ข่าว
100 year

ชำแหละจุดเสี่ยงนโยบาย "เพื่อไทย"

ไทยรัฐออนไลน์28 ก.ค. 2554 06:00 น.
SHARE

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชำแหละจุดเสี่ยงนโยบาย "เพื่อไทย"

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาเรื่อง “มองเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้ง” จัดโดยสมาคมตราสารหนี้ไทยว่า ธปท.คาดการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปีจะขยายตัว 4.1% เป็นการโตจากการส่งออก การใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศ แต่แรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจก็มีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเงินเฟ้อ ซึ่งหลังเลือกตั้ง ธปท.ได้สำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อของเอกชนพบว่า เริ่มปรับเพิ่มรุนแรง เป็นผลจากการคาดการณ์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ “โครงสร้างเศรษฐกิจไทยขณะนี้ เข้าใกล้การโตเต็มศักยภาพซึ่งจะขยายตัวได้ 4-4.5% หากโตเกินนี้เศรษฐกิจไทยจะร้อนแรงเกินไป ดังนั้นถ้าให้สอดคล้องกับเสถียรภาพเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน ธปท.และนโยบายการคลังของรัฐบาลใหม่ ควรไปในทิศทางที่ลดการกระตุ้นการขยายตัว”

นายไพบูลย์  กล่าวว่า ความท้าทายของรัฐบาลใหม่ที่ต้องดูแลให้เหมาะสมกับศักยภาพเศรษฐกิจ คือแทนที่จะใส่เงินอย่างเดียว ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจ เพราะไทยมีจุดด้อยที่ต้องแก้มาก ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาคน และหากดูนโยบายรัฐบาลที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นภาระงบประมาณ เช่น รับจำนำพืชเกษตร มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ ขึ้นเงินเดือนข้าราชการและสวัสดิการสังคม รวมทั้งยังมีมาตรการที่ทำให้รัฐเสียรายได้ เช่น ลดภาษีนิติบุคคล ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ขณะที่ไม่มีมาตรการใดที่รัฐจะหารายได้เพิ่ม มีแต่ลดรายได้เพิ่มรายจ่าย นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เป็นภาระการคลังแอบแฝง เช่น เครดิตการ์ดเกษตรกร รีไฟแนนซ์หนี้ส่วนบุคคล พักหนี้เกษตรกร บ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 442,000 ล้านบาท ดังนั้นแม้ขณะนี้หนี้สาธารณะไทยจะอยู่ที่ 42% ของจีดีพี แต่มาตรการที่ทำผ่านสถาบันเฉพาะกิจไม่ปรากฏในยอดหนี้สาธารณะ หากโครงการมีปัญหาต้องใช้ภาษีประชาชนรับภาระอยู่ดี

“รัฐต้องจัดความสำคัญการลงทุนที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่ม ไม่ใช่หว่านโดยไม่เกิดผล เพราะการมีหนี้สาธารณะเพิ่มเท่ากับเพิ่มเงินเฟ้อให้สูงขึ้น สร้างภาระให้คนไทยทุกคน เพราะเงินเฟ้อเหมือนภาษีที่ทุกคนต้องจ่าย ถ้าปล่อยให้เงินเฟ้อสูงจะกระทบความสามารถการแข่งขันของประเทศ และเป็นภาระคนจนที่รายได้เพิ่มไม่ทันการขึ้นของเงินเฟ้อ ทำให้การดำเนินนโยบายการเงิน จากที่ผ่อนคลายและปรับขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป อาจต้องตัดไฟแต่ต้นลม  การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินอีก 3 ครั้งปีนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาสมดุลเศรษฐกิจ”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้