ข่าว
100 year

ธปท.จับตารุนแรงตอ.กลาง-หนี้ยุโรป ต้นเหตุทุนโลกผันผวน

ไทยรัฐออนไลน์10 มี.ค. 2554 18:30 น.
SHARE

แบงก์ชาติ ระบุ กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ยังไม่เห็นเงินไหลเข้าไทยเพิ่มขึ้น ขณะที่ให้จับตาผู้ประกอบการไทยปีนี้จะแห่ขนเงินไปลงทุนนอกทะลัก เห็นแบบคำขอเงินออกเป็นหางว่าว ทิศทางค่าเงินบาทอ่อนยวบ จากสารพัดปัจจัย

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน ของ ธปท.ขึ้น 0.25% เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ยังไม่มีผลกระทบต่อค่าเงินบาท และยังไม่เห็นเงินทุนต่างประเทศไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดได้รับรู้ก่อนหน้าแล้วว่า กนง.น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้มีการลงทุนเพิ่มหรือลดการลงทุนไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ขณะเดียวกัน แม้จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 2.5% อัตราดอกเบี้ยของไทยก็ไม่ได้สูงกว่าประเทศในเอเชีย และการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างประเทศในช่วงหลังๆ ไม่ได้มองผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหลักสำหรับแรงกดดันที่มีต่อค่า เงินบาทจากปัจจัยทั้งจากเงินทุนของคนไทย และเงินทุนต่างประเทศ ในปีนี้ ธปท.มองว่า มีแรงกดดันที่จะส่งให้ค่าเงินบาทแข็งค่าน้อยกว่าปี 2553 ที่ผ่านมา แต่อาจจะมีความผันผวนมากขึ้นตามปัจจัยที่เข้ามากระทบ

ทั้งนี้ การอ่อนค่าลงของเงินบาทตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้ทำให้ผู้ส่งออกเร่งขายเงินดอลลาร์ออกมาในตลาดล่วงหน้ามากขึ้น แต่ค่าเงินบาทได้ถูกปรับสมดุล ด้วยการซื้อทันทีที่มากขึ้นของผู้นำเข้า และการออกไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยที่เพิ่มขึ้นมาก โดยหากเทียบเม็ดเงินลงทุนเฉลี่ยเดือนต่อเดือนของปีนี้กับปี 2553 ที่ผ่านมา พบว่า เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 เท่าในปีนี้ ทำให้ค่าเงินบาทในขณะนี้เทียบกับต้นปียังอ่อนค่าลง

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. สายตลาดการเงิน กล่าวต่อว่า ตลอดทั้งปีนี้ เท่าที่เห็นแผนการลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทยที่ยื่นคำขอนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ จนถึงสิ้นปี 2554 ยังเห็นคำขอนำเงินออก ซึ่งเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก มีทั้งการขอลงทุนใหม่ และการขอลงทุนซึ่งเป็นแผนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนนี้จะช่วยลดแรงกดดันจากเงินทุนที่จะไหลเข้ามา และลดแรงกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ ขณะที่การเกินดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่เคยเกินดุลจำนวนมากในปีที่ผ่านมา และเป็นเม็ดเงินซึ่งกดดันให้ค่าบาทแข็งขึ้นมากที่สุด ในปีนี้ ธปท.คาดการณ์ว่าจะเกินดุลลดลง

“ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเอง ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ไม่ได้เห็นการนำเงินเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นในตลาดตราสารหนี้ เพียงแต่ต่ออายุพันธบัตรที่ถืออยู่เดิมต่อเนื่อง ส่วนการลงทุนในหุ้น 2 เดือนแรกเป็นเงินไหลออกสุทธิ นอกจากนั้น นักลงทุนต่างประเทศยังเริ่มทำประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทมากขึ้น โดยขณะนี้มีสัดส่วนสูงถึง 25% ของเงินที่ลงทุนในไทยทั้งหมด เนื่องจากมองทิศทางค่าเงินบาทว่าอาจจะไม่แข็งค่าต่อเนื่อง” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ ธปท.จับตาสำหรับการดูแลค่าเงินบาทในช่วงต่อไป เรื่องแรกคือ สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งยังมีความเปลี่ยนแปลงอาจจะรุนแรง และลุกลาม หรือปรับตัวดีขึ้นได้ทั้ง 2 ทางจึงต้องติดตาม เพราะสถานการณ์ไม่ดี เงินจะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง และประเทศเกิดใหม่ ขณะที่ปัญหาหนี้สินในประเทศยุโรป ที่เกิดขึ้นเป็นระยะๆ แก้ปัญหาได้ไม่จบก็มีผลต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายของโลกเช่นกัน ขณะที่การแก้ปัญหาเงินเฟ้อในประเทศพัฒนา และประเทศภูมิภาค เป็นอักปัจจัยที่จะมีผลต่ออัตราดอกเบี้ย และเงินทุนเคลื่อนย้ายในปีนี้

“ค่าเงินบาทในช่วง 2 เดือนแรกมีทั้งแข็งค่าขึ้น และอ่อนค่าลง แสดงให้เห็นการเคลื่อนย้ายของเงินทุน และปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา และการเคลื่อนไหว 2 ทางจะยังคงเป็นไปทั้งปีนี้ คาดเดาได้ยาก ทำให้ผู้ที่มีภาระเงินตราต่างประเทศควรให้ความสำคัญต่อการป้องกันความเสี่ยง มากขึ้น โดยเฉพาะผู้นำเข้าที่มีอัตราป้องกันความเสี่ยงในระดับที่ต่ำอยู่” นางผ่องเพ็ญ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้