กีฬา
100 year

แบงก์ชาติยันทำงานกับขุนคลังได้ทุกคน

ไทยรัฐออนไลน์4 ก.ค. 2554 21:30 น.
SHARE

ธปท.ยันทำงานได้กับ รมว.คลังทุกคน จับตาผลกระทบนโยบายรัฐบาลใหม่ต่อเงินเฟ้อ-เงินทุนนอก เข้า กนง. 13 ก.ค. ห่วงนโยบายประชานิยมรัฐบาลใหม่ ทำภาระการคลังย่ำแย่ ชี้ แค่ประชานิยมที่ทำมาแล้ว ซ่อนเร้นภาระให้แบกจนรับแทบไม่ไหว...

วันที่ 4 ก.ค. นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน กล่าวว่า ในขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างการติดตามดูการจัดตั้งรัฐบาล และการวางนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะชัดเจนในวันที่ประกาศนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า จากนโยบายที่มีการหาเสียงไว้จะทำจริงมากน้อยอย่างไร ซึ่งในส่วนของ ธปท.นั้น สามารถที่จะทำงานได้กับทุกรัฐบาล และเชื่อว่าใครจะมาเป็น รมว.คลัง คนใหม่ ธปท.จะสามารถทำงานด้วยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังรวบรวมนโยบายทางการเงิน และ นโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายต่าง ๆ ที่จะจัดทำขึ้นใหม่ ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ในช่วงของการเลือกตั้งว่า จะส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ และแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในช่วงต่อไปให้เพิ่มขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด รวมทั้งภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังจะพิจารณาถึงปัจจัยที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ และ การไหลกลับมาของเงินทุนต่างชาติ โดยจะนำปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว นำเสนอในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 13 ก.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณาการดำเนินนโยบายการเงิน และ อัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อไป

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธปท. ได้รายงานบทความวิชาการขนาดสั้น เรื่อง ภาระการคลังที่รอการสะสาง ซึ่งแสดงความเป็นห่วงในเรื่องการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาลใหม่ ว่า จากการใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลในหลายสมัยได้ ที่ผ่านมาในลักษณะของนโยบายประชานิยม ทั้งมาตรการการช่วยเหลือค่าครองชีพ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รายจ่ายสวัสดิการที่เป็นภาระผูกพันตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงิน ถือเป็นการสร้างภาระการคลังซ่อนเร้น ที่มองเห็นชัดเจน และไม่ชัดเจน ดังนั้น รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศได้อย่างยั่งยืนนั้น ควรที่จะตระหนักให้ชัดเจนถึงภาระ และ ข้อจำกัดของงบประมาณที่มีอยู่ และ ดำเนินนโยบายการคลังในลักษณะที่ผสมผสานกับการทำตามคำสัญญาที่ให้ใว้กับประชาชนให้เป็น และที่สำคัญรัฐบาลจะต้องตระหนักด้วยว่า นโยบายหรือมาตรการใดๆ ต้องใช้ตามความจำเป็น เน้นประสิทธิภาพการใช้จ่ายให้ตรงกับจุดเป้าหมาย เพื่อไม่ให้สร้างภาระและก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลังกับประเทศในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ธปท.ยอมรับ นโยบายประชานิยมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินการนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อเนื่อง และ นโยบายการคลังเป็นตัวที่ใช้พยุง และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่แรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชนอ่อนแรงลง รวมถึงยังมีรายจ่ายผูกพันที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้านสวัสดิการที่รัฐพึงจัดให้แก่ประชาชน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้รายจ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ภาระการคลังดังกล่าว ยังจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายของพรรคการเมืองที่ต่างพากันหาเสียงกระตุ้นความนิยมของประชาชนก่อนเลือกตั้งไปในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งบางเรื่องต้องยอมรับว่าเป็นไปได้ยากภายใต้ข้อจำกัดทางการคลังที่มีอยู่

ในรายงานวิจัยของ ธปท. ยังระบุด้วยว่า โครงสร้างทางการคลังของไทยในขณะนี้มีข้อจำกัดมากขึ้น ดังนั้น หลายโครงการที่พรรคการเมืองหาเสียงไว้จึงอาจทำได้ยากภายใต้ภายใต้ภาระงบประมาณที่มีอยู่แล้ว

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้