ข่าว
100 year

คลองรอบกรุง

กิเลน ประลองเชิง5 พ.ย. 2554 05:00 น.
SHARE

หนังสือชื่อชีวิตตามคลอง พะยี่ห้อ ส.พลายน้อย คุ้นเรื่องและเนื้อหา แต่ปกแปลกตา สำนักพิมพ์สายธาร พิมพ์ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ เวนิสตะวันออก ผมอ่านเจอเรื่อง...คลองรอบกรุง

สมัยกรุงธนบุรี โปรดให้ขุดคลองเป็นคูข้างหลังเมือง ตั้งแต่คลองบางกอกน้อยมาถึงคลองบางกอกใหญ่ ทำให้ตัวเมืองฟากตะวันออกเป็นเกาะ พร้อมกับโปรดให้ขุดคลองเป็นคูเมืองฟากตะวันออก (ฝั่งพระนคร)

ซึ่งเรียกกันต่อมาว่าคลองหลอด อีกสายหนึ่ง

ครั้นเมื่อถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2328 รัชกาลที่ 1 โปรดให้ขุดคลองขยายคูเมืองออกไปอีกชั้น พระราชทานชื่อว่าคลองรอบกรุง

ด้านเหนือไปออกวัดบางลำพู ด้านใต้ไปออกวัดเชิงเลน (วัดบพิตรภิมุข) ทำให้พื้นดินระหว่างคลองคูเมืองกับคลอง

รอบกรุง กลายเป็นเกาะใหญ่ขึ้นอีกเกาะหนึ่ง

ไม่แค่นั้น ยังโปรดให้ขุดคลอง จากคลองคูเมืองเดิม ออกไปบรรจบคลองรอบกรุงอีก 2 คลอง คือคลองข้างวัดศิริอมาตยารามสายหนึ่ง กับคลองข้างวัดราชบพิธอีกสายหนึ่ง

คลองสองคลองนี้ชักน้ำถึงกัน ทำให้คนในกำแพงพระนครมีน้ำใช้

คลองคูเมืองเดิม เรียกกันหลายชื่อหลายตอน ปากคลองข้างใต้ เรียกปากคลองตลาด เพราะสมัยหนึ่งเป็นตลาดปลาใหญ่ที่สุด มีเรือบรรทุกปลาทะเลจากท่าจีนมาจอดขายกันขวักไขว่

ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2340 โปรดให้ขุดคลองนอกกำแพงพระนคร ทางด้านเหนือวัดสระเกศ เพื่อให้ราษฎรได้ประชุมลอยเรือเล่นเพลง และสักรวาในเทศกาลฤดูน้ำ ปัจจุบันเรียกกันว่า คลองมหานาค

ชื่อคลองรอบกรุง แม้เป็นชื่อพระราชทาน แต่ต่อมาชื่อนี้ก็ค่อยเลือนหายไป ราษฎรเลือกเรียกกันใหม่

ตั้งแต่ปากคลอง แถวๆวัดบางลำพูบน (วัดสังเวชฯ) ไปถึงวัดสระเกศ เรียกว่าคลองบางลำพู

ปากคลองเรียกบางลำพูบน  ปลายคลองทางใต้เรียกบางลำพูล่าง

คลองรอบกรุงระยะที่สอง จากวัดสระเกศไปออกวัดเชิงเลน ก็เรียกกันว่า คลองวัดเชิงเลน

เรียกได้ไม่นาน เมื่อทางการสร้างสะพานจากฝั่งวัดสามปลื้ม ข้ามไปสำเพ็งเพื่อติดต่อการค้าขายได้สะดวก  สะพานนั้นเป็นสะพานไม้ หันให้เรือผ่านไปมาได้ จึงเรียกกันว่า สะพานหัน

คลองนี้จึงถูกเรียกใหม่ว่า คลองสะพานหัน

ครั้นต่อมา ชาวรามัญจากสามโคก นำโอ่งอ่างบรรทุกเรือมาจอดขายปากคลองวัดเชิงเลนเป็นประจำ ชื่อคลองสะพานหัน ก็เปลี่ยนเป็น คลองโอ่งอ่าง และยังเรียกกันถึงวันนี้ วันที่ไม่มีโอ่งอ่างขายแม้แต่ใบเดียว

คลองรอบกรุงแต่เดิม น้ำลึกและกว้าง มีเรือขึ้นล่องไปมา มีแพจอดเรียงราย  น้ำขึ้นลงตามแม่น้ำเจ้าพระยา  เคยมีจระเข้ใหญ่หลงเข้าไปคาบนายทองอยู่ ต้นตระกูล ฤทธาคนี แต่รอดมาได้ เป็นข่าวใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 1

ส.พลายน้อย เล่าถึงการขุดคลองผดุงกรุงเกษม คลองเปรมประชากร และอีกหลายๆคลองสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทำให้จินตนาการถึงมหานครที่หันไปทางไหนก็มีแต่ลำคลอง หน้าน้ำเป็นเทศกาลความสุข

มีคนลอยเรือเล่นสักรวาฯลฯ ข้าวกล้าเสียหายบ้าง แต่ก็ไม่มาก ยังพูดกันว่า ข้าวเหลือเกลืออิ่ม

สมัยปัจจุบัน หลายผู้นำมหานครเวนิสตะวันออก ช่วยกันถมคลองเป็นถนน คลองที่ยังเหลือก็ถูกอาคารบ้านเรือนรุกล้ำ พื้นที่จะช่วยรับน้ำ ช่วยระบายน้ำ ก็ลดลงไป

หน้าน้ำในสมัยใหม่ น้ำมากจึงบ่าท่วมไปทุกเมือง ไม่เว้นเมืองกรุงฯ นี่มันยิ่งกว่ายุคข้าวยากหมากแพง ข้าวสาร ไข่ ฯลฯ กระทั่งน้ำดื่ม ก็ยังหาซื้อไม่ได้ในศูนย์การค้ากลางพระนคร

บ้านนี้เมืองนี้ ดูเหมือนเคยมีผู้นำ แต่เอ้อ! เป็นหญิงหรือเป็นชาย ชื่ออะไร ผมก็ลืมๆไปเสียแล้ว.

 

กิเลน ประลองเชิง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้