,354 ราย ซึ่งตัวเลขสูงขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นเป็นโรคระบาด สำหรับการดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วมด้านการเยียวจิตใจของผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีผู้ป่วยเป็นโรคเครียด 1,849 ราย โรคซึมเศร้า 152 ราย และมีแนวโน้มฆ่าตัวตาย 34 ราย ซึ่งทุกรายได้รับการเยียวยาจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ทั้งนี้ ผู้ที่เข้ามารับการปรึกษา 21,928 ราย นอกจากนั้น ศูนย์พักพิงสุนัขประเวศและดินแดงได้รับดูแลสุนัขในช่วงน้ำท่วมทั้งหมด 510 ตัว มีเจ้าของมารับแล้ว 168 ตัว เหลือ 342 ตัวที่ยังคงฝากเลี้ยงอยู่ จึงอยากให้เจ้าของมารับคืนไปด้วย

    เตรียมแผนรับมือฤดูฝนปี 55

    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวถึงพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา ด้วยว่า ที่ผ่านมา กทม.ก็ทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) มาโดยตลอด แต่อาจจะมีบางเรื่องที่อาจเข้าใจไม่ตรงกันบ้าง แต่การทำงานก็ราบรื่น สำหรับโครงการตามแนวทางพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 38 มีหลายโครงการที่ต้องนำมาศึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะที่ผ่านมาหลายหน่วยงานไม่ได้นำมาปฏิบัติตามที่พระองค์ท่านได้ชี้แนะไว้ อย่างไรก็ตาม กทม.เตรียมจัดตั้งคณะกรรมการในการรับมือกับฤดูฝนในปี 55 ที่จะถึงนี้ว่าจะต้องเตรียมการอะไรบ้างและ กทม.จะต้องร่วมมือกับรัฐบาลและจังหวัดอื่นๆอย่างไร

    จ่อยกเว้นค่าเก็บขยะ 4 เดือน

    ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เปิดเผยว่า กทม.จะประกาศยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการให้บริการจัดเก็บขยะและสิ่งปฏิกูลให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปพิจารณารายละเอียดตามข้อกฎหมายอีกครั้ง โดยจะยกเว้นค่าจัดเก็บขยะอย่างน้อย 4 เดือนหลังน้ำลด และอาจยกเว้นให้มากกว่า 4 เดือน โดยเร่งรัดให้ได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งการยกเว้นค่าธรรมเนียมต้องเสนอผ่านฝ่ายนิติบัญญัติ สภา กทม.ให้ความเห็นชอบก่อน เบื้องต้นเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ ส่วนจะขยายการยกเว้นไปมากกว่า 4 เดือนหรือไม่นั้น จะทบทวนอีกครั้งหลังน้ำลดจนแห้งทุกพื้นที่แล้ว

    ทหารช่างพร้อมช่วยขุดแก้มลิง

    ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ ต้องให้รัฐบาลเป็นแกน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็เตรียมการเรื่องนี้แล้ว ส่วนทหารจะคอยเสริมให้รัฐบาล โดย ผบ.ทบ.ได้สั่งให้ทำแผน ซึ่งจะยื่นแผนนี้ให้คณะกรรมการที่นายกฯตั้งมาไปประกอบกับกรมชลประทาน และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อดูภาพรวมว่าที่กองทัพบกคิดสอดคล้องกันหรือไม่ ส่วนการขุดคลองหรือทำแก้มลิง เราพร้อมช่วยทำเต็มที่ โดยใช้หน่วยทหารช่างที่มีอยู่ทั่วประเทศทำ หากรัฐบาลสั่ง ถึงวันนี้ทหารยังช่วยกู้ในพื้นที่ดอนเมือง ส่วนนิคมอุตสาหกรรมบางชัน-ลาดกระบัง ใกล้จะถอนออกมาแล้ว แต่ภารกิจในช่วงนี้คือช่วยเรื่องอาหาร การรักษาพยาบาล ฟื้นฟูทำความสะอาด ซึ่งวันนี้เรามีรถครัวอยู่ประจำพื้นที่ 11 จุด

    นนทบุรีแบ่ง 3 โซนระบายน้ำ

    ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชล ประทาน รายงานเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ว่า กรมชลฯแบ่งพื้นที่การระบายน้ำท่วมขังใน 6 อำเภอของ จ.นนทบุรี ออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซน 1 ประกอบไปด้วยพื้นที่ อ.ไทรน้อย 5 ตำบล คือ ไทรใหญ่ ราษฎร์นิยม ขุนศรี คลองขวาง และไทรน้อย, อ.บางบัวทอง 3 ตำบล คือ บางบัวทองละหาร และลำโพธิ์, อ.ปากเกร็ด 4 ตำบล คือ คลองข่อย บางตะไนย์ บางพลับ และท่าอิฐ แนวทางในการระบายน้ำในพื้นที่ จะเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังลงลำคลองสายหลักได้แก่ คลองขุนศรี คลองลากค้อน คลองขุดใหม่ คลองพระอุดม คลองพระพิมล และคลองบางบัวทอง ออกสู่แม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยา คาดว่าประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าที่พักอาศัยและใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติภายในวันที่ 17 ธ.ค.นี้

    เร่งระบายลงท่าจีน-เจ้าพระยา

    ส่วนโซน 2 ประกอบไปด้วยพื้นที่ อ.ไทรน้อย 2 ตำบล คือ ทวีวัฒนา และไทรน้อย, อ.บางบัวทอง 4 ตำบล คือ พิมลราษฎร์ บางรักพัฒนา โสนลอย และบางรักใหญ่, อ.ปากเกร็ด 1 ตำบล คือ ท่าอิฐ, อ.เมืองนนทบุรี 2 ตำบล คือ ไทรม้า และบางรักน้อย แนวทางในการระบายน้ำในพื้นที่ จะเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังลงลำคลองสายหลัก ได้แก่ คลองพระพิมลราชา คลองบางบัวทอง คลองตาชม คลองทวีวัฒนา คลองมะสงค์ คลองโต๊ะใหม่-บางไทร คลองบางใหญ่ และคลองอ้อมนนท์ ออกสู่แม่น้ำท่าจีน วันละ 5.2 ล้าน ลบ.ม. และแม่น้ำเจ้าพระยา วันละ 6.5 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าในพื้นที่นี้ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าพักอาศัยและใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติภายในวันที่ 16 ธ.ค.นี้

    ไม่เกินสิ้นเดือนแห้งทุกพื้นที่

    สำหรับโซน 3 ประกอบด้วยพื้นที่ อ.บางใหญ่ 4 ตำบล คือ บ้านใหม่ บางแม่นาง  เสาธงหิน และบางเลน อ.เมืองนนทบุรี 2 ตำบล คือ บางศรีเมือง และบางไผ่ และ อ.บางกรวย 8 ตำบล คือบางสีทอง ศาลากลาง ปลายบาง บางคูเวียง มหาสวัสดิ์  บางขนุน วัดชะลอ และบางกรวย จะเร่งระบายน้ำท่วมขังลงลำคลองสายหลัก ได้แก่ คลองบางใหญ่ คลองสามท้าว คลองจีนบ่าย คลองสะเทิ้น คลองทวีวัฒนา และคลองมหาสวัสดิ์ ออกสู่แม่น้ำท่าจีน วันละ 2.7 ล้าน ลบ.ม. และออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในวันที่ 12 ธ.ค.นี้

    “สวิส รี” คาดไทยเจ๊ง 1.8 หมื่น ล.

    สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ว่า “สวิส รี” บริษัทรับประกันภัยต่อยักษ์ใหญ่ของโลกในสวิตเซอร์แลนด์ แถลงประมาณการตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในรอบ 50 ปี ของไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 18,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี อาจมีการแก้ไขตัวเลขข้างต้น เพราะ ณ ตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในไทยที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 675 คน โรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 1,500 แห่ง ต้องปิดตัวนั้น ยังไม่คลี่คลายดีนัก จึงยากที่จะประมาณการความเสียหายได้ถูกต้อง

    ศุภาลัยฯคุ้มเกล้ายังสูง 2 เมตร

    ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ยังวิกฤติ โดยที่หมู่บ้านศุภาลัย แกรนด์ เลค ซอยคุ้มเกล้า 10 เขตมีนบุรี ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ มีบ้านอยู่ 260 หลัง ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ส่งผลให้บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก การเดินทางเข้าออกลำบาก ต้องใช้เรือเท่านั้น ชาวบ้านนับพันคนต้องทิ้งบ้านเรือนออกไปอาศัยที่อื่นๆ โดยนายอภิวัฒน์ จารุสภา อยู่บ้านเลขที่ 76/104 ซอย 4 กล่าวว่า ที่บ้านถูกน้ำท่วมมากว่า 1 เดือนแล้วก่อนหน้านี้ระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร ถึงวันนี้น้ำลดลงแล้วแต่ยังเหลือราว 2 เมตร เพราะที่ตั้งหมู่บ้านเป็นแอ่งกระทะต่ำกว่าถนนคุ้มเกล้าร่วม 2 เมตร ทำให้แรงดันน้ำทุ่งจากทิศเหนือ ทำลายกำแพงของหมู่บ้านจนน้ำพังไหลทะลักท่วมหมู่บ้าน

    ระดมเครื่องสูบน้ำระบายออก

    ต่อมา นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี พร้อมด้วย พ.ท.เสกสรรค์ พรหมศักดิ์ รองเลขาธิการ กรมทหารราบที่ 12 รอ. จ.สระแก้ว นายปรีชา หลิวสกุล ประธานคณะกรรมการหมู่บ้านศุภาลัย แกรนด์ เลค ได้ร่วมหารื้อเพื่อหาทางกู้หมู่บ้านให้กลับสู่สภาพปกติ โดยลงเรือสำรวจคลองต่างๆ รอบหมู่บ้านเพื่อหาทางระบายน้ำออก พบว่าลำรางทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ด้านท้ายหมู่บ้านสามารถระบายน้ำไปสู่คลองพังพวยได้ แต่มีผักตบชวาขึ้นหนาแน่น ทำให้ลำรางอุดตัน การระบายน้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงขอกำลังทหารมาช่วยเก็บผักตบชวาเปิดทางให้น้ำได้ระบายออกเข้าสู่ระบบการระบายน้ำของ กทม. รวมทั้งจะขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำพญานาคจาก ศปภ. 7 เครื่อง และแบบจ่อ 4 เครื่อง รวมกับของกรมชลประทาน 7 เครื่อง และหมู่บ้านเช่ามาอีก 4 เครื่อง รวม 18 เครื่องเร่งสูบน้ำออก

    สาย 5 ยังอ่วมน้ำสูง 80 ซม.

    ถนนพุทธมณฑลสาย 5 ตั้งแต่บรมราชชนนีตัดเพชรเกษม ระยะทาง 7 กม. คาบเกี่ยวระหว่าง 2 ตำบล เทศบาลเมืองไร่ขิง กับเทศบาลตำบลกระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ระดับน้ำยังคงสูง 50-80 ซม. รถเล็กผ่านไม่ได้ ยกเว้นรถยกสูงเท่านั้น ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจรแทน โดยนายจำรัส ตั้งตระกูลธรรม นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองไร่ขิงเผยว่า ขณะนี้ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่ 45 เครื่องเป็นกว่า 100 เครื่องมาช่วยสูบน้ำออกจากถนนและซอยที่อยู่ในสาย 5 คาดว่าภายใน 1 อาทิตย์น้ำที่ท่วมถนนต้องแห้ง และใน 10 วันน้ำที่ท่วมขังในซอยก็จะแห้งตาม ขณะนี้น้ำตามถนนไม่ว่าจะเป็นถนนเข้าวัดดอนหวายที่ท่วมกว่า 1 เมตรแห้ง สนิทแล้ว รถยนต์สามารถเดินทางได้สะดวก เหลือเพียงสาย 5 เท่านั้น ทั้ง 2 เทศบาลร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่

    ทอดแหจับจระเข้โผล่ในคลอง

    ช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีชาวบ้านจับจระเข้ยาว 1 เมตร ได้ภายในคลองเจดีย์บูชา หลังวัดวังตะกู ห่างจาก อบต.วังตะกู อ.เมืองนครปฐม 600 เมตร นายสุนันท์ ยิ่งยวด อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 5 ต.วังตะกู อ.เมืองนครปฐม ทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านใช้ปืนฉมวกยิงปลาในคลองพบจระเข้โผล่ลอยน้ำ จึงใช้ปืนลูกดอกยิง แต่ไม่เข้า เลยตะโกนเรียกตนไปเอาแหมาทอดจนจับจระเข้ได้ สำหรับคลองดังกล่าวรับน้ำมาจากนครชัยศรี ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้จระเข้อาจหลุดมาจากฟาร์มใดฟาร์มหนึ่งที่ถูกน้ำท่วม

    ขยะอยุธยากองสูงเท่าเสาไฟ

    ส่วน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ชาวบ้าน ร้านค้า สถานที่ราชการ หน่วยงานราชการต่างๆเร่งฟื้นฟูทำความสะอาดบ้านและอาคาร ส่งผลให้ขยะล้นเมือง เจ้าหน้าที่เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาต้องประสานหน่วยงานอื่นมาช่วยเก็บขยะขนออกไปนอกเกาะเมือง โดยเฉพาะริมถนนสายอยุธยา-เสนา กม.ที่ 4-5 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา พบกองขยะสุมเป็นภูเขา กองสูงเกือบเท่าเสาไฟฟ้าและมีกลิ่นเหม็นมาก ส่วนที่หมู่บ้านเพนียดหลวง (เพนียดคล้องช้าง) ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกน้ำท่วมจนต้องอพยพช้าง 97 เชือก ไปไว้ที่ทุ่งภูเขาทอง ต.ลุมพลี นานกว่า 1 เดือน จนแม่ช้างตกลูกถึง 2 เชือก ล่าสุดนายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด และประธานมูลนิธิพระคชบาลเผยว่า ได้นำช้างกลับหมู่บ้านเพนียดหลวงเรียบร้อยแล้ว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้