ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ธปท.ฝากรัฐบาลใหม่ รมว.คลังใหม่ยุติสงครามแย่งเงินฝาก

    ไทยรัฐออนไลน์15 ก.ค. 2554 19:30 น.
    SHARE

    ธปท.ฝากรัฐบาลใหม่ รมว.คลังใหม่ ซึ่งดูแลแบงก์รัฐ ช่วยหย่าศึก ยุติสงครามแย่งเงินฝากระหว่างธนาคารรัฐกับธนาคารพาณิชย์ที่กำลังเกิดขึ้น

    นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการอาวุสฝ่ายตรวจสอบ 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีการแข่งขันกันระดมเงินฝากมากขึ้น เนื่องจากในส่วนของธนาคารพาณิชย์นั้น การปล่อยสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น ขณะที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐมีความจำเป็นที่จะต้องระดมเงินฝากมากขึ้นเพื่อ ที่จะรองรับการปล่อยสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นในส่วนของรายย่อย และเป็นแหล่งเงินของประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่เคยใช้เงินกู้นอกระบบให้เข้า มาหาเงินทุนจากระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าได้ ซึ่งถือเป็นพันธกิจของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และเป็นการทำตามนโยบายประชานิยมของรัฐบาล

    “สินเชื่อเพื่อรายย่อยที่ผู้ด้อยโอกาส ที่ไม่เคยได้กู้เงินในระบบเพราะไม่เข้าเกณฑ์ของธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งสินเชื่อวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ที่ธนาคารพาณิช ย์ไม่ให้นั้น ธปท.เห็นด้วยที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐจะช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ จะได้ไม่ต้องกู้เงินนอกระบบ ทำให้เข้าใจความจำเป็นได้ระดับหนึ่ง” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบ 1 ธปท. กล่าว

    นางสาลินี กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐต้องการเงินฝากเพิ่มขึ้นพร้อมกัน แต่มีข้อจำกัด และต้นทุนในการระดมทุน ภายใต้กติกาที่ไม่เหมือนกัน หรืออยู่คนละกติกาย่อมก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ โดยขณะนี้ธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างเสียเปรียบในการระดมเงินฝากเพราะมีกฏเกณฑ์ ของธปท.ที่กำกับอยู่ โดยธนาคารพาณิชย์มองว่า เกณฑ์ของธปท.ในขณะนี้เหมือนเขาสู้โดยถูกมัดมืออยู่ข้างหนึ่ง โดยการเกณฑ์ที่แตกต่างกันในขณะนี้ มีอาทิเช่น การออกสลากของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ประชาชนได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบข้อแรก นอกจากนั้น ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐยังไม่มีภาระที่ต้องนำส่งเงินสบทบเข้าสถาบันประกันเงิน ฝาก ในอัตรา 0.4% ของเงินฝากรวม ขณะที่เงินฝากได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล 100% ซึ่งจุดนี้ ธปท.มีความเข้าใจสถานการณ์ของทั้งธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ แต่เนื่องจากธปท.ไม่มีอำนาจในการดูแล อำนาจในการดูแลธนาคารเฉพาะกิจของรัฐเป็นของกระทรวงการคลัง

    “หากพิจารณาการแข่งขันในการระดมเงินฝากในขณะนี้ว่า ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นสูงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ ถ้าพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อในขณ ะนี้ที่อยู่ที่ประมาณ 4% อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำก็อยู่ในอัตราใกล้เคียงเพราะอยู่ที่ 3-5% ขณะที่ดอกเบี้ยออมทรัพย์อยู่ในระดับไม่ถึง 1% เท่านั้น นอกจากนั้น ในส่วนธนาคารเฉพาะกิจมีเพียง 3 แห่งเท่านั้นที่ระดมเงินฝากได้ คือ ออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขณะที่แห่งอื่นระดมเงินฝากไม่ได้ ดังนั้นความเสียเปรียบและได้เปรียบก็มีอยู่เพียงระดับหนึ่ง” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบ 1 ธปท. กล่าว

    ต่อข้อถามที่ว่า หากรัฐบาลใหม่ต้องการที่จะใช้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ในการต่อยอดนโยบายประชานิยมทำให้ต้องเร่งระดมเงินฝากมากขึ้น และอาจะก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบธนาคารพาณิชย์มากขึ้นนั้น นางสาลินี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากฝากไปยังรัฐบาลใหม่ เพราะแม้ว่า การช่วยเหลือรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินเป็นสิ่งที่ควรสร้างโอกาสให้กับ ประชาชน แต่ก็ต้องพิจารณาผลกระทบต่อระบบธนาคาร พาณิชย์ด้วย โดยหากรัฐบาลใหม่เห็นความได้เปรียบเสียเปรียบในการระดมเงินฝากในส่วนนี้ เป็นเรื่องธปท.อยากฝากให้พิจารณาว่า จะมีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรให้เกิดความเหมาะสม เพราะในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวได้ดี สินเชื่อมีการขยายตัวในระดับที่สูง แย่งเงินฝากก็มีโอกาสเกิดขึ้นต่อเนื่อง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 19:44 น.