Thairath Logo
กีฬา

อาลัยบุตรแห่ง "สุภาพบุรุษศรีบูรพา"

Share :

เมื่อเครื่องพาผมและน้องสาวบินมาถึงนครย่างกุ้งของพม่า โทรศัพท์สายแรกที่เราได้รับจากทางบ้านที่เมืองไทยก็คือ คุณสุรพันธ์ สายประดิษฐ์ กรรมการผู้จัดบริษัทบาลานซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในวัย 72 ปี เมื่อคืนพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2554 เวลา 22.35 น.

ที่ผมต้องเขียนถึงคุณสุรพันธ์ ไม่ใช่เพราะในอดีตท่านเคยร่วมกับคุณพ่อของผม และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทยก่อตั้งบริษัทบาลานซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ดำเนินกิจการส่งเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับค่ายอพยพ ค่ายผู้ลี้ภัย มาก่อน

แต่เขียนถึงท่านเพราะท่านเป็นผู้กล้าเย้ยฟ้าท้าดิน เป็น 1 ใน 3 ของนักเรียนชุดแรกของไทย ที่เดินทางไปเรียนต่อ ณ กรุงมอสโก สหภาพโซเวียต เมื่อ พ.ศ.2501 หรือเมื่อ 53 ปีที่แล้ว

พ.ศ.2551 ครบ 50 ปีของการเดินทางไปเรียนที่โซเวียต อดีตนักเรียนโซเวียตชาวไทยทั้ง 3 คน คือ คุณประคอง พลหาญ (อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม) นพ.ทัศนัย แสนโกศิก (อดีตนายแพทย์ของสภากาชาดไทยและอดีต ส.ส.สุโขทัย) รวมทั้งคุณสุรพันธ์ สายประดิษฐ์ ได้มา reunion มาทำพิธีรำลึกนึกถึงความหลังที่บ้านของผมที่เขตลาดกระบัง ในโอกาสนั้น ผมและน้องๆ จึงได้ฟังเรื่องราวของชีวิตจริง ที่ยิ่งกว่านวนิยายของคุณสุรพันธ์และของบิดามารดาของท่าน

บิดาของคุณสุรพันธ์คือ นายกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือศรีบูรพา อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ และนักเขียนเจ้าของนามปากกาศรีบูรพา อดีตนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 2 สมัย (พ.ศ.2488-2489) มารดาของท่านคือ นางชนิด สายประดิษฐ์ นักเขียนและแปลชื่อดังในนามปากกา “จูเลียต” ผู้เสียชีวิตไปเมื่อ พ.ศ.2553 เมื่อปีที่แล้ว ด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน

หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 พลตรี พระวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ทรงชวนนายกุหลาบบิดาของท่าน ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 27 ปี มีความรู้ ม.8 มาเป็นบรรณาธิการ นสพ.ประชาชาติรายวัน ภายหลังบิดาของท่านเจอพิษการเมืองบีบให้ลาออก ต่อมาก็ถูกจับกุมข้อหา “กบฏสันติภาพ” ถูกจำคุกอยู่นาน 5 ปี ออกจากคุกเมื่อ พ.ศ.2500

พ.ศ.2501 นายกุหลาบได้รับเชิญให้เป็นหัวหน้าคณะนำสื่อมวลชนไทยไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปแล้วก็กลับไม่ได้ ต้องลี้ภัยอยู่ที่เมืองจีนจนถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ.2517

คุณสุรพันธ์ซึ่งตอนนั้นเป็นนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงตัดสินใจเดินทางไปกรุงมอสโก เมื่อ พ.ศ.2501 ท่านเข้าเรียนที่สถาบันวิศวกรรมพลังงานแห่งกรุงมอสโก จนจบปริญญาโททางวิศวกรรมไฟฟ้า เมื่อ พ.ศ.2509 จากนั้น ก็ย้ายไปอยู่ที่กรุงปักกิ่งจนถึง พ.ศ.2525 โดยทำงานที่เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำทางภาคเหนือของจีน

ระหว่าง พ.ศ.2525-2531 คุณสุรพันธ์ย้ายไปฝรั่งเศส เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งเมืองกาชอง ที่นี่ท่านก็ดำรงชีพด้วยการทำงานด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ตามบริษัท

คุณสุรพันธ์กลับประเทศไทยใน พ.ศ.2531 ท่านเป็นทั้งวิศวกรและผู้บริหารบริษัทสร้างสถานีไฟฟ้าและสายส่งไฟฟ้าในประเทศไทย ลาว และศรีลังกา

คุณสุรพันธ์แต่งงานกับคุณวาณี บุตรีคนเล็กของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม หรือศาสตราจารย์ ดร.ปรีดี พนมยงค์ และท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ (นามสกุลเดิม ณ ป้อมเพชร์)

ผมกับน้องๆได้สัมผัสกับคุณสุรพันธ์ตั้งแต่เด็กๆ สมัยที่สำนักงานของกลุ่มบาลานซ์ยังอยู่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อขึ้นมากรุงเทพฯ พวกเราต้องไปนั่งรอพ่อแม่ทำงานอยู่ที่นั่น และได้พบกับคุณสุรพันธ์ รวมทั้งเพื่อนของพ่ออีกมากมายหลายท่าน ทุกท่านล้วนเป็นบุคคลที่เคยทำงานอยู่ในแวดวงของสหประชาชาติ เป็นนักการทูตจากสถานทูตต่างๆ หลายท่านเป็นวิศวกรที่ตระเวนทำงานในแทบทุกภูมิภาคทั่วโลก คุณสุรพันธ์ในสายตาของพวกเราซึ่งเป็นเยาวชนมาจากหมู่บ้านชนบทห่างไกลในจันทบุรีนั้น ท่านเป็นคนใจดี อ่อนน้อมถ่อมตนมาก สมถะมากถึงมากที่สุดในโลก เป็นผู้ที่พูดจาได้มากมายหลายภาษาอย่างลึกซึ้ง ทั้งภาษาไทย อังกฤษ รัสเซีย จีน และฝรั่งเศส

ในระยะบั้นปลายท้ายชีวิต นอกจากงานส่งเครื่องอุปโภคบริโภคให้ค่ายผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทบาลานซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์แล้ว คุณสุรพันธ์ยังมุ่งมั่นทำงานเป็นบรรณาธิการให้หนังสือ “ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย” เพื่อรำลึกถึงคุณแม่ นางชนิด สายประดิษฐ์ “จูเลียต” หนังสือเล่มนี้มีความหนา 420 หน้า ตัวคุณสุรพันธ์เองเขียนบทความ “แม่ทำอะไรบ้างหนอ? รำลึกถึงแม่ที่รักยิ่ง” ที่มีความยาว 41 หน้า เข้าไว้ในหนังสือเล่มนี้ด้วย

กองทุนศรีบูรพาร่วมกับสถาบันปรีดี พนมยงค์ กำหนดจัดงานเปิดตัว หนังสือเล่มนี้ในวันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2554 เวลา 13.00-17.00 น. โดยกำหนด การเดิมนั้น คุณสุรพันธ์จะมานั่งเป็นวิทยากรเล่าเรื่องราวต่างๆ ด้วยตัวของท่านเอง

เวลานี้ หนังสือเสร็จแล้ว พร้อมจะเปิดตัวในเวลาบ่ายของวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2554 ตามกำหนดการเดิม

ทว่า คุณสุรพันธ์ สายประดิษฐ์ บุตรแห่งสุภาพบุรุษศรีบูรพา ไม่สามารถมาเป็นวิทยากรเล่าเรื่องราวดังที่ท่านประสงค์ไว้ตั้งแต่แรก

วันนั้น ท่านยังนอนสงบนิ่งอยู่ในภวังคนิทรารมณ์ ปราศจากอัสสาสะ ปัสสาสะ

วันรุ่งขึ้น คือวันพุธที่ 3 สิงหาคม เวลา 17.00 น. ร่างอันไร้วิญญาณของท่าน จะได้รับการฌาปนกิจที่ศาลาศรีอรทัยกุล วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

ในฐานะประชาชนคนไทย ผมขอขอบคุณเรื่องราวของการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของบิดา มารดาของท่าน และของตัวท่าน พวกเราจะจดจำครอบครัวของท่านตลอดไปไม่รู้ลืม.

คุณนิติ นวรัตน์

อ่านเพิ่มเติม...