ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    'อริสมันต์' ย่องเงียบ มอบตัวที่พัทยา

    ไทยรัฐออนไลน์7 ธ.ค. 2554 09:00 น.
    SHARE

    ‘สุกำพล’เคลียร์ปัญหา2รมช.แจงชัดไม่มีขัดแย้งเกาเหลา

    “อภิสิทธิ์” ติงรัฐบาลลดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในงาน 5 ธันวา 84 พรรษา เรียกร้องให้ออกมาชี้แจงเพราะเหตุใดจึงยกเลิก โฆษกประชาธิปัตย์จี้ “ยิ่งลักษณ์” แจงสาเหตุโพสต์รูปลงเฟซบุ๊กผิด อย่าโยนความให้กับทีมงาน “สุกำพล” เรียก รมช.ถก นอกรอบ ยันไม่มีเกาเหลาในคมนาคม “ชัจจ์” ปัดตอบปัญหาความขัดแย้ง หวั่นยิ่งพูดยิ่งมีปัญหา ด้าน “กิตติศักดิ์” เผย “ทักษิณ” ลั่นคิดถึงบ้านอยากกลับมาบริหารประเทศ “นพดล” อ้างคนปรับ  ครม.คือนายกฯ ที่ทำงานกับ รมต.ย่อมรู้ว่าใครเป็นอย่างไร “เฉลิม” ปากแข็งบอกไม่กลัวปรับ ครม. จะอยู่ก็อยู่จะไปก็ไป “ชวนนท์” แจงเหตุถอนพาสปอร์ตอดีตนายกฯ  อ้างตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศ ยันคนมีหมายจับทุกคนไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้ รองนายกฯเผยรอยเตอร์จ้างนักสืบเกาะติดคดีฆ่านักข่าวญี่ปุ่น “มาร์ค” ฟันธง “เฉลิม” ชี้นำคดี 13 ศพ โต้พร้อมให้ข้อมูลเท็จจริงปัดเกี่ยวนิรโทษ “อริสมันต์” เข้ามอบตัวคดีก่อการร้าย ใช้เงินสด 2 ล้าน ประกันตัว

    สืบเนื่องจากกรณีที่รัฐบาลสั่งลดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในงาน 5 ธันวา 84 พรรษา เช่น ยกเลิกการฉายภาพยนตร์พาโนรามาและสื่อผสม ที่บริเวณรั้วพระบรมหาราชวัง โดยอ้างว่าจะนำงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยนั้น

    “อภิสิทธิ์” ติงรัฐลดงานเฉลิมพระเกียรติ

    เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ธ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลสั่งลดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในงาน 5 ธันวา 84 พรรษา โดยอ้างว่าจะนำงบประมาณไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมว่า ไม่ทราบข้อมูลในเรื่องนี้ ต้องให้ทางรัฐบาลเป็นผู้ที่ชี้แจงเอง ก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการบ้านหลังแรกกับรถคันแรก แต่รัฐบาลกลับบอกว่าเป็นเงินน้อยเกินไป แต่วันนี้รัฐบาลกลับบอกว่า การตัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในงานนี้ สามารถประหยัดได้หลายสิบล้านบาท เพื่อนำไปช่วยน้ำท่วม ทั้งๆที่โครงการรถคันแรกใช้เงิน 3 หมื่นล้านบาท มันต่างกันมาก เมื่อถามซ้ำว่า การงดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติจะกระทบจิตใจของประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ได้ย้ำว่าทุกฝ่ายควรที่จะหลีกเลี่ยงเงื่อนไขความขัดแย้ง และระวังทุกสิ่งที่จะทำ ความละเอียดอ่อนของสถานการณ์มีหลายด้าน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลบ้านเมือง ก็ควรที่จะงดเงื่อนไขทั้งหลาย ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ากรณีเฟซบุ๊กของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯที่โพสต์ภาพผิดพลาด นายกฯอ้างว่าไม่รู้ได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าเป็นทีมงานทำก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องเหมาะสม และไม่ควรที่จะเกิดขึ้น

    “ยิ่งลักษณ์” อย่าโยนความผิดเฟซบุ๊ก

    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรูปในเฟซบุ๊กส่วนตัวของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯว่า ก่อให้เกิดความไม่สบายใจ ต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก เกิดความสงสัย เคลือบแคลงในคำถามที่ประชาชนส่วนหนึ่งตั้งข้อสังเกตต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์และรัฐบาลชุดนี้ เพราะฉะนั้นการไปโพสต์รูปผิดเป็นเวลาถึง 10 ชั่วโมง เรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และกระทบต่อจิตใจของประชาชนเป็นอย่างมาก หากเป็นเรื่องบังเอิญ นายกฯต้องออกมาชี้แจงและขอโทษต่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่โยนความผิดให้กับทีมงาน เช่นเดียวกับการยกเลิกการฉายภาพยนตร์พาโนรามา ที่บริเวณริมรั้วพระบรมหาราชวัง มีการชี้แจงว่าได้มีการประสานกับทางสำนักพระราชวัง ในการที่จะลดในส่วนที่คิดว่าลดได้ และจะนำงบประมาณต่างๆไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยน้ำท่วม แต่ 3 คนที่ออกมาพูดคือนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่ระบุว่างดแสดงเพราะไม่อยากแสดงงานรื่นเริง ด้านโฆษกรัฐบาลที่ออกมาพูดว่า งดเพราะมีการตัดงบประมาณไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม และรองโฆษกรัฐบาลพูดว่า ไม่ได้มีการปรับลด แต่มีกำหนดการเช่นนี้ตั้งแต่ต้น ซึ่งทั้ง 3 คนพูดไม่ตรงกัน

    บี้รัฐแจงงบจัดงานเฉลิมพระเกียรติ

    “เราไม่ได้กล่าวหาว่าท่านมีเจตนาแอบแฝง แต่เรื่องแบบนี้มันทำให้พี่น้องประชาชนไม่สบายใจ โอกาสมหามงคล 7 รอบ เป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอที่จะเฉลิมฉลองพร้อมกันทั้งประเทศ แต่ท่านมาตัดทอนในส่วนที่เป็นพระราชกรณียกิจ ตัดในส่วนที่เป็นการยกย่องพระมหากษัตริย์ของประเทศ ท่านควรมีคำตอบที่ชัดเจนมากกว่านี้ ถ้าท่านไม่มีอะไรแอบแฝง ผมคิดว่าท่านต้องชี้แจงงบประมาณ 117 ล้านบาทให้ชัดเจน เพราะเท่าที่ทราบเงินที่มีการเบิกจ่ายไปแล้วก็ไม่ได้มีการปรับลดแต่อย่างใด หากมีการปรับลดการแสดง สามารถลดการจ่ายเงินให้บริษัทออแกไนเซอร์เหล่านี้ได้ เพราะข้อเท็จจริงท่านไปทำสัญญา 7-8 วัน แต่แสดง 1 วัน ก็ต้องจ่ายเงินไปตามนั้น และเป็นไปได้หรือไม่เงินที่เหลือจากการปรับลดการแสดง สามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ผมขอเตือนไปยังนายกฯว่าอย่าเริ่มให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยกับเรื่องดังกล่าว เหมือนกับประชาชนตั้งข้อสงสัยในตัวพี่ชายของท่าน” นายชวนนท์กล่าว

    นายกฯไม่ปริปากเลิกจ้างทีมเฟซบุ๊ก

    ค่ำวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคู่สมรสได้ซ้อมงานสโมสรสันนิบาต ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยรูปแบบการจัดงานมีการถวายพระกระยาหารค่ำ มีการแสดงของวงดุริยางค์ 4 เหล่า บรรเลงบทเพลงครองแผ่นดินโดยธรรม และการแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติจำนวน 85 ชุด โดยสนับสนุนจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมกันนี้รัฐบาลจะทูลเกล้าฯถวายของที่ระลึก 3 รายการ ได้แก่ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์จำลอง หนังสือที่ระลึกประมวลภาพพระราชดำรัสและเงินสมทบทุนมูลนิธิราชประชานุเคราะห์

    หลังเสร็จจากซักซ้อม ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงกรณีที่ทีมงานเฟซบุ๊กของนายกฯ โพสต์พระบรมฉายาลักษณ์ผิดพลาด น.ส.ยิ่งลักลักษณ์พยายามเลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยกล่าวเพียงว่า “ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กไปเยอะแล้ว ตอนนี้มืดแล้วจำอะไรไม่ได้แล้ว” เมื่อถามว่า แล้วนายกฯได้ดำเนินการเลิกจ้าง หรือดำเนินการอย่างไรกับทีมงานที่ดำเนินการผิดพลาดหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมปริปากตอบคำถามแต่อย่างใด จากนั้นรีบเลี่ยงขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไป

    “ยุทธศักดิ์” สงบศึก “เฉลิม-ประยุทธ์”

    ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม กล่าวหลังเชิญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รอง นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์  ดามาพงศ์  ผบ.ตร. มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ว่า ไม่ได้เป็นความลับอะไร โดยอยากให้รอง นายกฯ ดูแลเรื่องเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบัน ที่ออกมาไม่สุภาพและไม่ดีต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก ซึ่ง ผบ.ทบ.ห่วงและกังวลใจมากเรื่องนี้ เพราะทหารมีหน้าที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่อยากเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิมดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่โดยตรงในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการพูดถึงกรณีที่ทีมงานเฟซบุ๊กนายกฯ ขึ้นภาพผิด เรื่องนี้เป็นความผิดพลาด สิ่งที่เราพูดคือ สิ่งที่เราตั้งใจทำ ผบ.ทบ.รู้ว่าใครทำ ซึ่งต้องให้ตำรวจเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนจำเป็นต้องออกกฎหมายพิเศษหรือไม่นั้น เราคิดว่าไม่จำเป็น แต่เราต้องเอาใจใส่กันให้มาก ทั้งตำรวจ ทหาร และส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่าจะพูดคุยกับ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำเสื้อแดง ที่จะออกมาเคลื่อนไหวอย่างไร พล.อ.ยุทธศักดิ์ตอบว่า เราคุยกันเรื่องการแก้ปัญหาความแตกแยกและรักษาความปรองดอง อะไรที่พอจะพูดกันได้ และมีโอกาสที่จะได้พูดคุยกันเหมือนในวันนี้ เราก็จะบอกกัน อะไรที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ ก็จะบอกกัน

    “สุกำพล” ยันไม่มีเกาเหลาในคมนาคม

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่าง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม กับ พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลกและนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รมช.คมนาคม บ่ายวันเดียวกันนี้ หลังการประชุม ครม. พล.อ.อ.สุกำพลได้เชิญ พล.ต.ท.ชัจจ์และนายกิตติศักดิ์เข้าหารือที่ห้องทำงานในกระทรวงคมนาคม  เพื่อปรับความเข้าใจ  หลังจากที่มีข่าวว่า มีความขัดแย้งและมีการล้วงลูกในกระทรวงคมนาคม ภายหลังหารือนาน 30 นาที ทั้ง 3 คนได้ร่วมกันแถลงข่าว โดย พล.อ.อ.สุกำพลกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีเรื่องของเกาเหลาการทำงานภายในกระทรวงคมนาคม ส่วนสาเหตุที่ระบุว่าเกิดจากการทำงานที่ไม่เข้าใจกัน ที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยมาก ซึ่งในช่วงแรกยอมรับว่าการทำงานอาจไม่เข้าขากันบ้าง แต่สื่อมวลชนมีการนำเรื่องมาขยายความ ทำให้กระทรวงคมนาคมกระเทือน และกล่าวหาว่าเราไม่มีความสามัคคีกัน เมื่อถามว่า กระแสข่าวความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากกระแสการเตรียมปรับ ครม.ก่อนหน้านี้หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพลตอบว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน เพราะการปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายกฯที่จะเป็นคนให้คะแนนรัฐมนตรีแต่ละคน ไม่ใช่เรื่องของรัฐมนตรี

    “ชัจจ์” ปัดตอบหวั่นเกิดปัญหาเพิ่ม

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการแถลงข่าวเสร็จสิ้น ระหว่างที่ พล.ต.ท.ชัจจ์กำลังกลับขึ้นไปบนห้องทำงานนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงความรู้สึกอีกครั้งว่า การแถลงข่าววันนี้ได้เคลียร์ใจจริงหรือไม่  พล.ต.ท.ชัจจ์ตอบว่า ได้พูดคุยร่วมกันระหว่างรัฐมนตรีทั้ง 2 แล้ว หลังจากนี้จะไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆในประเด็นนี้กับสื่อมวลชนอีก เพราะยิ่งพูดมากพรรคก็ยิ่งแตก อย่าลืมว่าผมมีสถานภาพเป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หากยิ่งพูดก็จะยิ่งมีปัญหา ไม่อยากให้เอาเสื้อแดงมาชนกับเตรียมทหารรุ่น 10 เพราะจะเป็นการขัดแย้งกันไปใหญ่ งานที่รัฐมนตรีคนไหนได้รับมอบหมายอะไรก็รับผิดชอบกันไป หากมีปัญหาอะไรก็ค่อยมาว่ากัน

    “กิตติศักดิ์” โบ้ย ส.ส.งัดข้อ “สุกำพล”

    ทางด้านนายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ยอมรับว่าเราเป็นรัฐมนตรีช่วย  แต่ไม่สามารถไปบอกได้ว่าอยากดูแลทำงานอะไรได้บ้าง รัฐมนตรีว่าการแบ่งงานอย่างไรเราก็ทำอย่างนั้น ก็แค่นี้เองไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่า มีข่าวว่า ส.ส.บางคนเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาและช่วยเคลียร์ใจให้ นายกิตติศักดิ์ตอบว่า คงเป็นเรื่องระหว่าง ส.ส.และ รมว.คมนาคม ส่วนตนขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร

    “วันนี้ภายในกระทรวงยังไม่มีอะไรที่ติดขัด ผมก็พูดคุยกับ พล.ต.ท.ชัจจ์อยู่ตลอด และคิดตรงกันว่าตอนนี้ก็คอยดูงานไปก่อน เมื่อเขาตั้งมาเราก็คอยจับตาดูตลอด ถ้างานไม่เดินก็ต้องคุยกัน แต่ถ้างานเดินเราก็ปล่อยเขาไป วันนี้นายกฯก็เหนื่อยมากพอแล้ว แก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่าไปสร้างปัญหาให้นายกฯอีก เราสามารถเคลียร์กันเองได้  ยืนยันว่าผมไม่มีอะไรติดใจหรือในใจ” นายกิตติศักดิ์กล่าว

    “ทักษิณ” อยากกลับมาบริหารประเทศ

    รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อว่า เวลา ส.ส.ไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาก็ให้เล่าให้ฟังว่า พ.ต.ท.ทักษิณสบายดีและคิดถึงบ้าน อยากจะกลับมาบริหารแก้ไขปัญหาให้ประเทศ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหาความยากจน พ.ต.ท.ทักษิณว่าอย่างนั้น วันนี้มองได้เลยว่าใครเก่งที่สุด ตั้งแต่ตนเป็น ส.ส.มา 10 กว่าสมัย มีนายกฯมา 7-8 คน ตนว่านายกฯทักษิณเก่งที่สุด แก้ไขปัญหาเร็ว ช่วยเหลือประชาชนได้ดี เป็นต้นคิดทัวร์นกขมิ้น และโครงการถนนปลอดฝุ่น ขณะที่นายกฯยิ่งลักษณ์ก็เหนื่อย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรค ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นเรื่องแค่จิ๊บๆ ยังไม่ใหญ่ ถ้าใหญ่แล้วจะเล่าให้ฟัง เรายังสามารถเคลียร์ใจกันเองภายในได้ ไม่จำเป็นต้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณหรือผู้ใหญ่ในพรรคลงมาแก้ปัญหา

    “นพดล” อ้างคนปรับ ครม.คือนายกฯ

    ขณะเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะปรับ ครม.หลังปีใหม่ว่า ตามกติกามารยาทผู้ที่จะเป็นคนตัดสินใจปรับ ครม.เมื่อไหร่ และปรับใครบ้างหรือไม่ คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำงานกับ รมต.ทุกวันย่อมรู้ดีว่าใครทำงานเป็นอย่างไร โดยนายกฯเสมือนเป็นกัปตันทีม ย่อมเป็นผู้กำหนดคนให้ตรงกับงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อผลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ได้หาเสียงไว้ และผลักดันนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อสภา ดังนั้น ขอร้องสารพัดแหล่งข่าวทั้งหลายกรุณาอย่าสร้างความสับสนในการให้ข่าวที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย ทั้งนี้ การปรับ ครม.เป็นเรื่องปกติธรรมดาทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร คนที่ทำงานเก่งก็ทำต่อ คนที่ไม่มีผลงานควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้าไปทำงานให้ประชาชน พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่และมีคนเก่งหลายคน ถ้ามีการปรับตัวชี้วัดคือเนื้องาน ไม่ใช่เนื้อโวหาร เพราะบุคลิกของนายกฯตัดสินคนที่ฝีมือ ไม่ใช่ฝีปาก

    “นายกฯยิ่งลักษณ์” มีภาวะผู้นำแน่นอน

    นายนพดลกล่าวว่า ส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์โจมตีนายกฯไม่มีภาวะผู้นำนั้น ไม่ทราบว่าเอาอะไรมาพูด พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่รู้จักนายกฯยิ่งลักษณ์ดีพอ รับรองว่านายกฯมีภาวะผู้นำแน่นอน จากวิกฤติน้ำท่วมก็ได้เห็นภาวะผู้นำและความมุ่งมั่นของนายกฯ และจะได้เห็นมากยิ่งขึ้นในการนำพาการฟื้นฟูประเทศขนานใหญ่ ส่วนกรณีที่ ส.ส.และนักการเมืองพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น เป็นเรื่องปกติที่คนที่เคารพรักกันจะไปมาหาสู่กัน เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์มากมาย การพูดคุย ปรึกษาหารือกันในเรื่องต่างๆ เป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ส.ส. และรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยต้องดำเนินการตามนโยบายของพรรค และนโยบายของรัฐบาล ถ้ามีเรื่องงานใดๆก็สามารถขอหารือและรับนโยบายจากนายกฯได้อยู่แล้ว

    “เฉลิม” ปากแข็งบอกไม่กลัวปรับ ครม.

    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวถึงข่าวการปรับ ครม.ช่วงปีใหม่ด้วยว่า ไม่ทราบจริงๆ ไปปักกิ่งไม่เจอใคร เจอเเต่หิมะตกหนาวจริงๆ หนาวเหน็บ ผู้สื่อข่าวถามว่าหนาวนี่คือหนาวๆร้อนกลัวโดนปรับหรือ ร.ต.อ.เฉลิมตอบว่า ไม่ใช่ ผมไม่เคยคิดอยู่เเล้ว จะอยู่ก็อยู่ จะไปก็ไป เเต่ว่าผมไปปักกิ่งมันหนาวจริงๆ ทั้งนี้  ได้ไปที่เตียหยูไถ่ ไม่น่าเชื่อว่าข้าราชการบางระดับ เขาบอกมีนักการเมืองไทยบางคนไปที่ปักกิ่ง เค้าด่าเช็ดเลย จะไปเอาเงินเอาทองเค้ามาลงทุน ก่อนอื่นขอ 2 พันล้าน ถ้าใครได้ยินเเล้วโปรดทราบ ถ้าใครไปคิดไปพูดเอาไว้ขอให้ความวิบัติจงเกิดขึ้น เรื่องนี้เขาดูถูกประเทศไทยเหลือเกิน มันน่าเกลียด บางคนเห็นสภาพอย่านึกว่าหล่อ โอ้โหมันชาติชั่วจริงๆ เขาด่ากันแซดเลย ผมฟังเเล้วไม่น่าเชื่อ เอ๊ะทำไมเมืองไทยคนชื่นชมกันนะ พอเป็นฝ่ายค้านไปที่นั้นไม่ได้เลย เขาไม่ต้อนรับ

    แจงสาเหตุถอนพาสปอร์ต “ทักษิณ”

    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ จะมีการคืนหนังสือเดินทางให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า เป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่นายสุรพงษ์พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงด้านข้อกฎหมาย ทำให้สังคมเกิดความสับสน โดยเฉพาะที่ระบุว่าเป็นสิทธิของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะได้หนังสือเดินทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำไม่ถูกต้อง จึงจะคืนความชอบธรรมให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ขอเรียนว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบกระทรวงการต่างประเทศข้อที่ 23 (7) ซึ่งระบุว่าพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเรียกคืน หรือยกเลิกหนังสือเดินทางได้ หากเห็นว่าผู้ถือหนังสือเดินทางอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศไทยได้

    “คุณทักษิณมีหมายจับอยู่ และคนที่มีหมายจับทุกคนจะต้องมีบัญชีดำอยู่ที่กรมการกงสุลต่างประเทศ และไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้ ไม่ว่าคดีจะร้ายแรงมากเพียงใด และคุณทักษิณมีคดีความอยู่ ก็จะต้องมีหนังสือจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งมายังกระทรวงการต่างประเทศว่าเป็นบุคคลที่หนีหมายจับของทางราชการ และไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับหนังสือเดินทาง” นายชวนนท์กล่าว

    “เฉลิม” เผยรอยเตอร์กัดติดคดีนักข่าว

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯกล่าวว่า ทางสำนักข่าว รอยเตอร์ได้จ้างนักสืบสากลสืบสวนสอบสวนนักข่าวญี่ปุ่นตายที่สี่แยกคอกวัว ซึ่งเขาระบุว่าเขาได้รายละเอียดครบถ้วน เป็นเอกสารประมาณ 60 หน้า ส่งมาให้ตำรวจไทยแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนเขาบอกว่าไม่ส่ง เพราะรัฐบาลชุดที่แล้ววางแนวทางการสืบสวนสอบสวน ไม่ตรงกับนักสืบอิสระของเขา แต่เมื่อเขาเห็นว่าตนจริงจังกับเรื่องนี้จึงส่งมา ซึ่งทางตำรวจก็ได้ส่งกองการต่างประเทศไปแล้ว ตนอยากบอกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ท่านเข้าใจผิดว่าตนชี้นำตำรวจนั้นไม่ใช่ คนที่ชี้นำตำรวจให้สอบสวนท่านคือ พนักงานอัยการ ที่เห็นว่าท่านและนายสุเทพ เทือกสุบรรณเป็นคนสำคัญ และเรื่องนี้มันเป็นการตายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ท่านอย่าคิดว่าบางเรื่องคนหนึ่งทำ แล้วบางเรื่องคนหนึ่งจะทำ ผมไม่ทำผิด และที่ซ้ำร้ายกว่านั้น ตอนนั้นที่มีข่าวออกมาว่า มีการสอบพยานที่มีปืนทราโว พยานคนนั้นยืนยันเเล้วว่าไม่มีปืนทราโว เเต่เจ้าหน้าที่แอบเอาไปให้

    ผบช.น.ยัน “อภิสิทธิ์-สุเทพ” มาแน่

    พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ยืนยันจะมาให้การในสำนวนคดีผู้เสียชีวิต 16 ศพ จากการสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ดีเอสไอระบุว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยนายสุเทพนัดมาให้ปากคำวันที่ 8 ธ.ค. และนายอภิสิทธิ์นัดมาให้ปากคำในที่ 9 ธ.ค.

    พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. กล่าวว่า สำนวนคดีทั้งหมด 16 สำนวน เสร็จสิ้นไปแล้ว 5 สำนวน ที่เหลือกำลังทยอยส่ง คดีอื่นๆก็มีความคืบหน้าไปมาก สำหรับคดีของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น ต้องรอสอบปากคำนายสุเทพ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีสำนวนคดีที่ส่งอัยการเพิ่มหรือไม่ พล.ต.ต.อนุชัยตอบว่า สำนวนคืบหน้า 70-80 เปอร์เซ็นต์ บางส่วนรอสอบปากคำนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ คาดว่าวันที่ 17 ธ.ค.นี้ จะเสร็จสิ้นทั้งหมด

    “อภิสิทธิ์” ฟันธง “เฉลิม” ชี้นำ 13 ศพ

    ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่า มีข่าวว่าสำนักข่าวรอยเตอร์จ้างนักสืบเอกชนมาสืบกรณีที่นักข่าวชาวญี่ปุ่นเสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองว่า ใครมีหลักฐานอะไรก็ส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวน เพราะการสอบสวนในมือรัฐบาลนี้แล้ว แต่ทำไมมาใช้วิธีการพูดจาชี้นำ เมื่อถามว่าการชี้นำเช่นนี้มีเจตนาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ชัดเจนอยู่แล้วว่าเจตนาทั้งหมด ต้องการให้เป็นประเด็นทางการเมือง แต่ตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี อดีตรองนายกฯ พร้อมที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่างๆ ขอให้รัฐบาลปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของเจ้าพนักงานสอบสวน ถ้าท่านรู้หรือมีหลักฐานอะไร ก็ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้ดำเนินการ มิฉะนั้น กระบวนการสอบสวนจะไม่ได้รับความเชื่อถือเชื่อมั่น จะกลายเป็นเรื่องของการเมืองเข้ามาชี้นำอย่างนั้นอย่างนี้

    หยัน “เฉลิม” แค่อยากเอาใจบางคน

    ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า รู้สึกกังวลกับการทำงานของเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า เจ้าหน้าที่ต้องไม่หวั่นไหว เพราะท่านต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบในที่สุด เพราะ ร.ต.อ.เฉลิมคงไม่ได้มารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป ก็คาดหวังว่าการสอบสวนจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เราเองก็อยากให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้รับข้อเท็จจริงและความเป็นธรรมจากเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ เมื่อถามต่อว่า คิดว่าจะมีการนำรายละเอียดของคำชี้แจงไปขยายผลต่อสาธารณชน เช่นเดียวกับกรณีของ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด อดีตโฆษก ศอฉ.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า บอกแล้วว่าเรื่องนี้มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ หากการเมืองถอยออกไปซะ ให้คนที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาค้นหาความจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จะดีที่สุด เมื่อถามต่อว่าคิดว่า ร.ต.อ.เฉลิมที่ออกมาในเรื่องนี้ต้องการอะไร นายอภิสิทธิ์ตอบว่า “คุณเฉลิมก็อยากแสดงตนน่ะครับ เขาก็เอาอกเอาใจคนที่เขาอยากจะเอาอกเอาใจน่ะครับ”

    ย้ำนิรโทษกรรมต้องอยู่บนหลักการ

    ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า การกระทำเช่นนี้จะกดดันให้ต้องยอมรับเรื่องการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า “ไม่เกี่ยวกันหรอกครับ ผมก็มีหน้าที่ให้ข้อเท็จจริง ส่วนความเหมาะสมที่จะมีกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ มันไม่เกี่ยวว่าผมหรือใครจะเข้าไปเกี่ยวข้องอยู่แล้วการพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายนิรโทษกรรมต้องอยู่บนหลักการ วันนี้อยากให้รัฐบาลมามุ่งแก้ไขปัญหาของประชาชน ควรที่จะน้อมนำเอากระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน มุ่งเรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และการบริหารจัดการเรื่องของน้ำอย่างยั่งยืน ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน อย่าสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง สิ่งที่ดีที่สุดคือการเดินหน้าแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เพราะในกระแสพระราชดำรัสที่ให้ไว้ คือความมั่นคงของประเทศชาติจะอยู่ได้ ด้วยการที่ประชาชนอยู่ดีมีสุข”

    “ดาว์พงษ์” พร้อมให้ข้อมูล 91 ศพ

    พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รอง ผบ.ทบ. กล่าว ถึงกรณีนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะรับผิดชอบสำนวนคดีสั่งสลายม็อบเสื้อแดงในปี 2553 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ราย เตรียมขอข้อมูลจากกองทัพว่า ข้อมูลเราได้มอบให้คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นครเป็นประธานฯไปหมดแล้ว โดยช่วงนั้นนายสมชาย หอมลออ คณะกรรมการ คอป. ได้เข้ามาที่กองทัพบก เราก็ให้ข้อมูลไปตอนนั้น แต่ถ้าทาง ป.ป.ช.ต้องการข้อมูลเพิ่มก็ทำหนังสือมา เราไม่มีอะไรปิดบัง กองทัพพร้อมส่งข้อมูลไปให้ เมื่อถามว่านายวิชาอาจจะเชิญ เสธ.ทบ.ห้วงเวลานั้น ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม พล.อ.ดาว์พงษ์ตอบว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีหนังสือมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะเป็นผู้พิจารณาดู แต่รับรองได้ว่าเราไม่มีอะไรปิดบัง

    “กี้–อริสมันต์” ย่องมอบตัวที่ศาลพัทยา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาลจังหวัดพัทยา นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ถูกออกหมายจับคดีป่วนการประชุมอาเซียน ได้เดินทางเข้ามอบตัวที่ศาลจังหวัดพัทยา โดยเดินทางมาพร้อมคณะ ด้วยรถตู้จำนวน 3 คัน มีนายตำรวจระดับ พ.ต.ท. และกลุ่มชายฉกรรจ์เดินทางติดตามมาด้วยส่วนหนึ่ง หลังจากนั้น เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน นายอริสมันต์ก็ได้รับการประกันตัวไปด้วยเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท ก่อนจะเดินทางกลับเข้า กทม. ไป โดยการเข้ามามอบตัวของนายอริสมันต์ครั้งนี้ได้มาอย่างเงียบๆ ไม่แจ้งให้ใครทราบล่วงหน้า

    พบดีเอสไอรับข้อหาก่อการร้าย

    นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่ม นปช. ผู้ต้องหาในคดีก่อการร้าย ได้ติดต่อนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย เพื่อขอเข้ามอบตัวในเวลา 10.00 น. วันพุธที่ 7 ธ.ค.นี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีก่อการร้าย หลังจากดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องกลุ่มแกนนำ นปช.ในคดีก่อการร้าย และอัยการคดีอาญาพิเศษได้ส่งสำนวนสั่งฟ้องต่อศาลอาญาไปก่อนหน้านี้ เหลือเพียงนายอริสมันต์ที่ยังไม่เข้ามอบตัว โดยให้เหตุผลไม่มั่นใจความปลอดภัย ทั้งนี้ หลังจากพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย แจ้งข้อกล่าวหาคดีก่อการร้ายกับนายอริสมันต์แล้วเสร็จ จะควบคุมตัวส่งอัยการคดีพิเศษทันที ซึ่งดุลพินิจในการให้ประกันตัวและหลักทรัพย์ในการขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีการกำชับให้การดำเนินการเป็นความลับ

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้