ข่าว
100 year

ตะลึงหนี้สาธารณะท่วม แบงก์ชาติผ่าแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์15 ส.ค. 2554 06:00 น.
SHARE

แบงก์ชาติประเมิน แนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาล ทั้งที่เป็นภาระงบประมาณโดยตรง และภาระแอบแฝงผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ หวั่นหนี้สาธารณะของไทยทะลุ 60% ของจีดีพี เกินกรอบวินัยการเงินการคลังในปีงบประมาณ 57 และใกล้ 70% ในปี 59...

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานการประเมินภาพหนี้สาธารณะของรัฐบาลไทย ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยพบว่า แนวโน้มการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และภาระการคลังที่เพิ่มขึ้น อาจจะทำให้หนี้สาธารณะของไทยสิ้นปีงบประมาณ 2554 ซึ่งจะอยู่ประมาณ 44% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยับขึ้นเป็น 60% ของจีดีพี ในช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2556 และประเทศไทยจะเริ่มมีหนี้สาธารณะสูงกว่ากรอบวินัยการคลังตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557 เป็นต้นไป นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2559 หนี้สาธารณะมีโอกาสสูงใกล้ 70% ของจีดีพี ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วง และอันตรายต่อเสถียรภาพของประเทศ

ทั้งนี้ ธปท.ได้พิจารณาแนวโน้มนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เทียบกับโครงการรายได้และรายจ่ายของรัฐบาลพบว่า มีมาตรการที่มี ผลกระทบกับงบประมาณค่อนข้างมาก ขณะที่โครงสร้างรายได้ และรายจ่ายของรัฐบาลเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดย ธปท.ประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐออกเป็น 4 ด้าน คือ

1. มาตรการที่เป็นภาระชัดเจนต่องบประมาณทันที เช่น โครงการรับจำนำข้าว และมาตรการลดภาระค่า ครองชีพ เช่น การลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 2.มาตรการที่จะเป็นภาระผูกพันต่อเนื่องในงบประมาณ เช่น การปรับเพิ่มขึ้นเงินเดือนข้าราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นโยบายด้านสวัสดิการสังคม เช่น การปรับขึ้นเบี้ยคนชรา เบี้ยคนพิการ ฯลฯ 3. มาตรการที่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ เช่น การปรับลดภาษีนิติบุคคล การคืนภาษีและเพิ่มค่าลดหย่อนให้กับผู้ซื้อบ้านหลังแรก หรือซื้อรถคันแรก และ 4.มาตรการที่เพิ่มโครงการลงทุนของประเทศ

นอกจากนั้น รัฐบาลยังมีมาตรการกระตุ้น เศรษฐกิจที่เป็นภาระโดยนัยต่องบประมาณ คือ นโยบายที่ดำเนินการผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ประเมินจาก 4 โครงการหลัก ต้องใช้เงิน 442,000 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ของงบประมาณภาครัฐ ประกอบด้วย 1.โครงการสินเชื่อบัตรเครดิตสำหรับเกษตรกร วงเงิน 174,000 ล้านบาท

2.โครงการพักหนี้เกษตรกร วงเงิน 210,000 ล้านบาท 3.โครงการรีไฟแนนซ์หนี้ส่วนบุคคล 10,000 ล้านบาท และ 4.โครงการบ้านหลังแรก ดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 5 ปี วงเงิน 48,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการเหล่านี้ หากมีปัญหาหนี้เสียจำนวนมาก หรือขาดทุน สุดท้ายจะต้องเป็นภาระของงบประมาณภาครัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ เมื่อพิจารณาโครงสร้างรายรับ-รายจ่ายและงบประมาณภาครัฐ พบว่า อัตราการขยายตัวของงบประมาณรายจ่ายของประเทศ ในช่วงปี 2550-2554 เพิ่มขึ้น 8.8% ของจีดีพี เทียบกับช่วงปี 2540-2549 รายจ่ายของประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 4.9% ขณะที่รายได้ของรัฐบาลในปี 2550-2554 เพิ่มขึ้น 4.2% ของจีดีพี เทียบกับในช่วงปี 2540-2549 ที่รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.7%

ทั้งนี้ ธปท.มีข้อเสนอแนะต่อการใช้จ่ายของรัฐบาลในช่วงต่อไป โดยให้จัดลำดับความสำคัญและเร่งรัดการดำเนินนโยบายที่สำคัญก่อน โดยเน้นรายจ่ายที่จะเพิ่มศักยภาพของประเทศ  และมาตรการที่ออกไปควรจะมีกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้การใช้จ่ายเกิด ประสิทธิผลสูงสุด  โดยยึดกรอบวินัยการคลังอย่าง เคร่งครัด

นอกจากนั้น การดำเนินมาตรการต่างๆควรทยอยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อเงินเฟ้อ และมีเวลาให้ภาคธุรกิจและประชาชนปรับตัว รวมทั้งเพิ่มรายได้ของภาครัฐ และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความไม่สมดุลทางการเงินในภาคต่างๆ ของประเทศ ที่อาจนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อรุนแรง และภาวะฟองสบู่ของประเทศ รวมทั้งปัญหาหนี้สาธารณะในที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้