ข่าว
100 year

เครือข่ายต้านคอรัปชัน ชี้จัดซื้อจัดจ้าง ทุจริตอันดับต้นของไทย

ไทยรัฐออนไลน์10 มิ.ย. 2554 21:40 น.
SHARE

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น เดินหน้าแก้ปัญหาทุจริตในสังคมไทย สั่งการจับตาโครงการจัดซื้อ จัดจ้างของภาครัฐชี้เป็นต้นตอคอร์รัปชั่นอันดับต้นๆของประเทศ พร้อมตั้ง "ดุสิต" เป็นประธานเครือข่าย

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมกลุ่มสมาชิกหอการค้าไทยและ 23 ภาคีเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรภาครัฐและ เอกชนเข้าร่วมประชุมจำนวนมาก โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เปิดแถลงข่าวพร้อมด้วยนายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย(IOD)นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นายสมพล  กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก หลังการจัดงานสัมนาเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจากการประเมินผลการสัมนาพบว่า ทุกภาคส่วนตั้งแต่นายกรัฐมนตรี และกลุ่มต่างๆที่เข้าร่วมสัมนากว่า 2,000 คน ทั้งกลุ่มเยาวชน ภาคเอกชน สื่อและส่วนราชการมีความเห็นสอดคล้องกันชัดเจนว่า ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นปัญหาอันดับต้นๆของประเทศที่จำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อความอยู่รอดของประเทศ ดังนั้นทางเครือข่ายฯจึงได้จัดทำมาสเตอร์แพลนหรือแผนแม่บทว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปต่อต้านการ คอร์รัปชั่นเพื่อให้การทำงานของเครือข่ายมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องไป ได้อย่างเห็นผล โดยการประชุมครั้งนี้ได้มีมติก่อตั้งภาคเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่น(คตค.)และ แต่งตั้งให้นายดุสิตเป็นประธานเครือข่ายในฐานะที่เป็นผู้จุดประกายภารกิจนี้ และมีแผนที่จะจัดการประชุมกันทุกเดือนเพื่อติดตามและประเมินผล การดำเนินงานต่างๆของเครือข่าย นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดทำดัชนีสถานการณ์คอรัปชั่นในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นตัวชี้การคอรัปชั่น ในประเทศไทยที่ชัดเจนไม่ต้องรอให้หน่วยงานต่างประเทศมาบอกเรา โดยจะมีการแถลงดัชนีนี้ทุกๆ6เดือน ซึ่งจะเป็นตัวที่ช่วยประเมินผลการ ทำงานของเครือข่ายฯด้วย

นายสมพล  กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้หยิบยกต้นตอหรือแหล่งที่ทำให้เกิดการคอรัปชั่นที่สำคัญที่ เครือข่ายฯต้องจับตาและติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานภาครัฐ แม้หน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ จะมีมาตรการและกระบวนการในการป้องกันดูแล แต่การทุจริตคอรัปชั่นก็ยังคงมีขึ้น นอกจากนี้เครือข่ายฯเองก็จะติดตามการดำเนินการในส่วนของภาคเอกชนอย่าง ใกล้ชิดด้วยเช่นกัน

"มีคำพูดที่ว่า หากเอกชนไม่ให้ข้าราชการหรือพวกการเมืองจะรับได้อย่างไร ส่วนภาคเอกชนก็เถียงว่าหาก
พวกข้ราชการไม่รับหรือไม่ขอแล้วเราจะให้ทำไม ก็เถียงกันไปมาเหมือนปัญหาไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน ดังนั้นทางเครือข่ายฯก็ต้องจับตาทั้ง2ภาาคส่วนทั้งเอกชนกันเองและ ส่วนราชการ โดยจะจับตาเรื่องการประมูลจัดซื้อจัดจ้างของราชการเป็นเรื่องต้นๆและขอให้ติดตาม การทำงานของเรา ซึ่งจะเป็นหน่วยงานถาวรของภาคเอกชน ที่จะต่อต้านและติดตามเรื่องการคอรัปชั่นชนิดที่เรียกว่ากัดไม่ปล่อย" นายสมพล กล่าว

นายสมพล  กล่าวด้วยว่า มั่นใจว่าเครือข่ายฯดังกล่าวจะต้องขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆจะมีองค์กร ต่างๆเข้ามาร่วมกับมากขึ้น เพราะหากยังปล่อยให้คนที่เอาเปรียบสังคมมาคอร์รัปชั่นเงินของแผ่นดิน เพื่อให้มีการนำเทคโนโลยีที่ไม่ดีมาให้บริการประชาชน แต่มีการจ่ายเงินให้นักการเมือง ประชาชนก็จะได้รับบริการที่ด้อยคุณภาพ แต่ เสียค่าบริการสูงเพราะต้นทุนส่วนหนึ่งถูกนำไปเข้ากระเป๋าข้าราชการและนักการ เมืองบางคนบางกลุ่ม ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องมาเข้าร่วมกับ เครือข่ายฯในการเข้ามาเป็นหูเป็นตาและให้ข้อมูล ฮ่องกงเริ่มก่อนไทยมา37ปีแล้ว แต่ไทยเริ่มวันนี้ก็ยังไม่สาย

"เพราะ ตราบใดที่เรายังไปชื่นชมกับคนรวยที่โกงมันก็เป็นความคิดที่ผิดใช้ไม่ได้ต่อ ไปคนรวยแต่โกงเราก็ไม่ควรไปยกมือไหว้ เราต้องเปลี่ยนทัศนคติของคนในสังคมเริ่มที่ตัวเราเอง ต้องสร้างจุดเปลี่ยนอย่าให้นักการเมืองหรือข้าราชการหรือเอกชนที่ จ่ายเงินใต้โต๊ะมาเอาเปรียบเรา" นายสมพล กล่าว

นายดุสิต  กล่าวว่า เครือข่ายนี้ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของคนไทยใน การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นให้บังเกิดผลที่เป็นรูปธรรม โดยหวังว่าประชาชนจะช่วยกันดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของทุกคนและหากไม่เริ่มตระหนักถึงปัญหาการ คอร์รัปชั่นและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันนี้ ต่อไป แผนที่ประเทศไทยอาจไม่มีอยู่ในแผนที่โลก ประเทศอาจล่มสลายได้

ขณะที่ นายเกรียงไกร กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะเป็นสิ่งจำเป็น การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นการ ทำลายการ แข่งขันของธุรกิจ ทำลายอุตสาหกรรม เพราะเป็นการบิดเบือนและสร้างต้นทุนเทียม ทั้งที่การแข่งขันของธุรกิจต้องมุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพ ต้องไม่สนับสนุนการจ่ายใต้โต๊ะและการคอรัปชั่นทุกรูปแบบ โดยสภาอุตฯจะรณรงค์ให้ สมาชิกทั่วประเทศ ช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องและมีมาตรการการปฎิบัติออกมา หากใครมีปัญหากับรัฐในเรื่องนี้ เราจะเข้าไปช่วยแก้ไขและนำปัญหามาสู่ เครือข่าย เพื่อให้การคอร์รัปชั่นลดน้อยลงให้ได้

ส่วน นายธวัชชัย กล่าวว่า สถาบันการเงินมีบทบาทต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งภายในองค์กรและภายนอก
องค์กร โดยบทบาทภายนอกองค์กรนั้นธนาคารพาณิชย์มีข้อมูลเยอะมากที่ไม่สามารถเปิดเผย ได้ แต่มีหน่วยงานที่มีบทบาทและอำนาจในการป้องกันการทุจริต คือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งมีอำนาจเรียกข้อมูลจากธนาคารได้ โดยเฉพาะ ปปง.กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานหากมีการทำธุรกรรมการเงิน สูงเกิน2ล้านบาทต้องรายงานทันที รวมทั้งหากมีการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ ผิดวิสัย เช่นเป็นคนที่มีเงินเดือนเพียง 20,000-30,00บาท แต่มีการ โอนเงินครั้งและ200,000-300,000บาท แม้ไมใถึง2ล้านบาทก็ต้องรายงานเช่นกัน ถือถือว่าเป็นประโยชน์มาก หากมีการนำข้อมูลเหล้านี้ไปใช้ ซึ่งจะเป็นช่องทางในการตรสจสอบและป้องกันการทุจริตได้มาก ซึ่งธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินพร้อมให้ความร่วมมือกับเครือข่าย และทางการอย่างเต็มที่

ด้าน คุณหญิงชฎา กล่าวว่า ขณะนี้ 49บริษัทชั้นนำของประเทศ ได้ร่วมลงนามแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยยังได้สถาบัน IODได้จัดหลักสูตรทางวิชาการ เพื่อให้แต่ละองค์กรมีวิธีการในการต่อต้านและกำจัดเรื่องหล่านี้ เช่นให้แต่ละบริษัทมีข้อบังคับเพื่อต่อต้านการทุจริตได้อย่างไร ซึ่งจะเป็นตัวเสริมที่ช่วยให้ภาคเอกชนและเครือข่ายต่อต้านฯทำงานได้อย่างต่อ เนื่อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้