กีฬา
100 year

ธปท.ค้านรัฐบาลใหม่เร่งใช้จ่าย เสี่ยงเงินเฟ้อ-หนี้สาธารณะเพิ่ม

ไทยรัฐออนไลน์21 ก.ค. 2554 15:44 น.
SHARE

ผู้ว่าธปท.เสนอ 3 ข้อให้รัฐบาลใหม่ช่วยทำเพื่อเพิ่มผลิตภาพของประเทศ ส่วนนโยบายขึ้นค่าแรงของรัฐบาลใหม่ หากทำให้แรงงานไทยมีทักษะการทำงานดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างผลผลิตได้มากขึ้น เชื่อรัฐบาลใหม่ทำได้ไม่มีใครค้านแน่

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงานสัมมนา “มองไปข้างหน้าบรรยากาศการลงทุนประเทศไทย” ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันให้หัวข้อ “ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2554”ว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้กลับมาขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโต 4.4% ซึ่งอยู่เป็นไปตามศักยภาพของเศรษฐกิจไทย และในปีนี้ธปท.เชื่อว่า การขยายตัวของเราจะดีขึ้นกลับขึ้นมาเต็มศักยภาพของเศรษฐกิจ โดยเติบโตอย่างพอประมาณในครึ่งปีแรก และโตอย่างมั่นคงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง การส่งออกของไทยยังขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับที่ดีมาก ขณะที่รายได้ที่เพิ่มขึ้น และความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจในประเทศขยายตัวดี

“ตลอดทั้งปีนี้ เสถียรภาพทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ที่จะสร้างให้เกิดการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การเลือกตั้งที่เรียบร้อยถือเป็นขั้นแรก แต่การแก้ปัญหาความขัดแย้ง จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและบรรยากาศที่ดีในการทำธุรกิจในประเทศไทย ขณะที่สำหรับ ธปท.นั้น ปัจจัยที่เป็นห่วงมากที่สุด ยังคงเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากราคาสินค้ายังมีแนวโน้มสูงขึ้น และประชาชนยังมีกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง”นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการธปท. กล่าวต่อว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ไม่สามารถหยุดนิ่งได้ จะเดินไปข้งหน้า โดยการเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า และการเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตและคุณภาพของสินค้าเป็นประเด็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวในช่วงเต็มศักยภาพเช่นนี้ การเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายให้มากขึ้นไม่ใช่เรื่องจำเป็นแล้ว เพราะจะไปกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อมากขึ้น

“การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูก ต้องในขณะนี้ที่จะช่วยยกระดับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย คือ การสร้างเครื่องมือที่จะใช้ในการเพิ่มผลิตภาพของประเทศไทย ซึ่งก็คือ การลงทุน เพราะในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยลงทุนน้อยเกินไป ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งตนมองว่า รัฐบาลใหม่ควรจะเร่งดำเนินการใน 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ การหาความสมดุลระหว่างการใช้จ่าย และการลงทุนของรัฐบาล เพราะเรามีรายได้ที่จำกัด โดยการจัดลำดับความสำคัญควรจะเป็นการลงทุนที่สร้างผลิตภาพ และมูลค่าเพิ่มของประเทศ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ การขนส่ง ชลประทาน และการศึกษา ซึ่งการลงทุนภาครัฐ จะก่อให้เกิดการลงทุนต่อเนื่องของภาคเอกชน ก่อนความสำคัญในเรื่องนโยบายการเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งหากจะมีการกระตุ้นการใช้จ่ายควรจะเป็นนโยบายที่มีสำหรับคนเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของนโยบายรัฐอย่างแท้จริง และไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น”ผู้ว่าการธปท. กล่าว

นายประสาร กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องที่ 2 รัฐบาลจำเป็นทีจะต้องดำเนินนโยบายโดยรักษานโยบายการเงิน การคลัง เพราะการใช้นโยบายการคลังจะก่อให้เกิดภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น จึงต้องปฏิรูปโครงสร้างภาษี และหารายได้เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างสมดุลด้วย ส่วนเรื่องสุดท้าย คือ การรักษาเสถียรภาพของการเมือง ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในบรรยากาศการลงทุนที่เป็นมิตร และสนใจเข้ามาลงทุนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ส่วนการเร่งเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันของประเทศนั้น ทั้งภาครัฐ และเอกชนจะต้องช่วยกันแก้ไข และเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะในขณะนี้มีปัญหาในเรื่องแรงงาน ทั้งการขาดแคลนแรงงาน และแรงงานไม่มีทักษะ ซึ่งในส่วนของการขาดแคลนแรงงานนั้น ในช่วงที่เงินบาทแข็ง ภาคเอกชนควรใช้โอกาสในการนำเข้าเครื่องจักร และเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งให้ความสนใจในเรื่องการวิจัยและพัฒนามากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของประเทศ และทดแทนการขาดแคลนแรงงาน เพราะไทยคงพึ่งพาแรงงานต่างด้าวที่มีค่าแรงต่ำไม่ได้ตลอดไป ขณะเดียวกันจะต้องเร่งฝึกอบรวมสร้างทักษะ ให้การศึกษาเพิ่มขึ้นกับแรงงานของไทย เพื่อให้มีคุณภาพ และประสิทธิภาพในการผลิตมากขึ้น ซึ่งส่วนนี้จะทำให้นโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลใหม่ เกิดขึ้นได้จากประสิทธิภาพ และผลิตภาพของประเทศที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้