ข่าว
100 year

'จุติ'ทิ้งท้ายก่อนบ๊ายบายเก้าอี้ รมว.ไอซีที ย้ำจุดยืนไม่เข้าข้างใคร!

ไทยรัฐออนไลน์18 พ.ค. 2554 10:30 น.
SHARE

นายจุติ ไกรฤกษ์ เปิดใจก่อนอำลาเก้าอี้ รมว.ไอซีที ยืนยันคนไทยได้ใช้ 3จี มิ.ย. ระบุอยากทำเรื่องไอพีวี 6 แจงแต่งตั้งที่ปรึกษา และเลขาฯ เพื่อทำงานกระทรวง และไม่เบียดบังเวลาข้าราชการใคร...

เป็นเวลาเกือบ 1 ปี แล้ว ที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. ได้เข้ารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงไอซีที ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาไอซีทีในประเทศไทย ตามแผนแม่บทไอซีทีฉบับที่ 2 ปี 2552-2556

 


แต่เมื่อการยุบสภามาถึง นั่นหมายถึงการสิ้นสุดลงของวาระสภาผู้แทนราษฎร และวาระของรัฐบาล หมายความว่าอำนาจหน้าที่ของนายจุติ จะยุติลง ขณะเดียวกันก็จะเป็นการเริ่มต้นใหม่ของ รมว.ไอซีที ในการดำเนินงานด้านไอซีทีของประเทศไทยต่อไป อย่างไรก็ตาม แม้จะใช้เวลานั่งบริหารงานเพียงไม่นาน แต่ก็เชื่อว่าได้นำพากระทรวงไอซีทีให้ก้าวต่อไปได้ระดับหนึ่ง โดยเฉพาะเรื่องคาราคาซังข้ามปีอย่างการแก้ไขสัญญาสัมปทานมือถือ ที่หัวโต๊ะอย่างเจ้ากระทรวงทั้งแขยง และขยาด ไม่อยากจะแตะ แต่นายจุติก็ทำ

นับถอยหลัง การเลือกตั้งกำลังเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และจากนี้ไปไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า เจ้ากระทรวงไอซีที คนใหม่จะเป็นใคร อยู่พรรคการเมืองไหน แต่ขอให้ผู้ที่จะมานั่งตำแหน่ง รมว.ไอซีที ให้ความสำคัญและดำเนินการเรื่องไอซีที ให้กับประเทศไทยอย่างโปร่งใส และจริงจังก็พอ  

It Digest : ความรู้สึกที่ต้องอำลาตำแหน่งรมว.ไอซีที
จุติ : ไม่รู้สึกใจหาย เพราะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ และตั้งใจทำเพื่อให้เกิดความสำเร็จ ส่วนหนึ่งก็ได้รับการร่วมมือจากคณะทำงาน ผู้บัญชาการที่สนับสนุนและผลักดันนโยบายต่างๆ ด้วยดี และในระยะเวลาที่รวดเร็ว

It Digest : ผลงานที่ประทับใจ
จุติ : นโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ วางรากฐานพื้นฐานโครงสร้างทางด้านไอทีที่เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ไม่ว่าจะเป็นลดช่องว่างทางโอกาสในการเรียนรู้ โอกาสในการเข้ารับการรักษาพยาบาล โอกาสในการทำมาหากิน พัฒนาตัวเอง พัฒนาสังคมเข้าถึงหมู่บ้าน และ 3จี ของทีโอทีที่กำลังผลักดันให้เข้ามา และการวางรากฐานเคเบิลใต้น้ำ ขยายการจราจรของอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศให้มีทางออกเพิ่มขึ้นหลายๆ ทาง เพื่อลดความเสี่ยงและรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต และไม่ส่งผลในเรื่องขอบเขต หรือความล่าช้าของสัญญาณ นอกจากนั้น จะช่วยเกี่ยวกับเรื่องการสร้างอาชีพการสร้างรายได้ของประชาชนระดับล่างมาจนถึงระดับบนเกิดขึ้นได้ไม่เกิน 8 เดือน ซึ่งจะเห็นว่าโอท็อปออนไลน์ที่นำร่อง สามารถปูพื้นฐานเรื่องลอจิสติกส์ สร้างความสามารถ หรือการแข่งขันของประเทศ ช่วยลดต้นทุนการส่งออกปีละล้านๆ บาท ส่วนเรื่อง 3จี จะผลักดันให้แล้วเสร็จในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องอาศัยข้าราชการ และนักวิชาการที่ยึดผลประโยชน์ของสังคมประเทศเป็นสำคัญ

It Digest : ยืนยันว่าคนไทยจะได้ใช้ 3จี เดือน มิ.ย.นี้
จุติ : บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตั้งไว้ไม่เกินกลางเดือน มิ.ย.นี้ ติดตั้งรับ 3จี ในกรุงเทพฯ 5,320 สถานีฐาน อาจจะไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่ได้ใช้ 3จี แน่นอน

It Digest : อยากจะนำไอทีรูปแบบไหนมาใช้บริหารงาน
จุติ : ที่กระทรวงไอซีทียังทำไม่ได้ คือ ดิจิตอลดอคคิวเมนท์  หรือ การรับส่งเอกสารแบบดิจิตอล และบันทึกช่วยจำในกระทรวง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้หมด โดยไม่ใช้กระดาษ ไม่ใช่แค่ลดต้นทุนการใช้กระดาษ 30% แต่จะช่วยลดการทุจริตได้ ขณะเดียวกัน ก็เริ่มแล้วแต่หน่วยงานในสังกัดยังถ่วงอยู่ รับปากจะทำแต่ข้าราชการไม่อยากจะทำ

It Digest : มีอะไรที่อยากจะทำ แล้วยังไม่ได้ทำอีกบ้าง
จุติ : เรื่องสัมปทานทานมือถือ และเรื่องไอพีวี 6 (IPv6) ที่ต้องรีบทำภายในปี 2 ปี

It Digest : อยากจะฝากอะไรถึง รมว.ไอซีที คนใหม่บ้าง
จุติ : ไม่มีอะไรที่จะฝาก เพราะไม่มีโครงการที่เป็นของตนเอง เชื่อทุกคนมีความคิดทิศทางมีวิธีการในแต่ละคนที่แตกต่างกัน จึงไม่เอาวิธีการของตัวเองไปบังคับคนอื่น และไม่ยุติกับอะไรทั้งสิ้น เชื่อว่าโครงการที่ผ่านมาเป็นประโยชน์ต่อประเทศ และคิดว่ารัฐบาลชุดใหม่เข้ามาต้องเก่ง และทำโครงการที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชน ถึงแม้การจัดลำดับความสำคัญของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป

 

 


It Digest : ถ้า รมว.ไอซีที คนใหม่มาขอคำปรึกษา ยินดีจะช่วยหรือไม่
จุติ : ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงอยู่คนละพรรค คนละขั้ว หรือต้องอภิปราย แนะนำอยู่แล้ว แต่ไม่เชื่อว่าผมจะแพ้การเลือกตั้ง

It Digest : อยากกลับมานั่งในตำแหน่ง รมว. ไอซีที อีกหรือไม่
จุติ : ขึ้นอยู่กับนายกฯ ผมเป็นคนเจียมตัว กล้ารับผิดในสิ่งที่ทำ ถ้าตัดสินใจที่ทำ คือ เลือกแล้ว และไม่หาข้อแก้ตัวเด็ดขาด ที่ผ่านมา ทำงานใจดีเกินไปไม่เด็ดขาดทำให้เกิดความยืดเยื้อ

It Digest : กระแสข่าวที่นายอานนท์ ทับเที่ยง มารับหน้าที่ประธานโครงการ 3จี แลกกับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที
จุติ : ทุกคนมีสิทธิ์คิด แต่ว่าผู้สมัครมีตั้ง 5 คน มีกรรมการคัดสรรทั้งนั้น คนกล่าวหาคนหนึ่งที่ได้ จะไม่คัดสรรดึงคนจากกระทรวงการคลังเป็นสภา เราคัดสรรค์โดยบอกชุดเก่าที่ลาออกไป

It Digest : ความชัดเจนเรื่องเช่าดาวเทียมใกล้เคียง

It Digest : ปลัดแต่ละคนเข้ามางานหนักทั้งนั้นเลย
จุติ : กระทรวงไอซีทีเป็นกระทรวงที่งานหนัก มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และมีผลกระทบกับสังคมทั้งหมด

It Digest : มีคนบอกว่าเป็นลูกรักนายกฯ
จุติ : ไม่ใช่ นายกฯ มีอะไรมอบให้ผมทำ ผมก็เป็นลูกพรรคที่ดี เรียกว่า เป็นลูกพรรคที่ดีมากกว่า

It Digest : ทำไมถึงมีประโยคนี้ขึ้นมา
จุติ : ผมเคยเป็นเลขาฯ ผู้นำฝ่ายค้านคนแรกคนแรกของนายอภิสิทธิ์ และเคยเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อปี 2548 สอบตก นายกฯ ก็กรุณาให้ผมมาช่วยงาน

It Digest : รมว.ไอซีที ไปไหน นายกฯ ต้องไปเปิดงานด้วย
จุติ : เพราะงานนโยบายของกระทรวงไอซีที เกี่ยวเนื่องกับนายกรัฐมนตรี จึงเห็นมาเปิดงานของกระทรวงไอซีทีในหลายๆ ครั้ง สิ่งที่นายกฯ ย้ำบอกทุกครั้ง อะไรบางสิ่งที่มันไม่โปร่งใสทำมันให้โปร่งใส อย่าง 3จี ก็เช่นกัน และตลอดระยะเวลา 11 เดือน ลดต้นทุนซับซ้อนทั้งประเทศได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ตามนโยบายนายกฯ ทำให้ได้ของดีราคายุติธรรม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

It Digest : มีกระแสข่าว การแต่งตั้งที่ปรึกษา และเลขานุการ ว่าไม่เหมาะสม เป็นเลขาฯ ได้ไม่ถึง 3 วัน
จุติ : ตอนที่แต่งตั้งยังไม่ได้ยุบสภาเลย ดังนั้นจะต้องทำงานจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามา ผมว่าคนที่วิจารณ์ ขาดความเข้าใจในเรื่องระบบ รัฐบาลชุดนี้จะพ้นไปก็ต่อเมื่อมีรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จัดตั้งโดยสภาชุดใหม่ และน่าจะเป็นปลายเดือนก.ค.นี้ เพราะฉะนั้นเวลาที่ทำงานไม่ใช่แค่ 3 วัน เป็นระยะเวลา เกือบ 3 เดือนตั้งแต่ พ.ค มิ.ย. และ ก.ค.ไม่ใช่ 3 วัน คนที่พูดนับวันผิด

It Digest : ยืนยันว่าแต่งตั้งมาแล้วเพื่อปฏิบัติหน้าที่
จุติ : ยืนยัน เพราะว่าไม่ต้องการให้คนที่เป็นที่ปรึกษาอยู่แล้วไปสมัคร ส.ส. และไปเบียดบังเวลาราชการหาเสียง ซึ่งจะเป็นข้อครหา และไม่อยากให้ใครเอาเวลาราชการไปหาเสียงเต็ม เพราะฉะนั้นจะมีปัญหาต่อนายกฯ  เพราะที่ปรึกษานายกฯ เป็นคนรับผิดชอบ และก็มานั่งทำงาน 3 เดือนครับ งานมีให้ทำมากมาย

 

 


It Digest : มีหน้าที่ไหนมอบหมายให้ที่ปรึกษา
จุติ : ที่ต้องศึกษาให้เสร็จ และที่กำลังทำอยู่ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องดาวเทียมก็ยังไม่จบ เรื่องสอบสวนผู้รับผิดชอบ เรื่องของสัญญาสัมปทานมือถือ ก็ยังไม่จบเรื่อง 3จี ทีวีซิก ก็ยังไม่จบ ก็ทำต่อไม่มีวันหยุดหรอก วันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะว่างนะ ทำงานให้ประชาชนจนถึงวันสุดท้าย อันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องพยายามเก็บงานให้เรียบร้อย

It Digest : ประเมิน ตัวเองตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งรมว.ไอซีที
จุติ : ผมไม่ประเมินอย่างนั้น ผมให้ประชาชนประเมินจากการทำงานของผม

It Digest : ไม่กล้าประเมินหรือเปล่า
จุติ : ไม่ใช่ ผมว่าผมไม่ประเมินตัวเองหรอก ถ้าประเมินอาจจะต่ำกว่าประชาชนให้ก็ได้


It Digest : ทุกวันนี้ คนภายนอกโยงไอซีทีเข้ากับการเมือง จะปรับภาพลักษณ์ไอซีทีกับการเมืองให้แยกออกจากกันอย่างไร
จุติ : ผมว่ามันแยกออกจากกันไม่ได้หรอก เพราะว่าอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ เจ้าของธุรกิจโทรคมนาคมนี้มีส่วนทางใดทางหนึ่งกับการเมือง โดยเฉพาะสมัย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ก็ชัดเจนเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เริ่มต้น คนที่เอาการเมืองมายุ่ง คือ อดีตนายกฯ แล้ววันนี้ บริษัทเอกชน 3 ราย และรัฐวิสาหกิจอย่าง ทีโอที กับ กสท แย่งกันเป็นที่หนึ่งในการทำธุระกิจ 3จี แยกกันมีผลประโยชน์ทางธุรกิจ เอกชนก็ทนไม่ได้ ก็เลยต้องยืมมือทางการเมืองให้ตัวเองได้เปรียบ หรือสร้างความสูญเสียให้กับคู่ต่อสู้ แต่ผมพูดในสภาว่า ผมไม่ย่อมเป็นเบี้ยให้ใครเดิน อย่าให้ใครมาเป็นเบี้ย แต่ผลประโยชน์ของประชาชนมาก่อน ผลประโยชน์ของรัฐมาก่อนเอกชน 3 ราย ไม่มีใครแฮปปี้กับผมสักคน ถ้าผมเข้าข้างคนใดคนหนึ่ง เขาต้องแฮปปี้กับผมใช่มั้ย เพราะผมไม่ยอมในสิ่งที่เขาต้องการให้ผมเดิน

It Digest : ดูมั่นคงในจุดยืนตรงนี้
จุติ : ผมมั่นคงในแบบของผม จุดยืนของคุณไม่ตรงกับจุดยืนของผมไม่เป็นไร แต่ผมไม่ขยับจุดยืนของผมไปยืนกับคุณ ถ้าผมทำอะไรไป ผมต้องถามประชาชนได้ว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร ประเทศได้ประโยชน์อะไร องค์กรได้ประโยชน์อะไร สุดท้ายคนอืนจะได้ประโยชน์ผมก็ไม่ว่า สุดท้ายจะเป็นแบบนั้นทั้งหมดแต่ของประชาชนของประเทศ ขององค์กรต้องมาก่อนในฐานะที่เรากินเงินเดือนเขา ถ้าผมเป็นผู้บริหารเอกชน ผมก็ต้องทำตรงกันข้าม ผมต้องเอาผลประโยชน์ของประชาชนมาก่อน

It Digest : อยากฝากอะไรถึงหน่วยงานในสังกัดบ้าง
จุติ : คงไม่ฝากทางสื่อมวลชนหรอกครับ กลัวจะรู้ตัวก่อน จะไปพบด้วยตัวเองเลยทั้งหมด จะไปบอกว่า ต้องเตรียมตัวทำอะไรบ้าง ผมจะกลับมา หรือไม่กลับมา ผมไม่รู้ แต่ถ้าผมกลับมาผมจะทำเรื่องนี้เพราะเป็นประโยชน์ทางการสื่อสารและภาคการผลิต

It Digest : ฝากอะไรถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง
จุติ : อยากฝาก ยึดหลักกาลามสูตร อย่าเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น จงเชื่อในเหตุและผล เสียใจมากในเรื่อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ นี้ทำมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ เรื่อง ของการขโมยอัตลักษณ์ การแฮกข้อมูลแบงก์ที่คนทั้งหลายมีปัญหากันมาก และก็เน้นผู้ประกอบการเกรดเอต้องรับผิดชอบ ป้องกันสังคม คนที่รู้เทคโนโลยีและเทคโนโลยีแฮกข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ของคนไข้ ของความมั่นคง และทั้งประเทศมีหน้าที่ดูแลความเห็นทางการเมือง เรื่องที่หมิ่นฯ นี้ คือเข้าไปดูว่าพวกที่ทำหน้าที่นี้ได้ผลกำไรก็มีหน้าที่ดูแลเว็บตัวเอง ตามกติกา ผมก็ไม่ต้องเข้าไปแทรกแซง ผมจะทำให้มันไม่เกิดการแทรกแซง แต่คุณกลับว่าผมเข้าไปแทรกแซง แล้วก็ไม่มีกฎหมายไหนที่ร่างฯ ไปครั้งแรกแล้วกลับมาเหมือนเดิม กฤษฎีกาต้องไปรับฟังความเห็นอีก สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาก็ต้องไปรับฟังความคิดเห็นอีกตั้ง 4 ชั้น กว่าจะออกมาเป็นกฎหมาย กังวลกับตัวเองวิตกกันไปล่วงหน้า มีแต่เขาเล่าว่าแต่ไม่เคยอ่านพ.ร.บ.คอมฯ จริงๆ สักคน

ทีมข่าวไอทีออนไลน์

 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจสนใจข่าวนี้