กีฬา
100 year

ธปท. ระบุ ดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 2% ไม่กระทบชำระหนี้เอกชน-ประชาชน

ไทยรัฐออนไลน์14 ก.ค. 2554 19:45 น.
SHARE

“เกริก” ระบุ ธปท.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาแล้ว 2% ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ยังไม่กระทบความสามารถชำระหนี้ของภาคเอกชน และประชาชน หนี้เอ็นพีแอลยังลดลงต่อเนื่อง ขณะที่รายรับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมาก ดันกำไรไตรมาส2 ของแบงก์พุ่งอยู่ในระดับสูง

เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงฐานะของธนาคารพาณิชย์ในปัจจุบันว่า เท่าที่ตัวเลขออกมาแล้ว กำไรของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ที่ จะทะยอยประกาศออกมายังอยู่ในระดับที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา เนื่องจากในขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศขยายตัวในอัตราที่ดี ขณะที่สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ยังขยายตัวได้สูงต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2 ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยสินเชื่อได้ประมาณ 14% กว่า ซึ่งสูงกว่าการขยายตัวของสินเชื่อในไตรมาสแรกทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นของระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 2 ดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรจากค่าธรรมเนียมแม้จะเพิ่มสูงขึ้น แต่อัตราการเพิ่มต่ำกว่ารายได้ที่มาจากดอกเบี้ย ทั้งนี้ รายได้ดอกเบี้ยรับของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 2 นั้น เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง มาตั้งแต่อัตราดอกเบี้ยกลับมาเข้าสู่ขาขึ้นที่เริ่มมาตั้งแต่กลางปีที่ผ่าน มา ขณะที่การปล่อยสินเชื่อขยายตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา

รองผู้ว่าการธปท. กล่าวถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นในวันที่ 13 ก.ค.อีก 0.25% หรือถ้าพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เริ่มเข้าสู่ขาขึ้นครั้งแรกในเดือน ก.ค.ปี 2553 อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดแล้วประมาณ 2% ว่า ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามนโยบายของฝ่ายนโยบายการเงินมา ตลอด ซึ่งสายสถาบันการเงินก็ไม่มีปัญหา และหากพิจารณาจากความสามารถในการชำระหนี้ของประชาชน และเอกชนล่าสุด แม้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้มีความระมัดระวังมากขึ้น และมีการทดสอบและประเมินความสามารถของลูกหนี้ก่อนที่ปล่อยสินเชื่ออยู่แล้ว นอกจากนั้น หากพิจารณาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในขณะนี้นั้น แนวโน้มของหนี้เอ็นพีแอลในขณะนี้ก็ยังลดลงต่อเนื่อง ส่วนความกังวลที่ว่า ต้นทุนในการระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นจากขึ้นอัตราดอกเบี้ย เงินฝากนั้น จะเห็นว่า ธนาคารพาณิชย์เลือกที่จะออกโครงการพิเศษที่จะจ่ายดอกเบี้ยเงินฝากสูงขึ้นใน ระยะสั้น แทนการปรับขึ้นเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากระยะยาว

“ถ้าพิจารณาดอกเบี้ยเงินฝากระยะสั้น และระยะยาวที่เข้ามาใกล้กันในขณะนี้ จะเห็นว่าเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้เท่านั้น ถ้าพิจารณาจากเส้นกราฟอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระหว่างดอกเบี้ยระยะสั้น และระยะยาวนั้น ยังคงแตกต่างกัน ซึ่งทำให้ธปท.ยังไม่เป็นห่วงว่าจะก่อให้เกิดการบิดเบือนในเรื่องของอัตรา ดอกเบี้ย และการโยกย้ายเงินฝากระหว่างธนาคารพาณิชย์ หากโครงการระดมทุนที่ออกมา ลูกค้าสามารถที่จะรู้ชัดเจนว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากเฉลี่ยที่จะได้รับแท้จริงนั้นมีอัตราอยู่ที่เท่าไรต่อ ไป และตัดสินใจย้ายจากข้อมูลที่ครบถ้วน” นายเกริก กล่าว

รองผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า แนวทางที่จะนำหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสถาบันการเงิน ฉบับใหม่ของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ หรือ บาเซิล 3 มาใช้กับระบบธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการทำความเข้าใจ และการพิจารณาความเหมาะสมว่าอะไรควรใช้กับธนาคารพาณิชย์ไทยบ้าง ซึ่งยังมีเวลาที่เริ่มใช้ถึงปี 2556 ขณะที่ในการประเมินเบื้องต้นระบบธนาคารพาณิชย์ไทยน่าจะปรับตัวที่จะใช้บา เซิล 3 ได้อย่างไม่มีปัญหามากนัก เพราะเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของระบบธนาคารพาณิชยืไทยอยู่ในระดับที่ สูงกว่าเกณฑ์มาก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้