ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธปท.เตรียมกดดันธนาคารพาณิชย์ให้คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคมากขึ้น

    ไทยรัฐออนไลน์19 ก.ค. 2554 20:14 น.
    SHARE

    ธปท.เตรียมกดดันธนาคารพาณิชย์ให้คุ้มครองสิทธิผู้บริโภคมากขึ้น เล็งเอาอย่างมาเลเซีย สร้างกลไกลในการแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าได้รับการเยียวยาเร็วขึ้นกว่าใช้ กระบวนการศาลตัดสิน ...      

    เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า หลังจาก ธปท.กำกับดูแลให้ระบบธนาคารพาณิชย์ในไทยมีเสถียรภาพมากขึ้นจากเดิม ที่ในช่วงวิกฤตปี 2540 ที่ระบบธนาคารมักจะมีปัญหาเรื่องหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ทำให้ขาดเสถียรภาพเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ แต่ที่ผ่านมาก็สามารถปรับปรุงให้มีความแข็งแกร่งและเงินกองทุนที่เพียงพอสร้างความเชื่อถือให้ประชาชนได้แล้ว ทำให้จากนี้ไป ธปท.จะทำให้ธนาคารมีการให้การคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น

    “ที่ผ่านมาระบบแบงก์ของเราแข็งแกร่งขึ้นมาก ในช่วงปี 2550 - 2551 มีกำไรถึง 20,000 กว่าล้านบาท ฉะนั้น ต่อไปนี้จะหันมาดูการคุ้มครองผู้บริดภคมากขึ้น แต่คงไม่ใช่การไปบังคับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์คิดกับประชาชนว่าจะต้องอยู่ในอัตราเท่าใด เพราะถ้าดูกันจริงๆ ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้กับเงินฝากหรือสเปรดของไทยนั้น ก็ไม่ได้ต่างจากประเทศอื่นๆในภูมิภาคมากนัก เช่น กรณีประเทศมาเลเซียที่ทำเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคได้ดี เขาก็มีสเปรดอยู่ที่ 2.2% ต่างจากไทยซึ่งอยู่ที่ 2.4% เล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้น การดูแลในระบบกลไกลการแข่งขันเสรีจะไม่บังคับ ยกเว้นเรื่องที่ไม่ดีจริงๆมีผลกระทบต่อผู้บริโภคมากค่อยพิจารณาเรื่องการคุม ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” นายเกริก กล่าว

    นายเกริก กล่าวว่า การดูแลคุ้มครองสิทธิ์ผู้บริโภค ธปท.จะเน้นทำตามแบบอย่างของมาเลเซียที่ค่อนข้างทำได้ดี โดยมาเลเซียมีการจัดองค์กร กระบวนการทำงาน และบุคคลลากรที่ดี และค่อนข้างพร้อมในการดูแลคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่าไทย ซึ่งธปท. จะดูแนวทางการทำงานของธนาคารกลางมาเลเซียเป็นตัวอย่างในการดำเนินการ

    ทั้งนี้ หลักการทำงานในการดูแลสิทธิผู้บริโภคในระบบการให้บริการและการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ที่ ธปท.จะทำเบื้องต้น จะยึดหลักการ 3 ข้อ คือ 1.ธนาคารต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง 2.ให้ผู้บริโภคมีการเปรียบเทียบตัดสินใจได้ 3.มีช่องทางในการร้องทุกข์กล่าวโทษเมื่อได้รับบริการที่ไม่เป็นธรรม และ 4.ได้รับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนซึ่งเท่าที่มองในขณะนี้ อาจจะไม่ควรผ่านทางระบบศาลยุติธรรมที่อาจจะมีกระบวนการที่ล่าช้า แต่ ธปท.จะทำให้มีช่องทางที่แก้ไขเบื้องต้นได้เร็วกว่านั้น ซึ่งส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เร่งดำเนินการให้เกิดขึ้นต่อไป

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 14:46 น.