บริการข่าวไทยรัฐ

ประโยชน์-โทษตัวเห้ ชื่อแย่แต่ราคาเยี่ยม!

โดย

“เห้...เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ตัวไม่ โตเต่งตึง แต่ตัวเตี้ยติดดิน...”

นัก ร้องเสียงห้าว นิค นิรนาม เคยร้องเพลงเกี่ยวกับตัวเห้ไว้ โด่งดังอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ห่างหายไปจากวงการ แต่ข่าวคราวของตัวเห้กลับหวนคืนสื่ออยู่เนืองๆ

บัดเดี๋ยวว่าโผล่แถวๆ สภาฯ บัดเดี๋ยวเข้าไปในบ้านร้านช่อง เป็นเหตุให้หน่วยกู้ภัยต้องออกมาจับ เพื่อนำเอาไปคืนสู่ธรรมชาติ และดำรงอยู่แบบตัวเห้สืบไป

ไม่นานมานี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามเครียด สั่งจับเห้ในพื้นที่ 4 ตำบล เจ้าหน้าที่ออกไปด้อมๆมองๆแล้วกระชับพื้นที่ ได้มารวม 184 ตัว ก่อนส่งไปอยู่ในถิ่นที่ใหม่ใกล้ๆกัน คือ ที่ควบคุมสัตว์สงวน ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี

สาเหตุที่ ต้องสั่งจับตัวเห้ พ่อเมืองแม่กลองบอกว่า ทางจังหวัดได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ตัวเงินตัวทองที่กรมป่าไม้กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง มันเข้าไปรบกวนชาวบ้านขนาดหนัก จำเป็นต้องทำให้ประชากรของมันเบาบางลงไป ด้วยการย้ายถิ่นให้มันเสียใหม่

เพราะเห้เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 จึงต้องขออนุญาตและได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและ พันธุ์พืช ให้จับตัวเงินตัวทองเพื่อนำย้ายถิ่นฐานได้ โดยตั้งเป้าจะจับตัวเงินตัวทองประมาณ 400 ตัว

จำนวน 400 ตัว นับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะฟาร์มเลี้ยงเห้ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน กำลังจะเปิดตัวโครงการเร็วๆนี้ มีแค่ 200 ตัวเอง

อาจารย์สมโภชน์ ทับเจริญ นักวิชาการเกษตร 8 มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ผู้ดูแลโครงการเลี้ยงตัวเหี้ย ให้ความรู้ว่า สัตว์ตระกูลเหี้ยในประเทศไทยมีอยู่ 4 ตระกูลคือ 1. เหี้ย 2. แลนหรือตะกวด 3. เห่าช้าง อยู่ทางภาคใต้ และ 4. ตุ๊ดตู่

แต่ละตระกูลจะมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกันไป

ชื่อ ของเห้มีหลายนาม ชาวบ้านเก่าก่อนเรียกเหี้ย เมื่อกลายมาเป็นคำด่าทอกัน และถือว่าไม่เป็นมงคล จึงพยายามเปลี่ยนชื่อเรียกให้ดูดีขึ้น เป็นต้นว่า เห้ ตัวเงินตัวทอง จระเข้น้อย และเคยจะเปลี่ยนเป็นชื่อ วรนุส จนเป็นข่าวฮือฮากัน

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2552 เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คิดจะเปลี่ยนชื่อจากตัวเหี้ยเป็น “วรนุส” ด้วยเหตุผลว่า เห้จัดอยู่ในวงศ์ Varanus อ่านเป็นภาษาละตินว่า วารานุส ซึ่งคล้ายกับคำว่า วรนุช แต่ไม่เป็นที่ยินดีสำหรับคนทั่วไป

คนที่ไม่น่าจะปลื้มสุดๆ เห็นจะเป็นดาราสาวแสนสวยชื่อ วรนุช อย่าว่าแต่คุณวรนุชเลย แม้แต่ดาราลูกทุ่งดาวค้างฟ้าอย่างย่าผ่องศรี วรนุช ก็คงไม่ปลื้มเช่นกัน

ชีวิตความเป็นอยู่ของเห้เป็นอย่างไร

เห้สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ตัวอ้วนใหญ่สีดำ ในวงศ์เห้มีลายดอกสีเหลืองพาดขวาง หางยาว

สถาน ที่อยู่อาศัยของมัน เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่ว่ายน้ำเก่ง สามารถดำน้ำได้ และชอบที่จะลงน้ำ สามารถปรับตัวให้อยู่ในสภาพแวดล้อมต่างๆได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งในเมืองหลวงขนาดใหญ่ จะพบเห็นเหี้ยจำนวนมากและมีขนาดใหญ่อยู่ตามสวนสาธารณะหรือสถานที่ต่างๆ
ในเมืองใหญ่

บ้านใครที่อยู่ชานเมือง และอยู่ใกล้ดง ดงกก ดงโสน ดงธูปฤาษีแถวๆนั้นมักจะได้พบเจ้าตัวเห้ได้อย่างง่ายดาย

ลักษณะ มีรูปร่างคล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่ ความยาว 2.5-3 เมตร มีลิ้นแยกเป็นสองแฉกคล้ายงู ใช้สำหรับรับกลิ่น มีลายดอกสีเหลืองพาดขวางทางยาว ชอบอาศัยอยู่บริเวณใกล้แหล่งน้ำ ว่ายน้ำเก่ง และดำน้ำนาน ลักษณะนิสัยตื่นคน เมื่อเห็นจะวิ่งหนี

ปกติเห้ไม่ใช่ สัตว์ดุร้าย แต่เมื่อใดที่ถูกไล่จนตรอก หรือไปรบกวนให้มันเกิดความเดือดร้อน มันถึงจะกัด ฟันของเห้คมมาก เมื่อกัดไปบริเวณใด เนื้อจะฉีกขาด และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ฟันของมันสกปรกมาก อาจทำให้แผลติดเชื้อ รักษายาก

อาหาร การกินของเห้ คือ ของเน่าเปื่อย เศษซากอาหาร บางครั้งก็จะกินสัตว์เป็นๆ เช่น ไก่, เป็ด, ปู, หอย, งู, หนู, นก และไข่ของสัตว์ต่างๆ รวมทั้งปลา

การแพร่พันธุ์ของเห้ มันไม่ได้ออกลูกเป็นตัว แต่ออกลูกเป็นไข่

ไข่ เห้ออกคราวละ 15-20 ฟอง และใช้เวลาฟัก 45-50 วัน ทั้งนี้ตัวเหี้ยจะวางไข่ในปลายฤดูร้อนต่อเนื่องฤดูฝน จะจับคู่กันโดยไม่เลือกว่าคู่จะต้องเป็นตัวเดิม บางครั้งอาจมีการต่อสู้รุนแรงระหว่างตัวผู้เพื่อแย่งชิงตัวเมีย โดยออกลูกเป็นไข่ ไข่จะมีลักษณะรียาว บางครั้งจะสีขาวขุ่น วางไข่ประมาณ 6-50 ฟอง ในแต่ละปีจะสามารถวางไข่ได้ 2-3 ครั้ง หรืออาจมากกว่านั้นในพื้นที่ซึ่งสภาพในฤดูแล้งและฤดูฝนไม่แตกต่างกัน ไข่จะถูกกลบเป็นเนินดินหรือรังปลวก เวลาในการฟักขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม

สำหรับ คนที่ตัวเห้เข้าบ้าน สมัยก่อนต้องทำบุญกันขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันอาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่ต้องจับออกไป คนที่อยู่ในกรุงเทพฯแจ้งหน่วยจับสัตว์ได้หลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ มิตรภาพทีม ทีมนี้จับให้ฟรี ติดต่อได้ที่ศูนย์วิทยุพระรามเก้าเบอร์ 0-2643-9922

เรื่องการจับตัวเห้ในกรุงฯ คุณเอก เจ้าหน้าที่ของมิตรภาพทีม บอกว่า บรรดาสัตว์ที่เข้าไปในบ้านคน อันดับแรกคืองู อันดับสองคือตัวต่อ อันดับสามคือเห้

บ้านที่ตัวเห้ เข้านั้น มักเป็นบ้านที่ใกล้ป่าและเลี้ยงนก เลี้ยงไก่ไว้ เจ้าตัวเห้เมื่อรู้มันจะหาทางเข้าไปจัดการกับสัตว์เลี้ยงเป็นอาหารของมัน “พวกนี้ มันจะใช้ลิ้นแลบนำไป มันจะได้กลิ่นทางลิ้นครับ” คุณเอกบอก

การ จับตัวเห้ของมิตรภาพทีมคือ “ใช้ห่วงคล้องคอแล้วดึง ระหว่างคล้องเราต้องระวัง เพราะเล็บมันแหลมคมมาก ห้ามโดนมันกัดอย่างเด็ดขาด มันอันตรายเพราะน้ำลายมันมีพิษ แผลที่ถูกกัดจะเน่า รักษายากมาก” คุณเอกบอก

ลักษณะ การกัดของเห้ “มันจะแว้งกัด ใช้ปากงับเอา หางมันฟาดบ้าง แต่ไม่ฟาดเป็นอาชีพเหมือนจระเข้หรอก มันจะฟาดเมื่อจวนตัว เพื่อป้องกันตัวมัน

ปัจจุบัน เหี้ยถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างหนึ่ง ที่มีการส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงกัน เพื่อนำเนื้อไปใช้ในการบริโภค โดยเฉพาะเนื้อบริเวณส่วนโคนหางที่เรียกว่า “บ้องตัน” เนื้อส่วนนี้เป็นที่นิยมในหมู่นักนิยมกินของป่าเป็นอย่างมาก

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำลังผุด “ฟาร์มตัวเหี้ย” แห่งแรกของไทย

โดย ในเบื้องต้นได้ทำการออกแบบและก่อสร้างบ่อเพาะเลี้ยง ในบริเวณสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจฯ ขนาด 1 ไร่เศษ ซึ่งสามารถเลี้ยงได้ 150-200 ตัว ทุกตัวจะฝังไมโครชิพ เพื่อการแสดงตนเองและติดตามตัวได้ง่าย

อาจารย์ สมโภชน์บอกว่า การนำมาเพาะเลี้ยงนั้น ต้องการศึกษามันทุกระบบ และต้องการเปลี่ยนนิสัยการกินเนื้อสดของมันมาเป็นการกินอาหารเม็ด ระยะการศึกษาช่วงแรก 5 ปี ถ้าสำเร็จแล้วเราก็จะขอให้ออกมาจากบัญชีรายชื่อสัตว์คุ้มครอง แต่จะแยกออกมาเป็นรายๆไป

ตัวเห้นั้น อาจารย์มองว่าโทษของมันแทบไม่มีเลย สาเหตุที่มันก่อความเดือดร้อนรำคาญนั้น เพราะว่ามันไม่มีอาหารกินเหมือนเก่าก่อน จึงต้องเข้ามาลักเป็ดไก่ของชาวบ้าน ประกอบกับคนไทยถือว่าเป็นตัวอัปมงคล จึงไม่ไปยุ่งกับมัน ทำให้มันแพร่พันธุ์ได้มากมาย

ประโยชน์ของเห้ อาจารย์บอกว่า 1. ช่วยกำจัดซากสัตว์ 2. ช่วยกินไข่งูพิษ 3. ตัวมันเป็นสัตว์เศรษฐกิจอย่างแท้จริง เพราะว่า หนัง ต่างประเทศนำไปทำกระเป๋า เข็มขัดราคาแพงมาก เนื้อ ต่างประเทศเขากินราคาแพงมากอีกเช่นกัน ส่วนเครื่องใน ดี ตับ เป็นยารักษาโรคหัวใจ

เห็นไหมว่าเห้มีดีอยู่ทั้งตัว เสียแต่ว่ามันชื่อเห้เท่านั้น ต่างกับคนเห้อย่างสิ้นเชิง.