กีฬา
100 year

สรรพากรเมินเผือกร้อน'กรณ์' ยันไม่เก็บภาษี'โอ๊ค-เอม'

ไทยรัฐออนไลน์11 ส.ค. 2554 16:27 น.
SHARE

อธิบดีกรมสรรพากร ยัน ไม่เก็บภาษี โอ๊ค-เอม ชี้ ที่ผ่านมาทำหนังสือหารือกระทรวงการคลังตลอด  ส่วนการซื้อขายหุ้นของชินคอร์ปให้เทมาเส็ก ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณากฎหมายแต่เบื้องต้นประเมินว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่มีภาระภาษี

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรไม่สามารถเก็บภาษีจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีการโอนหุ้นบริษัทชินคอร์ป ให้กับนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวได้ เนื่องจากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และศาลภาษีอากรกลาง ระบุว่ากรณีดังกล่าวเป็นการทำนิติกรรมอำพรางที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และอัยการก็มีความเห็นไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว

"ที่ผ่านมา กรมสรรพากรทำหนังสือหารือกระทรวงการคลังมาโดยตลอด จนมีความเห็นว่า ไม่มีการประเมินภาษีกรณีดังกล่าว ทำให้กรมสรรพากรคืนเงินที่อายัดไว้ ส่วนกรณีที่มีการซื้อขายหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ระหว่างนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา กับบริษัท เทมาเส็ก กองทุนจากประเทศสิงคโปร์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น กรมสรรพากรกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายกฎหมาย แต่ในเบื้องต้นประมาณว่า การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไม่มีภาระภาษี” อธิบดีกรมสรรพากร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลัง กรณีที่กรมสรรพากรไม่อุทธรณ์ต่อศาลภาษีกลาง เนื่องจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำตัดสินว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร เป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงในการคดีโอนหุ้นบริษัทชินคอร์ป ผ่านทางบริษัท แอมเพิล ริช อินเวสเมนต์ นอกตลาดหลักทรัพย์เพื่อเลี่ยงการเสียภาษี โดยถูกศาลฎีกาฯ สั่งยึดทรัพย์ไปแล้ว 4.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งต่อมาศาลภาษีอากรกลางได้นำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา เพื่อประเมินภาษีนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทาตามกระบวนการของกฎหมาย

โดยศาลภาษีอากรกลาง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553 ว่านายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา มิใช่บุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 164.6 ล้านหุ้น เงินได้ที่เกิดขึ้นจากการขายหุ้นจึงเป็นของ พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ซึ่งได้ถูกยึดทรัพย์ไปแล้ว ดังนั้นบุตรทั้งสองคนจึงมิใช่ผู้ที่ได้รับประโยชน์ที่อาจคิดคำนวณเป็นเงินอันเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 และมิใช่ผู้มีเงินได้พึงประเมินที่จะมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร

นอกจากนี้ศาลภาษีอากรกลางยังระบุว่า กรมสรรพากรจะอุทธรณ์หรือไม่ยื่นอุทธรณ์ก็ได้ แต่หากจะยื่นอุทธรณ์จะมีค่าธรรมเนียม 23 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่าย ดังนั้นกรมสรรพากรจึงได้หนังสือหารือไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ปรากฏว่า กระทรวงการคลังไม่ยื่นอุทธรณ์ ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลังได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้กรมสรรพากรเร่งดำเนินคดีการซื้อหุ้นดังกล่าว โดยยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมีภาระภาษีที่กรมสรรพากรจะต้องเรียกเก็บ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้