ข่าว
100 year

บางจาก โยนบอร์ดตัดสินใจ ตรึงดีเซลต่อถึงก.ย.หรือปล่อยลอยตัว

25 เม.ย. 2554 15:00 น.
SHARE

บางจาก-ไทยออยล์ เห็นตรงกันราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยทั้งปีไม่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ฯ ด้านบางจากฯ ยอมรับอาจจะตรึงดีเซลถึงก.ย.ไม่ไหวเสนอบอร์ดตัดสินใจ ในขณะที่เงินกองทุนน้ำมันฯ  มีแนวโน้มหมดน่าตัก  แม้ไม่ตรึงดีเซลเดือนกรกฎาคมนี้ พิษตรึงแอลพีจี-เอ็นจีวี

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ให้ตัดสินใจดำเนินการเกี่ยวกับการตรึงราคาดีเซล 30 บาทต่อลิตร  หลังพ้นสิ้นเดือนเมษายน หลังรัฐบาลกำหนดนโยบายต้องการตรึงราคานี้ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน โดยที่ผ่านบางจากฯ ได้ร่วมกับภาครัฐยืนยัน จะดูแลดีเซล 30 บาท ไปจนถึงสิ้นเดือน เมษายนนี้ ซึ่งค่าการตลาดเฉลี่ยที่ได้รับในช่วงตรึงราคาตั้งแต่เดือนธันวาคม  2553 จนถึงขณะนี้ได้รับเพียง ประมาณ 1 บาทต่อลิตร ทั้งที่อัตราที่เหมาะสมไม่ควรต่ำกว่า 1.50 บาทต่อลิตร  ทำให้รับภาระไปแล้ว 300-400 ล้านบาท ดังนั้น  หากจะดูแลต่อก็คงจะกระทบต่อผลประกอบการไปเรื่อย ๆ โดยบางจากฯ เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกด้าน ซึ่งหากขาดทุนก็จะกระทบหนักต่อผู้ถือหุ้น ดังนั้น จึงต้องเสนอให้บอร์ดบางจากฯ ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร 



“เดิมรัฐบาลกำหนดนโยบายดูแลดีเซล 30 บาทถึงสิ้นเดือนนี้ บางจากฯ ก็รับปากจะทำให้ช่วยลดภาระประชาชน แต่เมื่อจะตรึงยาวไปจนถึงเดือนกันยายน ในส่วนตัวก็เห็นว่าบางจากฯคงรับภาระไม่ไหว โดยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบทั้งปีน่าจะยืนไม่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล” นายอนุสรณ์ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลกำหนดนโยบายดูแลดีเซล 30 บาทไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน โดยล่าสุด ได้ใช้นโยบายลดภาษีน้ำมันดีเซล 5.83  บาทต่อลิตร ในขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลดการอุดหนุนดีเซลในอัตราเท่ากัน จนเหลืออัตราการอุดหนุนเพียง 16 สตางค์ต่อลิตร

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ค่าการตลาดดีเซลวันนี้ยังอยู่ในอัตราประมาณ 1 บาท หากไม่นำเงินกองทุนน้ำมัน มาอุดหนุนเพิ่มเติม อาจจะทำให้ราคาดีเซลของเอกชนปรับเพิ่มมากกว่า 30 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินคาดว่าสัปดาห์นี้คงไม่ปรับราคาเพราะยังไม่มีปัจจัยอะไร ใหม่ ๆ ที่จะกระทบต่อราคาให้สูงขึ้นหลังจากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับขึ้นมาสูงมาก ซึ่งในขณะนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันไตรมาส 3 น่าจะลดลงเพราะจากที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นไปสูงก็มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งอาจจะมีโอกาสเห็นเบรนท์ที่ 109 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากที่ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 123 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ด้าน นายพงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์ ผู้จัดการวางแผนพาณิชย์องค์กร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยออยล์ได้ปรับประมาณการเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบใหม่ จากช่วงปลายปีที่แล้วคาดจะเฉลี่ยที่ประมาณ 83-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก็ได้ปรับมาเป็นประมาณ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และทิศทางแล้วคาดว่าราคาน้ำมันดิบคงจะไม่สูงไปจากปัจจุบัน ยกเว้นว่าปัญหาความไม่สงบจะเกิดขึ้นในซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันที่สูงเช่นนี้ ในขณะที่รัฐบาลตรึงดีเซล/แอลพีจี/เอ็นจีวี จะทำให้คนหันไปใช้เชื้อเพลิงเหล่านี้มากขึ้น ต้องนำเข้าแอลพีจีสูงขึ้น และจะส่งผลให้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหมดเร็วขึ้นด้วย จากที่ขณะนี้ไหลออกวันละ 60-70 ล้านบาท จากเม็ดเงินที่มีไม่ถึง 4,000 ล้านบาท ก็คาดว่าจะหมดลงในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งคงเป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องหารือเพื่อแก้ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้