กีฬา
100 year

นักธุรกิจชี้การเมืองหลังเลือกตั้ง หนุนเศรษฐกิจไตรมาส2

ไทยรัฐออนไลน์6 ก.ค. 2554 15:41 น.
SHARE

โพล ม.หอการค้าไทย ระบุหลังเลือกตั้งนักธุรกิจ ชี้การเมืองมีเสถียรภาพ-เศรษฐกิจดีขึ้น ส่วนนโยบายประชานิยม รัฐต้องหันกู้เงินเพิ่ม ทำหนี้สาธารณะพุ่งแตะ 50% ของจีดีพี ขาดวินัยการคลัง แนะสังคมอย่ากดดันรัฐบาลรีบทำตามสัญญา หวั่นทำนโยบายไม่รอบคอบ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นางยาใจ ชูวิชา ประธานคณะจัดทำการสำรวจความคิดเห็นประเด็นเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนะของผู้ประกอบการ ต่อนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ และภาวะเศรษฐกิจ และธุรกิจไทยหลังเลือกตั้ง ที่สำรวจผู้ประกอบการทั่วประเทศ 820 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 4-6 ก.ค.54 ว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 54.7% เห็นว่าปัญหาที่รัฐบาลชุดใหม่ควรแก้ไขอันดับแรกคือการเมือง ส่วน 29% ตอบปัญหาเศรษฐกิจ อีก 15.8% ตอบปัญหาสังคม และอีก 0.5% เป็นปัญหาอื่นๆ ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่ควรแก้ไขมากที่สุดคือ ความขัดแย้งทางการเมือง รองลงมาคือ ปัญหาคอรัปชัน ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง ปัญหาค่าครองชีพ การเพิ่มรายได้ประชาชน ปัญหาด้านการศึกษา เป็นต้น

ทั้งนี้ ในแบบสอบถามได้ให้ผู้ตอบให้คะแนนความกังวลที่มีต่อนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลด้วย ซึ่งสิ่งที่กังวลมากที่สุดคือ งบประมาณที่จะใช้ดำเนินนโยบายต่างๆ โดยให้คะแนน 8.5 คะแนน จากเต็ม 10 คะแนน (0 คะแนนคือไม่ห่วงเลย 10 คะแนนคือเป็นห่วงมากที่สุด) รองลงมาคือ นโยบายของรัฐบาลเป็นประชานิยมมากเกินไป 8.4 คะแนน การบิดเบือนราคาสินค้าเกษตรจนเป็นภาระของผู้ผลิต 8.3 คะแนน นโยบายต่างๆ มีโอกาสเกิดคอรัปชันมากขึ้น 8.1 คะแนน การขึ้นค่าแรง 300 บาทเป็นภาระของเอกชน 8 คะแนน รัฐบาลก่อนหนี้สาธารณะมากขึ้น 7.9 คะแนน ขาดวินัยทางการคลัง 7.5 คะแนน และใช้เงินงบประมาณไม่คุ้มค่า 7 คะแนน

ด้านนางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงทัศนะต่อภาวะเศรษฐกิจไทยและธุรกิจหลังเลือกตั้งว่า ผู้ตอบ 51.4% ตอบขยายตัว อีก 32% ตอบชะลอตัว และคาดจะฟื้นตัวไตรมาส 4 และอีก 16.6%1 ตอบทรงตัว แต่หากการเมืองไทยยังขาดเสถียรภาพ ผู้ตอบ 65.3% ระบุกระทบธุรกิจมากที่สุด ส่วนอีก 20.4% ระบุปานกลาง ส่วนที่เหลือระบุกระทบน้อยถึงไม่มีผลกระทบเลย

“นักธุรกิจส่วนใหญ่คาดว่า หลังเลือกตั้งและการเมืองมีเสถียรภาพแล้ว เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4.01-4.50% แต่หากยังไม่มีเสถียรภาพ เศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 3.01-3.50% เท่านั้น สำหรับคุณสมบัติของคณะรัฐมนตรีที่หมาะสมคือ ต้องเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ตรงกับงาน ได้รับการยอมรับทั้งจากในและนอกประเทศ มีความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี” นางเสาวณีย์  กล่าว

ส่วนนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า นักธุรกิจกังวลถึงการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาลว่าน่าจะใช้เงินมากเกินไป จนทำให้ขาดวินัยทางการคลัง และขาดการพัฒนาขีดความสามารถของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะกังวลนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท ที่อาจกระทบต่อผู้ประกอบการ แม้จะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% ก็ไม่ทำให้ผู้ประกอบการทุกรายได้ประโยชน์ และนโยบายการรับจำนำข้าว ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะรับจำนำในปริมาณเท่าไร การดูแลค่าครองชีพ และดูแลราคาสินค้า ที่อาจทำให้กลไกตลาดบิดเบือน ซึ่งจะเป็นการใช้เงินงบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า และเป็นภาระการคลังในระยะยาว รวมถึงอาจมีการก่อหนี้เพิ่ม จนทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 50% จากปัจจุบันที่ 41%

ทั้งนี้ ขอฝากสังคมอย่ากดดันรัฐบาลมากเกินไป ในการดำเนินนโยบายต่างๆ เพราะจะทำให้รัฐบาลเร่งรีบมากเกินไป จนไม่มีความรอบคอบในการดำเนินนโยบาย รวมถึงรัฐบาลต้องชี้แจงรายละเอียดต่อประชาชน โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เพื่อจะได้ไม่ต้องตั้งข้อสงสัยว่า จะใช้เงินมากเกินไปหรือไม่ และทำความเข้าใจกับภาคเอกชนก่อนที่จะดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อให้นโยบายเหล่านั้นเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้