ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไทยไม่ระงับนำเข้าอาหารยุ่น เกษตรฯมึนไม่มีเครื่องมือตรวจสารกัมมันตรังสี

    ไทยรัฐออนไลน์18 มี.ค. 2554 06:15 น.
    SHARE

    นายอภิชาต จงสกุล

    คนไทยกังวลอาหารปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากญี่ปุ่น แต่หน่วยงานรัฐยังละล้าละลัง โยนให้ อย.ดูแลเพียงหน่วยงานเดียว ร้องตรวจเข้มสัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง หอย รวมทั้งเนื้อวัวโกเบ ที่มีการนำเข้ามากกว่าสินค้านำเข้าชนิดอื่นๆ...

    นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวยอมรับว่า กระทรวงเกษตรฯ ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนเข้ามากับอาหารและสินค้าเกษตร ที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ในเบื้องต้นนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี ว่าจะมีโอกาสปนเปื้อนเข้ามายังประเทศไทยผ่านช่องทางใดบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ หากเหตุการณ์ในญี่ปุ่นรุนแรงมากขึ้น

    "กระทรวงเกษตรฯไม่ได้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ในการเข้าตรวจสอบในเรื่องอาหารปนเปื้อน เนื่องจากเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่หากเป็นวัตถุทางการเกษตรเช่น พืช สัตว์ หรือสารเคมี ที่นำเข้ามาเพื่อทำการเกษตร มีกลไกในการรับมืออยู่แล้ว"

    นายอภิชาต กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ล่าสุด ขณะนี้ทูตเกษตรไทย ประจำประเทศญี่ปุ่นยังคงปฏิบัติงานได้ตามปกติ ไม่ได้มีการรายงานมาว่าจะต้องระมัด ระวังสินค้าส่งออกของญี่ปุ่นชนิดใดเป็นพิเศษ ดังนั้น มาตรการสั่งระงับนำเข้าสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น จึงยังไม่มีความจำเป็นและจะไม่มีการนำมาใช้

    นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การตรวจสอบสารกัมมันตรังสีในสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2552 โดยกรมวิชาการเกษตรเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานสนับสนุน เฉพาะการเก็บตัวอย่างผักสดและผลไม้สดเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์เท่านั้น นอกจากนี้ ก็ไม่มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับตรวจหาสารกัมมันตรังสีอีกด้วย

    นายปรีชา สมบูรณ์ประเสริฐ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า การตรวจสอบตัวอย่างสินค้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่นนั้น อย.สามารถดำเนินการได้เองโดยไม่เหลือ บ่ากว่าแรง เนื่องจากปริมาณสินค้าอาหารและเกษตรที่ไทยนำเข้าจากญี่ปุ่นมีน้อยมาก   โอกาสที่อาหารปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีจะเข้ามายังไทยมีน้อยมาก

    นางสมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงจะมีด่านตรวจสัตว์น้ำนำเข้า ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศอยู่แล้ว ผู้นำเข้าต้องมาขออนุญาตตามขั้นตอนปกติ หากสินค้าใดที่ทางการตรวจสอบพบว่ามีปัญหาก็จะต้องมีการระงับการนำเข้าอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องคุมเข้มในส่วนสินค้าที่มีปัญหาให้มากขึ้นเป็นพิเศษ

    นายอนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า พื้นที่ตั้งโรงนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นไม่มีเขตเกษตรกรรม โอกาสของการแพร่กระจายหรือปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีโอกาสมีน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบสินค้าที่อาจปนเปื้อนก็ยังคงต้องทำอย่างเข้มข้นและรวดเร็ว โดยเฉพาะสัตว์น้ำ เช่น ปลา กุ้ง หอย รวมทั้งเนื้อวัวโกเบ ที่มีการนำเข้ามากกว่าสินค้านำเข้าชนิดอื่นๆ

    นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากสารกัมมันตภาพรังสีแพร่กระจายจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ทำให้ หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยต้องตรวจสารกัมมันตภาพรังสีในสินค้านำเข้าเข้มงวดมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะสินค้าประเภทอาหาร แต่ต้องรวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะได้รับความเสี่ยงของการแพร่กระจายจากกัมมันตภาพรังสีครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม คนไทยยังไม่ควรตื่นตระหนกเกินไปว่าสารกัมมันตภาพรังสีพัดเข้ามาในประเทศ เพราะประเทศไทยมีสถานีตรวจวัดระดับสารกัมมันตภาพรังสีทั่วประเทศตามจุดต่างๆ อยู่ 7 แห่ง มีการดูแลกันอย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังอย่างดีที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญในขณะนี้คือความปลอดภัยของประชาชนชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในพื้นที่การแพร่กระจายของสารกัมมันตภาพรังสี ที่ต้องอพยพออกมาก่อน รวมถึงการนำคนไทยในญี่ปุ่นที่ต้องการกลับประเทศกลับมาก่อน

    ด้านนายธีรศักดิ์ อุรุนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า จากความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหลายภาคส่วนได้ให้ความตระหนักในเรื่องนี้ สำหรับประเทศไทยเอง ภาครัฐได้มีมาตรการป้องกันอาหารที่ปนเปื้อนดังกล่าวตั้งแต่ที่สนามบิน และสินค้านำเข้าต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค

    นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย กล่าวว่า การนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบอาหาร  และเห็นด้วยที่รัฐบาลไทยจะตรวจเข้มสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่น จากนี้ ไปญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร จากปัจจุบันที่นำเข้าสัดส่วน 46% โดยญี่ปุ่นจะต้องจริงจังกับการเข้าไปลงทุนผลิตอาหารในประเทศต่าง  รวมถึงไทย  ซึ่งเรื่องนี้ไทยควรให้ความสำคัญและกำหนดแนวทางให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 20:40 น.