ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    3แบงก์รัฐทุ่มหมื่นล้าน รีไฟแนนซ์บัตรเงินสด

    ไทยรัฐออนไลน์24 มิ.ย. 2554 21:29 น.
    SHARE

    3 แบงก์รัฐทุ่ม 1 หมื่นล้าน รับแก้หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หวังลดภาระดอกเบี้ยมหาโหด-บรรเทาความเดือดร้อนชาวรากหญ้าที่มีวินัยการชำระ หนี้ดี ดีเดย์ วันนี้ (24 มิ.ย.-30 ก.ย.54)

    เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือไอแบงก์ ได้ร่วมกันจัดทำโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลที่กู้ยืมจากสถาบันการ เงินและที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ให้กับผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี วงเงินรวมทั้ง 3 ธนาคาร อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นวงเงินของธนาคารกรุงไทย 4,500 ล้านบาท ธนาคารอออมสิน 4,500 ล้านบาท และไอแบงก์ 1,000 ล้านบาท เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. จนถึงวันที่ 30 ก.ย.54

    “เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อยที่มีวินัยทางการเงินดี ได้มีโอกาสในการลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันมียอดสินเชื่อส่วนบุคคลคงค้างจากการกู้ยืมจาก Non-Bank ประมาณ 1,070,000 ล้านบาท โดยมีจำนวนลูกค้าอยู่ประมาณ 6.5 ล้านบัญชี และเป็นผู้ถือบัตรเงินสด จำนวน 4 ล้านบัญชี วงเงินหนี้คงค้าง 60,000 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) จากการที่ลูกค้าผิดนัดชำระเกิน 3 เดือน ประมาณ 2.6% เท่านั้น สะท้อนว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดี” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว

    สำหรับรายละเอียดของโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลนั้น มีวงเงินต่อรายไม่เกิน 300,000 บาท และหากผู้ขอสินเชื่อได้ขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตด้วย จะถูกนำมาพิจารณาร่วมกัน ขณะที่ระยะเวลาผ่อนชำระจะต้องไม่เกิน 3 ปี โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 14% ต่อปี และที่สำคัญ ผู้ขอสินเชื่อจะต้องมีสถานะหนี้ปกติตามข้อมูลเครดิตในวันที่ยื่นขอสินเชื่อ และมีประวัติการชำระเงินที่ดีย้อนหลังไป 1 ปี หากในกรณีที่มีการผิดนัดชำระบ้างในรอบ 1 ปีย้อนหลัง ธนาคารที่ร่วมโครง การอาจจะพิจารณาให้กู้โดยมีเงื่อนไขให้มีการค้ำประกันส่วนบุคคล และบุคคลค้ำประกันจะต้องมีสถานะหนี้ปกติตามข้อ มูลเครดิต ณ วันที่มายื่นค้ำประกันให้กับผู้กู้

    ทั้งนี้ สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ประกอบด้วย 1.สินเชื่อให้แก่บุคคลธรรมดาโดยไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์หรือมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการ และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำ ไปใช้ในการประกอบธุรกิจ โดยเป็นสินเชื่อที่มีมีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน และ 2.สินเชื่อที่เกิดจากการให้เช่าซื้อ/ การเช่าซื้อแบบลิซซิ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการธุรกิจไม่ได้จำหน่ายเป็น ทางการค้าปกติ ยกเว้นสินค้าประเภทรถยนต์และรถจักร ยานยนต์

    ด้าน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า สำหรับโครงการลดภาระดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดยการออกสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-22มิ.ย.54 พบว่า มีผู้มายื่นขอสินเชื่อกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง จำนวน 11,191 ราย วงเงินประมาณ 1,622 ล้านบาท และมีการอนุมัติสินเชื่อแล้วประมาณ 1,626 ราย วงเงินประมาณ 180 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้มีการปรับปรุงเงื่อนไขแนวทางปฏิบัติของธนาคารที่ร่วมโครงการไป แล้ว เพื่อให้ลูกหนี้บัตรเครดิตที่มีศักยภาพสามารถเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น

    “ที่ผ่านมาปัญหาและอุปสรรคการดำเนินการก็มีอยู่บ้าง ซึ่งเราก็มีการทบทวนและแก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว โดยได้มีการประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการพิสูจน์รายได้ของผู้ขอสินเชื่อ โดยขอให้ ธปท.ผ่อนผันว่าแบงก์ไม่จำเป็นต้องขอหลักฐานเพื่อพิสูจน์รายได้จากผู้ขอกู้ เพิ่มเติมอีก เนื่องจากเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นการก่อหนี้เพิ่มเติม ซึ่งทาง ธปท.ก็อำนวยความสะดวกในเรื่องดังกล่าวให้กับทั้ง 2 โครงการเลย” รมว.คลัง กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้