ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "สมคิด"เรียกหา"จุดยืนนโยบาย"วอนพรรคการเมืองอย่าเกทับบลัฟแหลก

    ไทยรัฐออนไลน์10 มิ.ย. 2554 03:00 น.
    SHARE

    “สมคิด” เรียกร้องพรรคการเมืองช่วยกันวางจุดยืนประเทศไทย ทางด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ไม่อยากเห็นนโยบายที่เกทับ บลัฟแหลก เอาใจประชาชนเพียงเพื่อจะได้ชัยชนะ โดยไม่คำนึงว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร ชี้ประเทศไทยขณะนี้ขาดยุทธศาสตร์ แนะแนวทาง 3 ข้อ ทำให้เศรษฐกิจโตแบบยั่งยืน...

    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวใน งานสัมมนา Thailand Lecture 3rd “WISDOM for change” ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในหัวข้อ “นโยบายเศรษฐกิจเข็มทิศประเทศไทย” ว่า การพูดในครั้งนี้ขอพูดเรื่อง Political Platform หรือ “จุดยืนนโยบาย” ทางด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ซึ่งปรัชญาของนิด้า “WISDOM for change” คือ ปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขณะนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ไม่เช่นนั้นอนาคตประเทศไทยไม่รู้จะเป็นอย่างไร

    “อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะถึงการเลือกตั้ง เชื่อว่าในจิตใจคนไทยทุกคนต้องการเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนบรรยากาศและสถานการณ์ของประเทศ จากที่สับสน วุ่นวาย ขัดแย้ง ให้กลับมาปกติสุขอีกครั้งหนึ่ง จากที่หยุดชะงักไม่พัฒนามาหลายปี กลับมาขับเคลื่อนอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีใครตอบได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ประชาชนคนไทยว่ามีจิตสำนึก ความรับผิดชอบ ความเห็นประโยชน์ของบ้านเมืองมากหรือน้อยเพียงใด”

    ประเทศไทยตกเป็นภาระของอาเซียน

    นายสมคิด กล่าวว่า เพียง 4 ปีเศษหลังมีการปฏิวัติ วันนี้สถานภาพประเทศไทยถูกจัดเป็นอันดับที่ 107 ของประเทศที่สงบสุขและร่มเย็น และอยู่ ในอันดับที่ 7 ของประเทศที่สุ่มเสี่ยงสูงว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรง และจากที่ประเทศไทยเคยถูกจัดอันดับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอยู่ประมาณ 30 ต้นๆ เมื่อไม่กี่ปีที่แล้ว แต่ 3-4 ปีที่ผ่านมาเราอยู่ที่ 34-36-38 เตี้ยลงสาละวัน ขณะที่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนามดีขึ้น และประเทศไทยจากเคยเป็นผู้นำอาเซียน มาวันนี้ไม่มีใครเกรงใจ เป็นภาระของอาเซียนที่สมาชิกมองเราด้วย ความเวทนาและสงสาร ซึ่งสถานการณ์อย่างนี้ถ้าเรายังไม่สำเหนียก ถ้ายังไม่ตระหนัก ในไม่ช้าประเทศไทยจะตกโลก กลายเป็นประเทศที่ไม่มีใครสนใจ

    อย่างไรก็ตาม โชคยังดีที่เศรษฐกิจระยะสั้นไม่มีปัญหาเพราะการส่งออกเข้มแข็ง แต่ต้องจำไว้ว่าเป็นอานิสงส์ของความเพียรพยายามของภาคเอกชน และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหลาย 10 ปีที่ผ่านมา จนสินค้าไทยแข่งกับตลาดโลกได้ และเป็นอานิสงส์จากการไปเจรจาเขตเสรีการค้า (เอฟทีเอ) กับอาเซียน จีน ออสเตรเลีย จึงทำให้ยอดส่งออกของประเทศไทยกับประเทศเหล่านี้พุ่งกระฉูด แต่ประเทศไทยขณะนี้หยุดลงทุนเพื่อพัฒนามาหลายปีแล้วตั้งแต่เกิดเรื่องวุ่นวาย ถ้าปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปอนาคตเศรษฐกิจไทยจะลำบาก

    “สิ่งเหล่านี้ผมจึงคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ ไม่อยากเห็น การเลือกตั้งแล้วไร้ความหมาย เพียงแค่เปลี่ยนรัฐบาลหรือเปลี่ยนผู้นำเหมือนเปลี่ยนผ้าอ้อม ผมไม่อยากจะเห็นและฟังจุดยืนนโยบายที่เกทับบลัฟแหลก เอาใจประชาชนเพียงเพื่อจะได้ชัยชนะ โดยไม่คำนึงว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่อยากเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง อยากเห็น จุดยืนนโยบายที่คิดทำรากฐานเพื่ออนาคตข้างหน้า ไม่ใช่แค่มองสั้นๆ ในปัจจุบัน”

    การเมืองทำประเทศไร้ยุทธศาสตร์

    นายสมคิด กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ของประเทศไทย คือว่าเราไม่มีทิศทาง ไม่มียุทธศาสตร์ โทษใครไม่ได้ นอกจากการเมืองของ ประเทศไทยที่ไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลอยู่รอดได้ด้วยการรวมพรรค แน่นอนที่สุดความคิดใดๆก็ตาม การให้ความสำคัญและน้ำหนักก็ย่อมอยู่ที่ระยะสั้น ไม่ใช่ระยะยาว คิดเป็นจุด ทำเป็นจุด คิดเป็นเรื่อง เฉพาะเรื่อง เพียงเพื่อให้ เกิดความอยู่รอดทางการเมือง ไม่ใช่เพื่อความอยู่รอดของบ้านเมือง และเมื่อ การเมืองไม่มีเอกภาพ ต่างคนต่างทำ ไปกันคนละทิศ คนละทาง การสอดคล้องทางยุทธศาสตร์จึงไม่เกิดขึ้น มีการต่อรองกันไป ประสานประโยชน์กันไป

    “วันนี้ถือเป็นจุดสำคัญและมีโอกาสแล้ว ขออนุญาตฝากบางประเด็นที่คิดว่าจะมีประโยชน์ ไม่ว่าใครก็ตามที่มาเป็นรัฐบาลมีหน้าที่ มีภาระทาง เศรษฐกิจ 2 ประการใหญ่ๆ หนึ่งคือจะทำอย่างไรให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ต่อไป ต่อเนื่องและยั่งยืน สองต้องมั่นใจว่าความมั่งคั่งนั้นต้องได้รับการกระจาย การแบ่งปันอย่างทั่วถึงกับคนไทยทั้งมวล”

    นายสมคิด กล่าวว่า การทำให้เศรษฐกิจเติบโตมองไปในอนาคต มี 3 ประเด็นที่จะกระทบ คือ 1. สถานการณ์อาหารและพลังงานไม่แน่นอน แนวโน้ม อาหารข้างหน้าจะสูงขึ้นไม่หยุดยั้ง และในอีก 3-4 ปีข้างหน้า สินค้าบางประเภทโดยเฉพาะธัญพืช จะมีราคาแพงกว่าปัจจุบันนี้กว่า 100% ถ้าดูเผินๆ ตรงนี้เป็นโอกาสใหญ่หลวงของประเทศไทยด้านการเกษตรที่ 100 ปีมีครั้งหนึ่ง แต่เรากลับเป็นเกษตรกรรมที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีประสิทธิผล ตอนนี้ผลผลิต ข้าวของไทยต่ำที่สุดใน อาเซียน และจะมี ประโยชน์อะไรที่ราคาปาล์มสูงลิบ แต่ที่ผ่านมาเราไม่มีปาล์ม จะมีประโยชน์อะไรที่ ราคาอาหารแพงลิบ แต่ในประเทศผลิตได้แท้ๆ แต่ราคาสูงจน คนจนเกิดปัญหา ฉะนั้น ถ้าจะ ใช้โอกาสเป็นโอกาสทองต้องทำแบบบราซิลที่ปฏิวัติการเกษตร ทำแหล่งน้ำชลประทาน ลงทุนทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ตั้งบริษัทพัฒนาขนาดใหญ่ แปลงที่ดิน 20% ที่เพาะปลูกไม่ได้ให้เป็นสถานที่เพาะปลูกได้ จนสามารถเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรที่หนึ่งและสองในสินค้าเกษตรทุกประเภท

    “แต่ของเราทำอยู่ 2 อย่าง ประกันราคาและประกันรายได้ ถ้าเราต้องการทำให้ดีอย่างเขาแค่นี้ไม่พอ ต้องจัดการตั้งแต่ต้นจนจบ การผลิต การตลาด การช่วยเหลือชาวนา ต้องทำทั้งระบบ ซึ่งการทำงานกระทรวงเกษตรแบบ 10 ปีที่ผ่านมาใช้ไม่ได้อีกต่อไป”

    ขอความชัดเจนนโยบายพลังงาน

    นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า ในด้านพลังงานประเทศไทยไม่มีน้ำมันเลยและทุกพรรคการเมืองบอกว่า เราไม่เอาพลังงานปรมาณู แล้วจะเอาอะไร ต้องบอกว่า จะใช้พลังงานทดแทนประเภทไหน กี่ปีผลิตได้ การตัดสินใจการเพาะปลูกปาล์ม ข้าวโพด อ้อย จะทำเท่าใดเป็นอาหาร เป็นพลังงาน ฉะนั้น สถานการณ์อาหารและพลังงานเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองต้องระบุออกมาว่าจะทำอะไรกับมัน

    2. ความสามารถเชิงบริการที่ผ่านมาหลาย 10 ปี เราได้ดีเพราะการส่งออก เพราะได้เปรียบต้นทุนค่าแรง แต่ตอนนี้จีนและเวียดนามทำได้ดีกว่าเรา จึงต้องหันมาเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ หลายสิ่งหลายอย่างต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าจะปรับเปลี่ยนสิ่งที่ทำมาเมื่อหลายสิบปีก่อนมันไม่ใช่ บีโอไอดึงนักลงทุนเข้ามา แต่ต้องปรับนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยและบริษัทต้องกล้าลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา

    3. การใช้ต่างประเทศเพื่อผลักดันการค้า อีก 5 ปี จีนขึ้นเป็นอันดับ 1 ของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในจี 20 ทั้งๆที่จี 20 เป็นตัวตัดสินอนาคตการเกษตร ดังนั้น ประเทศไทย ต้องตีสนิทกับประเทศในกลุ่มจี 20 เพื่อมาช่วยเหลือ นอกจากนั้น ต้องเตรียมตัวรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่รัฐบาลต้องช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้เอกชน ซึ่งตอนนี้เราไม่มีความรู้ เรื่องการรุกมาเลเซียและอินโดนีเซียเลย และประเด็นสำคัญเลยหากคิดจะทำภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศก็ต้องเชื่อมสัมพันธ์กับจีนจากที่ห่างหายกันมานาน 4-5 ปี.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 16:02 น.