ข่าว
100 year

"บรรยงค์" กร้าวไม่ฟันธงดีแทคตาม "อลงกรณ์" สั่ง

ไทยรัฐออนไลน์11 ก.ค. 2554 21:00 น.
SHARE

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สวนกลับ “อลงกรณ์” ไม่มีอำนาจสั่งการฟันดีแทค ยันไม่ทำตามแน่  ด้าน ดีแทค ออกแถลงการณ์ ย้ำ ดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลและปฏิบัติตามกฎหมายของไทย หวังกระทบการตรวจสอบจะยุติธรรมและโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ ระบุ ลูกค้า จะไม่ได้รับผลกระทบครั้งนี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวถึงการดำเนินการกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ว่า หลังจากที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการให้ไปแจ้งความดำเนินคดี และให้เวลาภายใน 7 วัน นับจากวันที่ 8 ก.ค.54 จะสิ้นสุดก็วันที่ 19 ก.ค. ซึ่งก็มีระยะเวลาในการตัดสินใจ ซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการ 2 ทางเลือก คือ ไปแจ้งความดำเนินคดีกับดีแทคตามที่รัฐมนตรีได้สั่งการมา หรือส่งตำรวจให้สืบสวนสอบสวนต่อตามที่คณะทำงานฯ ได้มีข้อสรุปไว้

“กรณีของดีแทค ผมเห็นว่า คำสั่งที่สั่งการมา รัฐมนตรีไม่มีอำนาจในการสั่งการ เพราะกฎหมายคนต่างด้าวเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐมนตรีมีอำนาจอะไรบ้าง แต่ไม่สามารถแทรกแซงการใช้ดุลพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่แต่งตั้งขึ้นตาม กฎหมาย ดังนั้น ผู้รับคำสั่งไม่ต้องปฏิบัติตาม เพราะการดำเนินคดีอาญาใคร ต้องพิสูจน์ ตรวจสอบหลักฐานให้ชัดเจนก่อน ไม่งั้นจะถูกฟ้องร้องได้” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าว

ด้าน นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ยืนยันที่จะสั่งการให้นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ ในการดำเนินดคีกับดีแทค และผู้ถือหุ้นรายสำคัญที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่ได้ใช้ดุลพินิจแล้วเห็นว่าสามารถที่จะกล่าวโทษได้เลย ไม่ต้องมีการสืบสวนสอบสวนใหม่ตามที่คณะทำงานตรวจสอบโครงการการถือหุ้นดีแทค ชุดนายบรรยงค์ สรุปออกมา และให้แจ้งความคืบหน้าให้ทราบภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค.54

ทั้งนี้ การสั่งการดังกล่าว ไม่ได้มีความเห็นขัดแย้งกับผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แต่มีความเห็นต่างจุดเดียวคือ มีหลักฐานและข้อเท็จจริง สามารถกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้องได้เลย ไม่จำเป็นต้องเสนอข้อเท็จจริงที่มีอยู่แล้วส่งไปให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนซ้ำอีก เพราะมีข้อสงสัยชัดเจน เช่น มีการถือหุ้นไขว้กันไปมาถึง 5 ชั้น, ที่มาของเงินกู้ซื้อหุ้นผิดปกติ, ที่ตั้งบริษัทแห่งเดียวกัน, กำหนดข้อบังคับที่เอาเปรียบผู้ถือหุ้นข้างมาก, การปันผลก็ให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นข้างน้อยได้ประโยชน์มากกว่า เป็นต้น

“ผมสั่งการไปแล้ว ก็ต้องดำเนินการ ถ้าไม่ดำเนินการก็ต้องมีเหตุผลพิเศษ เพราะการสั่งการของผมอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ได้จากที่คณะทำงานฯ ทำไว้แล้ว ส่วนจะกล่าวโทษนิติบุคคลใด บุคคลใด ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะต้องไปพิจารณา”นายอลงกรณ์ กล่าว

ขณะที่ บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ออกแถลงการณ์ว่า ดีแทคยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลอย่างสูงสุด ยืนยันว่าบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฏหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทย โดยบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการตรวจสอบ ดีแทคหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระบวนการตรวจสอบจะเป็นไปด้วยความยุติธรรม โปร่งใส และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ

ทั้งนี้ ดีแทค ขอยืนยันว่าลูกค้า คู่ค้า ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตลอดจนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากกระบวนการตรวจสอบสถานะของบริษัทฯ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้