ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รัฐตรึงดีเซลต่อ ลดภาษีน้ำมัน ลิตรละ5.70บาท

    18 เม.ย. 2554 17:21 น.
    SHARE

    "มาร์ค" หารือ คลัง-พลังงาน ใช้วิธีลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันและภาษีมูลค่าเพิ่มรวม 5.70 บาท เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อ ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท  อ้างไม่ให้กระทบสินค้าตัวอื่น ด้านคลังระบุรัฐจะเสียรายได้ 4.5 หมื่นล้านบาท แต่ไม่กระทบฐานะคลัง..

    เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ถึงแนวทางการดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ก่อนให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า กระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังได้เห็นชอบร่วมกันที่จะใช้เงินจากภาษีสรรพสามิต เข้ามาดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท โดยเรียกเก็บภาษีเพียงลิตรละ 0.005 บาท จากปัจจุบันที่เรียกเก็บลิตรละ 5.30 บาท เมื่อรวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มอีกลิตรละ 40 สตางค์ รวมเป็นลิตรละ 5.70 บาท แทนการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ขณะนี้เหลือเงินสดเพียง 4 พันล้านบาท ซึ่งจะสามารถดูแลราคาน้ำมันดีเซลได้ไปจนถึงสิ้นเดือน เม.ย.นี้เท่านั้น โดยขณะนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ที่ 115 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล หากไม่ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันและเงินกองทุนน้ำมันฯ ไม่มีชดเชย จะทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 36 บาท  ซึ่งทั้งหมดจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันพุธที่ 20 เม.ย.นี้

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กองทุนน้ำมันฯจะชดเชยราคาน้ำมันดีเซลให้ลิตรละ 6.40 บาท แต่เชื่อว่าราคาน้ำมันคงไม่ได้คงอยู่ในราคาเช่นนี้ตลอดไป ขณะเดียวกันสงครามในตะวันออกกลางก็ไม่ได้มีอยู่ตลอดไปเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทบทวนมาตรการเพื่อยันให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาทให้ได้ เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เดินหน้าได้ต่อไป  เพราะหากปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลสูงกว่านี้จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น จนทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะเดียวกันวิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤตินิวเคลียร์ในญี่ปุ่น รวมถึงปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น อาจทำให้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็ว จนสุดท้ายอาจซ้ำเติมกับเศรษฐกิจทั้ง 2 ด้าน คือ ทั้งปัญหาเงินเฟ้อและเงินฝืด ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์กับใครเลย

    "ยืนยันว่าการใช้มาตรการภาษีเข้ามาดูแลราคาน้ำมันดีเซลครั้งนี้ จะไม่มีผลต่อฐานะการเงินการคลังและไม่ได้ส่งผลต่อการจัดทำนโยบายของรัฐบาลด้วย รวมถึงประชาชน เพราะยังเติมน้ำมันดีเซลเท่าเดิม เพราะหากปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าลิตรละ 30 บาท เชื่อว่าผู้ประกอบการทั้งการขนส่งและสินค้าจะเข้ามาขอปรับราคาสินค้าและบริการขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

    นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ต้องการสร้างภาระให้กับรัฐบาลที่จะเข้ามาใหม่ในการบริหาร เศรษฐกิจเหมือนกับที่ผ่านมา ที่สร้างภาระให้กองทุนฯจนติดลบเป็นแสนล้านบาทจาก การกู้เงินมาดูแลราคาน้ำมัน แต่รัฐบาลชุดนี้จะบริหารด้วยความรับผิดชอบ ส่วนจากนี้ไปเมื่อราคาน้ำมันลดลงแล้วก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาที่จะเป็นผู้ตัดสินใจต่อไป

    ด้าน นายกรณ์ กล่าวว่า การตัดสินใจยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลสูญเสียราย ได้จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 54 (ก.ย.54) ประมาณ 45,000 ล้านบาท โดยเป็นผลกระทบต่อภาษีสรรพสามิต 42,480 ล้านบาท และภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 1,900 ล้านบาท แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อฐานะการคลังใด ๆ และเชื่อว่าจะทำให้การขาดดุลงบประมาณในปี 54 ต่ำกว่าที่เคยประมาณการไว้ที่ 420,000 ล้านบาทด้วย

    ขณะที่ นพ.วรรณรัตน์ กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (19 เม.ย.) จะเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อปรับลดการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลลงลิตรละ 40 สต. เหลือเพียงลิตรละ 6 บาท เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลา 16:13 น.