ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธปท.เผยแบงก์งัดกลยุทธ์ดึง ดอกเบี้ยตั๋วบีอีสูงลิ่ว หวังรักษาฐานลูกค้า

    ไทยรัฐออนไลน์11 ส.ค. 2554 18:30 น.
    SHARE

    ธปท.เผย แบงก์งัดกลยุทธ์ดึงดอกเบี้ยตั๋วบีอีสูงลิ่ว หวังรักษาฐานลูกค้า หวั่นคนโยกเงินฝากหนี หลัง 11 ส.ค.นี้จะเริ่มลดการคุ้มครองเงินฝากเหลือ 50 ลบ. ชี้ธุรกิจสถาบันการเงินไทยไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกกรณีสหรัฐฯและ ยุโรปมีปัญหา เพราะเน้นปล่อยกู้และทำธุรกิจในประเทศเป็นหลัก

    เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางสาวนวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สัดส่วนของเงินฝากรวมตั่วแลกเงิน (บี/อี) สิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 14% จากระยะเดียวกันของปีก่อน เทียบกับที่ขยายตัว 11.6% ในไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อแข่งขันกันระดมสภาพคล่องไว้รองรับสินเชื่อ และเป็นการรักษาฐานลูกค้าของตนไว้ หลังจากที่จะมีการลดการคุ้มครองเงินฝากเหลือ 50 ล้านบาทต่อบัญชี และปีหน้าลดเหลือเพียง 1 ล้านบาทต่อบัญชีที่จะเริ่มต้นในวันที่ 12 สิงหาคมนี้

    “สัดส่วนการเร่งตัวขึ้นของ ตั๋ว บี/อี ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากการลดการคุ้มครองเงินฝากลด ที่จะเริ่มในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการบริหารจัดการเพื่อระดมสภาพคล่องและรักษาฐานลูกค้า ของแต่ละแบงก์ไว้” นางสาวนวพร กล่าว

    ผู้อำนวยการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวต่อว่า  ขณะนี้ยังไม่เห็นการโยกย้ายเงินฝากของประชาชน จากกรณีการลดความคุ้มครองเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ลง ซึ่งจากการตรวจสอบและติดตามทุกอย่างยังเรียบร้อยดี ส่วนหนึ่งเพราะที่ผ่านมาธปท. ธนาคารพาณิชย์ และกระทรวงการคลังได้มีการออกไปทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ได้กำชับให้ธนาคารพาณิชย์ดูแลสภาพคล่องของธนาคารให้ดี พร้อมทั้งเตรียมแผนรองรับหากเกิดกรณีมีการโยกย้ายเงินฝากจะสร้างผลกระทบต่อ ระบบ สำหรับแนวโน้มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ยังน่าจะยังมีกำไรที่ดีต่อเนื่อง ซึ่งก็ต้องขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ การขยายตัวของสินเชื่อ ความเชื่อมั่นของประชาชนผู้บริโภคในระยะต่อไปด้วยว่าจะปรับตัวไปในทิศทางใด แต่โดยรวมยังอยู่ในทิศทางทีดี ส่วนปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปมี ปัญหาถูกลดอันดับเครดิตและมีหนี้สาธารณะสูงนั้น มองว่ากระทบระบบธนาคารพาณิชย์ของไทยน้อยมาก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ไทยเน้นลงทุนในประเทศเป็นส่วนใหญ่

    “ธุรกิจธนาคาร พาณิชย์ไทย เราไม่ได้รับผลกระทบ จากปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ มากนัก เพราะลักษณะการทำธุรกิจของธนาคารในไทยก็เป็นแบบไทยๆ ที่เน้นทำธุรกิจอยู่ในประเทศ เพราะจากข้อมูลที่เราดูล่าสุด ภาคธนาคารของไทยไปลงทุนในต่างประเทศเพียง 1% ของสินทรัพย์รวมเท่านั้น ขณะที่การปล่อยสินเชื่อในต่างประทศก็มีเพียง 2% ของสินทรัพย์รวมเท่านั้น จึงมีผลกระทบจากสถานการณ์ปัญหาในต่างประเทศค่อนข้างน้อยมาก” นางสาวนวพร กล่าว

    ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ของปีนี้ที่ผ่านมาระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิ 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 3.4 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 มีจำนวน 6.9 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสแรก 5.8 หมื่นล้านบาท โดยกำไรส่วนใหญ่ 70% เป็นกำไรจากดอกเบี้ย ซึ่งอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย(NIM) เพิ่มขึ้นจาก 2.4% เป็น 2.6% ในไตรมาสที่ 2 ขณะที่สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 15.1% จาก 13.4% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 14.9% จาก 12.2% สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคขยายตัว 15.7% จาก 16.3% และสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีขยายตัว 12.2% จาก 9.6% โดยที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ในระบบต่ำเพียง 3% ลดลงจากไตรมาสที่ 3.2%

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 19:25 น.