ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ผู้ว่าฯธปท.เตือน ครม.ยิ่งลักษณ์ ระวังผิดทางเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ไทยรัฐออนไลน์11 ก.ค. 2554 00:46 น.
    SHARE

    ผู้ว่า ธปท.ระบุ การใช้จ่ายของประชาชน และเอกชนปีนี้แข็งแกร่ง รัฐบาลใหม่ไม่ควรอัดสารพัดนโยบายประชานิยมกระตุ้นเพิ่มอีก หวั่นเป็นการส่งสัญญาณผิด และก่อให้เกิดปัญหาระยะยาว ขณะที่ “เงินเฟ้อพุ่ง”ยังเป็นปัจจัยเสี่ยง วอนอย่าพูดมากเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

    วันที่ 10ก.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึง ขณะนี้ ธปท.กำลังจับตา การร่างนโยบายรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา โดยเฉพาะการปรับปรุงนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่ใช้ในการหาเสียง มาสู่นโยบายทางเศรษฐกิจที่แท้จริงว่า จะออกมาให้รูปแบบใด มีความรับผิดชอบในเรื่องความสมดุลของรายรับและรายจ่ายมากหรือน้อยแค่ไหน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระยะยาว

    โดยเท่าที่พิจารณาในขณะนี้ วงเงินงบประมาณเดิมในปี 2555 ที่มีการตั้งขาดดุลงบประมาณไว้ 3.5 แสนล้านบาท น่าจะเหมาะสมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ “ธปท.ได้ชี้แจงในผู้ที่จัดทำงบประมาณไว้แล้วว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้นโยบายรัฐไปกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระตุ้นการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน เพราะในช่วงที่ผ่านมา การใช้จ่ายของภาคเอกชนขยายตัวได้ดี ในระดับที่สูงต่อเนื่อง

    โดยในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.1%” ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท. กล่าวต่อว่า รัฐบาลใหม่ควรจะเน้นกระตุ้นในการด้านการลงทุนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน หรือโครงการขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการขยายตัวในระยะยาวมากว่า หากเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายระยะสั้นเร่งการใช้จ่ายอาจจะเป็นการส่งสัญญาณที่ ผิดพลาดได้

    “ปีที่ผ่านมา เราขาดดุลงบประมาณ 4.2 แสนล้านบาท เพราะเป็นช่วงที่ต้องกระตุ้นการใช้จ่าย เพราะเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจโลก แต่ปีนี้ไม่ใช่ไม่ได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะที่การขยายตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แรงที่รัฐต้องกระตุ้นน่าจะลดลง การบอกว่า จะกระตุ้นเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดปัญหา ดังนั้น รัฐบาลควรที่จะเดินหน้าเข้าสู่กรอบของการทำงบประมาณสมดุลใน 4-5 ปีข้างหน้า ตามกรอบที่วางไว้เดิม” นายประสาร กล่าว

    นายประสาร กล่าว ด้วยว่า เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากการขยายตัวในครึ่งปีแรก โดย ธปท.ประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจของไทยปีนี้ไว้ที่ 4-5% เป็นตัวเลขที่น่าจะทำได้ และเป็นการขยายตัวที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนี้ ขณะที่สิ่งที่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ ธปท.ยังมองว่า เป็นการที่เงินเฟ้อของประเทศอยู่ในระดับสูง แม้ว่าจะเงินเฟ้อในเดือนล่าสุด เดือนมิ.ย. จะชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูง และยังมีความจำเป็นต้องดูแลไม่ให้สูงเกินไป

    แต่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกในการประชุุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 13 ก.ค.นี้หรือไม่นั้น คงต้องขึ้นกับการพิจารณาของคณะกรรมการทั้ง 7 คน

    ต่อข้อถามถึงแนวนโยบายที่เกี่ยวข้องกับระบบอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท ซึ่งขณะนี้ยังมีความสับสนในนโยบายของรัฐบาลใหม่ เพราะยังมีการให้สัมภาษณ์ที่แตกต่างกันระหว่างทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ทั้งความต้องการใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ หรือ การใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวอย่างมีการจัดการ

    ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ในขณะนี้ไม่อยากให้มีการพูดถึงเรื่องระบบอัตราแลกเปลี่ยนกันมากนัก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน และอาจก่อให้เกิดความผันผวนเกิดขึ้นกับค่าเงินบาท “ธปท.อยากให้รอให้รัฐบาลใหม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนค่า เงินบาทก่อน ว่า มีแนวคิดที่ชัดเจนอย่างไร เพ่ื่อให้มีข้อสรุปก่อนที่รัฐบาลใหม่จะแสดงความคิดเห็นออกมา

    ขณะที่ ธปท.เองก็ยังไม่อยากให้ความคิดเห็นต่อนโยบายของรัฐบาลในเวลานี้ เพราะการพูดเรื่องนี้ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงิน ดังนั้น รอให้มีขอสรุปก่อน จึงจะมาหารือในเรื่องนี้กันว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใดจะดีกว่า”

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้