ข่าว
100 year

กรณ์แย้มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ25%กลางปี55

ไทยรัฐออนไลน์28 มี.ค. 2554 15:09 น.
SHARE

รมว.คลังเผย 4 นโยบายระยะยาว เรียกความเชื่อมั่นต่างชาติ ย้ำปัญหาเงินเฟ้อไม่น่าห่วง ระบุ ธปท. มีมาตรการดูแลอยู่แล้ว แย้มขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 25% กลางปีหน้า ...

เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ได้ให้ข้อมูลกับผู้จัดการกองทุนต่างชาติในงานสัมมนา ไทยแลนด์โฟกัส โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายระยะยาวใน 4 เรื่อง ได้แก่ การพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การพัฒนาระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการขนส่งในระบบราง และระบบน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งมีแผนแม่บทในการลงทุนมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท รวมทั้งการเปิดตลาดสินค้าไทยให้เข้าถึงตลาดโลก และเปิดโอกาสให้นานาประเทศเข้าถึงตลาดไทยมากขึ้น และการพัฒนาระบบการแข่งขันในทุกภาคอุตสาหกรรม ให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยยอมรับว่า ปัจจุบันไทยยังมีระเบียบขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการเปิดเสรี ดังนั้น ยุทธศาสตร์ต่างๆ ของรัฐบาลจะมุ่งตอบสนองต่อทั้ง 4 ด้านดังกล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้มีการซักถามเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย โดยมีประเด็นปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งตนได้ชี้แจงว่า ไม่น่าเป็นห่วง เพราะทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการในการกำกับดูแลอยู่แล้ว แต่ในส่วนของภาครัฐจะช่วย ในการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนแทน โดยมีทั้งการประกันรายได้และราคาสินค้าภาคการเกษตร และการขึ้นค่าจ้างแรงงานขึ้นต่ำอีก 25% ในกลางปีหน้า  นอกจากนี้ ยังจะมีการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับผู้ประกอบการ เพื่อลดผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานด้วย แต่ในส่วนของภาษีต้องพิจารณาให้รอบครอบ และไม่ให้กระทบกับรายได้ของรัฐบาลระยะยาว เพราะปัจจุบันภาษีนิติบุคคลที่รัฐเก็บในอัตรา 30% นั้น เมื่อรวมกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ผู้ประกอบได้รับแล้ว ภาครัฐได้รับภาษีเข้ามาเป็นรายได้เพียง 18-19% แต่ก็มีบางกลุ่มได้รับสิทธิประโยชน์และบางกลุ่มที่ไม่ได้รับ

นอกจากนี้ ยังมีการสอบถามถึงการบริหารกองทุนน้ำมัน ซึ่งได้ชี้แจงว่าตามหลักการแล้วไม่ได้เป็นการทำให้ราคาน้ำมันถูกลง และไม่ได้เป็นการนำเงินภาษีมาใช้ แต่เป็นการช่วยลดโอกาสการปรับเพิ่มขึ้นค่าขนส่ง เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากเงินกองทุนน้ำมันลดลงจนติดลบ รัฐบาลก็คงไม่นำเงินมาอุดหนุนราคาน้ำมันได้ตลอดไป แต่หากยังมีกำไรหรือรายได้เข้ามา ก็จะดูความเหมาะสมในการบริหารกองทุนน้ำมันมากกว่า.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้