ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ทีดีอาร์ไอ วอนรัฐบาลใหม่รื้อกม.ประกอบกิจการต่างด้าว

    8 ก.ค. 2554 19:31 น.
    SHARE

    ทีดีอาร์ไอ วอนรัฐบาลใหม่รื้อ 3 บัญชี กม.ประกอบกิจการคนต่างด้าว หวังปฏิรูปภาคบริการไทยให้มีประสิทธิภาคทัดเทียม

    เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2554 นางสาวเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เผยแพร่บทความเรื่อง กฎหมายการประกอบกิจการของคนต่างด้าว ได้เวลาที่จะสะสางแล้วหรือยัง โดยส่วนหนึ่งระบุว่า ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามารื้อกฎหมายการประกอบกิจการของคนต่างด้าว เพื่อปฏิรูปให้ภาคบริการของไทย โดยเฉพาะในสาขาที่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจของประเทศให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมกับ ภาคการผลิตที่ปัจจุบันกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งจากการลงทุนจากต่างประเทศ และแรงกดดันของการแข่งขันจากทั้งตลาดในและต่างประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพิงกฎหมายที่กีดกันคู่แข่งจากต่างชาติแต่อย่างใด

    ทั้งนี้ รัฐบาลควรทบทวนบัญชี 3 ของกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในปัจจุบัน ซึ่งเป็นบัญชีรายชื่อธุรกิจไทยที่ยังไม่พร้อมแข่งขันใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่แท้จริงเพราะหากภาคบริการของไทยยังไม่พร้อม แข่งขันหลังจากเวลาเนิ่นนานมาแล้วเป็นเวลาเกือบ 40 ปี นับจากที่มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 281 หรือ ปว. 281 ลงวันที่ 24  พ.ย.2515 ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุมการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติที่ไทยประกาศใช้เพื่อ จำกัดสิทธิการลงทุนของต่างชาติฉบับแรก ก็ต้องเลิกพูดกันเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะภาคบริการจะเป็นตัวถ่วงภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม และทำให้ไทยล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านในการตักตวงประโยชน์จากการเปิดเสรีการ ลงทุนในภูมิภาคอาเซียนในปี 2558

    นางสาวเดือนเด่น ยังระบุด้วยว่า ในบัญชี 3 นั้นควรให้การคุ้มครองแก่ธุรกิจที่เป็นแหล่งทำมาหากินของผู้ประกอบการราย ย่อยจำนวนมากเท่านั้น ไม่ใช่ส่งเสริมให้ทุนขนาดใหญ่ที่มีอำนาจทางตลาดสูงเอาเปรียบเกษตรกร ผู้ประกอบการขนาดย่อมและผู้บริโภคไทยจากการผูกขาดตลาด ไม่เช่นนั้นไทยจะไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้ หากนโยบายของภาครัฐยังคงให้การคุ้มครองกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในภาคบริการที่สำคัญ ของประเทศ

    “กฎหมายปัจจุบันได้มีการห้ามธุรกิจต่างด้าวประกอบธุรกิจบริการในทุกประเภท แบบครอบจักรวาล ซึ่งมองไม่เห็นว่าเป็นผลดีอย่างไรต่อคนไทยและเศรษฐกิจไทย  เพราะสุดท้ายแล้วการที่เราห้ามประกอบธุรกิจอะไรไปหมด ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เลยในทางปฏิบัติ เพราะมีธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาจำนวนมากในหลากหลายสาขา รวมถึงบาร์เบียร์ หรือสถานบันเทิงจำนวนมากแถวพัทยาที่เป็นของคนต่างด้าวที่ไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ ต่อเศรษฐกิจไทย  โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายการลงทุนแบบปากว่าตาขยิบของไทย คือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ของไทยบางกลุ่ม ที่พอใจที่จะเห็นคู่แข่งต่างชาติถูกกีดกันในการประกอบธุรกิจ และพร้อมนำกฎหมายนี้ออกมาเป็นอาวุธในการต่อสู้ทางธุรกิจกับคู่แข่งที่มีหุ้น ส่วนต่างชาติ เพราะหากปราศจากการแข่งขันจากบริษัทต่างชาติแล้ว กลุ่มทุนเหล่านี้จะสามารถแผ่ขยายอำนาจทางธุรกิจเพื่อยึดครองตลาดภายในประเทศ ได้ง่ายดายขึ้น”น.ส.เดือนเด่น กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 19:35 น.