กีฬา
100 year

ตลาดหุ้นพุ่งกระฉูดพร้อมการจับตาสื่อโลกถึงอนาคตไทย

ไทยรัฐออนไลน์9 ก.ค. 2554 13:15 น.
SHARE

ตลาดหุ้นไทยพุ่งกระฉูด รับอานิสงส์การเลือกตั้ง โดย บล.ไทยพาณิชย์ ยังคงเป้าดัชนีสิ้นปีไว้ที่ 1,200 จุด ขณะที่สื่อต่างประเทศ แสดงความยินดีกับคนไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ เชื่อจะเป็นการยุติสถานการณ์ไม่มั่นคงทางการเมืองที่ผ่านมาหลายปีได้

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยตลอดวันที่ 4 ก.ค. เป็นไปอย่างร้อนแรง หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล นักลงทุนทั้งไทยและเทศ พาเหรดกันเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ และหุ้นในกลุ่มชินคอร์ปเก่า (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.อินทัช) อย่างถล่มทลาย กระทั่งดันดัชนีหุ้นไทย ขึ้นไปที่ระดับสูงสุด 52.18 จุด ก่อนปรับตัวลดลงมาปิดตลาดที่ระดับ 48.80 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.69% ทำลายสถิติในรอบ 2 เดือน ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ทะลักทลายถึง 63,110.36 ล้านบาท เฉพาะนักลงทุนต่างชาติซื้อไป 10,703.13 ล้านบาท

นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตลาดหุ้นปรับขึ้นแรงเกินกว่าที่คาดไว้ เพราะการกลับเข้ามาซื้อหุ้นคืน ของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จากที่ขายออกมาจำนวนมากก่อนหน้า ดันให้ดัชนีปรับขึ้นมาใกล้เคียงกับระดับเดิม ที่ต่างชาติเทขายออกไปหลังประกาศยุบสภา

"ถือว่าดัชนีได้ปรับขึ้นคืนมาหมดแล้ว ถ้านับตั้งแต่ประกาศยุบสภา ช่วงนั้นดัชนีอยู่ที่ 1,080 จุด และได้ปรับตัวลงมาด้วยแรงขายของต่างชาติ พอผลการเลือกตั้งออกมา หุ้นก็เลยเด้งกลับคืนมาหมด และยังปรับขึ้นในระดับที่ใกล้เคียงกับตลาดหุ้นภูมิภาคด้วย"

โดยการตอบรับผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ เชื่อว่า จะนำพาดัชนีหุ้นไปที่ 1,100 จุดได้ หลังจากนี้ นักลงทุนจะกลับมาดูปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ และผู้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ แต่นโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเน้นการใช้จ่ายและการเติบโตของเศรษฐกิจ น่าจะทำให้ตลาดหุ้นในระยะกลางสามารถปรับตัวขึ้นได้อีก โดย บล.ไทยพาณิชย์ คงเป้าดัชนีสิ้นปีไว้ที่ 1,200 จุด

สื่อต่างประเทศหลายสำนัก แสดงความยินดีกับคนไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งผลออกมาปรากฏว่า คนไทยจะได้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก และคนที่ 16 ของโลก หลังจากผ่านบททดสอบประชาธิปไตย ที่เปราะบางมาตลอดช่วง 6 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติรัฐประหารมา

สำนักข่าวบีบีซีของอังกฤษ แสดงความเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ น่าจะเป็นโอกาสที่คนไทย จะยุติสถานการณ์ไม่มั่นคงทางการเมือง ที่ดำเนินมาเป็นเวลาหลายปีได้ และทำให้ภาพลักษณ์ชื่อเสียง ตลอดจนเศรษฐกิจของไทย ในฐานะเป็นเสาหลักประชาธิปไตของภูมิภาคอาเซียน ต้องได้รับผลกระทบถึงขั้นด่างพร้อยอย่างรุนแรง ในช่วงเวลาดังกล่าวปรับตัวขึ้นในสายตาโลก

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้