ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    'บ้านปู' มั่นใจยอดขายถ่านหินพุ่งหลังภัยพิบัติยุ่น

    ไทยรัฐออนไลน์28 มี.ค. 2554 17:30 น.
    SHARE

    ปธ.จนท.บริหารบ้านปู ย้ำภัยพิบัติในญี่ปุ่นทำให้ความต้องการถ่านหินเพิ่มเพราะเป็นตัวเลือกหลักด้านพลังงาน เผยมีแผนรับมือความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขึ้น น้ำมันผันผวน และการขยายตัวศก.โลก

    เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (BANPU) เปิดเผยว่า ผลจากการเหตุภัยพิบัติในญี่ปุ่นนั้น ทำให้ความต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เพราะทางเลือกด้านพลังงานมีไม่มาก จำกัดอยู่เพียงถ่านหินและก๊าซเท่านั้น ส่วนจะมีผลต่อราคาถ่านหินให้ปรับตัวขึ้นหรือไม่นั้นต้องใช้เวลาอีกระยะ โดยขณะนี้ราคาอยู่ที่ระดับ 123-124 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน

    ด้านผลกระทบกับบริษัทกรณีมีลูกค้า 2 รายอยู่ที่เชนได ญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในเขตภัยพิบัติรุนแรงโดยหนึ่งในนั้นคือ บริษัทโตเกียว อิเล็กทริกพาวเวอร์ (เทปโก) นั้น บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพียงแต่อาจทำให้ส่งมอบสินค้าถ่านหินให้ลูกค้าต้องล่าช้าหรือชะลอลง เนื่องจากท่าเรือที่ใช้ในการส่งถ่านหินได้รับความเสียหาย แต่ในแง่ของปริมาณการส่งหรือยอดขายไม่ได้รับผลกระทบ โดยขณะนี้บริษัทรอคำสั่งจากลูกค้าว่าจะให้บริษัทไปส่งสินถ่านหินที่ท่าเรือไหนแทนเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทมีลูกค้าที่ใช้ถ่านหินเพื่อไปผลิตโรงไฟฟ้าที่เซนได 2 แห่ง มีปริมาณการสั่งซื้อที่ 1 ล้านตันต่อปี

    “ในแง่โรงไฟฟ้าของลูกค้าไม่ได้รับความเสียหาย แต่ที่มีปัญหาคือท่าเรือในการส่งมอบสินค้าเพราะท่าเรือพัง ซึ่งเรือ 1-2 ลำที่มาส่งก่อนหน้านี้ก็ไปขึ้นที่เรืออื่นแล้ว ส่วนยอดที่เหลือของทั้งปี ขณะนี้รอเพียงคำสั่งจากลูกค้าว่าจะไปให้ส่งท่าเรือที่ไหนแทน ซึ่งทำให้ปริมาณการสั่งซื้อถ่านหินจากโรงไฟฟ้าในเซนไดไม่ได้ลดลง” นายชนินท์ กล่าว

    นายชนินท์ ยังเปิดเผยถึงแผนการลงทุนในอนาคตว่า ปัจจุบันบริษัทมีเพดานการลงทุนเพื่อซื้อกิจการในต่างประเทศได้อีกไม่มาก เนื่องจากบริษัทไม่ต้องการมีหนี้สูงขึ้น เพราะบริษัทต้องการมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ให้เกิน 1.1 เท่า แต่ขณะนี้ D/E ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1 เท่าแล้ว หากมีการกู้เงินเพื่อนำมาลงทุนซื้อกิจการเพิ่มอาจทำให้บริษัทมีความเสี่ยงด้านหนี้เพิ่มขึ้น ล่าสุดบริษัทได้ใช้เงินในการซื้อเหมืองถ่านหินที่มองโกเลีย 45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า จะเริ่มประกอบการได้ ส่วนการขายเหมืองถ่านหินต้าหนิงในประเทศจีน มูลค่า 669 ล้านเหรียญสหรัฐออกไปนั้น จะไม่ได้กระทบต่อยอดขายของบริษัท ที่ปีนี้ยังคงเป้าหมายยอดขายถ่านหินไว้ที่ 44-45 ล้านตันต่อปี แต่ปีหน้าคงต้องมีการพิจารณาอีกครั้งว่า แหล่งถ่านหินที่ออสเตรเลียและอินโดนีเซียจะมีกำลังการผลิตที่สามารถชดเชยกำลังการผลิตที่หายไปได้หรือไม่

    ทั้งนี้ 3 ปัจจัยหรือความเสี่ยงที่ท้าทายต่อการบริหารจัดการของบริษัท คือ ดอกเบี้ย ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันที่ผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังเกิดปัญหาการเมืองในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง นอกจากนี้คือการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังญี่ปุ่นประสบปัญหาภัยพิบัติและเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกาและยุโรปจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน แต่ทางบริษัทได้มีแผนเพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงทั้ง 3 ด้านไว้ เช่นมี การจัดทำแผนธุรกิจ ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ตามสมมุติฐานความเสี่ยงตั้งแต่ระดับสูง กลาง ต่ำ ส่วนความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันก็ได้มีการทำป้องกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยน (เฮดจ์จิ้ง) ไว้ ส่วนทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นนั้น บริษัทได้ออกหุ้นกู้วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อชำระหนี้เดิม เพื่อยืดระยะเวลาการชำระหนี้ และกระจายโครงสร้างหนี้ให้มีดอกเบี้ยคงที่ ขณะที่ปัจจัยการเมืองมีผลต่อบริษัทน้อยมาก.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563 เวลา 09:29 น.