ข่าว
100 year

หลังหนี้บัตรเครดิตเหลวคลังสั่งลุยก๊อก2ทิ้งไพ่รีไฟแนนซ์สินเชื่อบุคคล

ไทยรัฐออนไลน์23 มิ.ย. 2554 05:15 น.
SHARE

คลังแจงรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตยังอืด เพราะสาขาแบงก์รัฐยังมึน แต่เชื่อวิ่งปรู๊ดได้แน่ พร้อมเปิดก๊อก 2 รีไฟแนนซ์สินเชื่อนอน-แบงก์ ด้าน “หม่อมเต่า” แย้มให้คนอยากกู้เงินดีใจ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้นใกล้จบ...

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลัง ถึงโครงการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.54 จนถึง 17 มิ.ย.54 ว่า มีผู้ยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารทั้ง 3 แห่ง จำนวน 10,119 ราย วงเงินรวมประมาณ 1,265 ล้านบาท และมีการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 1,126 ราย วงเงินประมาณ 122 ล้านบาท เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงมีบางสาขามีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักการและแนวปฏิบัติ ทำให้ลูกหนี้ที่มีศักยภาพบางส่วนไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้

ดังนั้น ธนาคารในโครงการดังกล่าวจึงได้ร่วมกันหารือแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ซึ่งได้ข้อสรุปดังนี้ 1.ผู้ขอสินเชื่อที่มีสถานะสินเชื่อเป็นปกติตามข้อมูลเครดิตตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.54 จนถึงวันที่ยื่นขอกู้ สามารถรีไฟแนนซ์ได้ในวงเงินไม่เกิน 300,000 บาท ซึ่งหากผู้ขอสินเชื่อมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบและยอดหนี้เกิน 300,000 บาท จะมีสิทธิเลือกรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตบางใบได้ 2.กรณีที่ผู้ขอสินเชื่อมีอายุเกิน 60 ปี ธนาคารอาจพิจารณาให้มีการค้ำประกันส่วนบุคคล และ 3.ธนาคารทั้ง 3 แห่ง ตกลงจะเร่งทำความเข้าใจในหลักการของโครงการกับทุกสาขาทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถบริการประชาชน และบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ประชาชนได้ให้ความสนใจสอบถามเกี่ยวกับการลดภาระดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นจำนวนมาก ดังนั้น ธนาคารทั้ง 3 แห่ง จะร่วมกันพิจารณาหาแนวทางในการจัดทำโครงการรีไฟแนนซ์สินเชื่อส่วนบุคคลของผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) ให้กับผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี เพื่อให้โครงการลดภาระดอกเบี้ยครอบคลุมถึงประชาชนระดับฐานรากได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยจะเปิดตัวโครงการในวันที่ 24 มิ.ย.นี้

ด้าน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวให้ความเชื่อมั่นว่า การใช้การดำเนินนโยบายการเงิน ตามกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ  (Inflation targeting) จะสามารถดูแลเงินเฟ้อที่อาจจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองได้เพราะในข้อเท็จจริงแล้วเมื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลแล้วนโยบายที่หาเสียงอาจไม่ได้ทำ เพราะคงต้องไปหารือกันในระหว่างผู้ชนะการเลือกตั้ง

ประธานบอร์ด ธปท. กล่าวต่อว่า  อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงขณะนี้มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า และทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้น ขณะที่หากนโยบายรัฐบาลมาทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอีก ทาง ธปท.ก็ต้องดูแล โดยใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพื่อดูแลเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไป และทำให้คนไทยฝากเงินแล้วมีดอกเบี้ยออกมาเป็นเงินใช้จ่าย ซึ่งทำให้ความต้องการซื้อของประเทศยังมีอยู่ และเศรษฐกิจขยายตัวไปได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเพื่อคุมไม่ให้อัตราเงินเฟ้อสูงเกินไปขณะนี้เห็นว่า  เราทำได้ค่อนข้างดี เพราะเงินเฟ้อทั่วไปกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเริ่มอยู่ในระดับที่ใกล้ดุลยภาพแล้ว จึงมองว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันมากระตุกให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง อัตราดอกเบี้ยนโยบายน่าจะเพิ่มขึ้นจากในขณะนี้ไม่เกิน 0.5% หลังจากนั้น วัฏจักรของดอกเบี้ยขาขึ้นน่าจะเริ่มหมดไปแล้ว”.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้