ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ม.หอการค้าไทย หนุนรัฐอุ้มดีเซลต่อระยะสั้น

    ไทยรัฐออนไลน์10 มี.ค. 2554 15:50 น.
    SHARE

    ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.54 ลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน หลังราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ราคาสินค้าแพงหูฉี่ ทำประชาชนชะลอใช้จ่าย สวนกระแส ประกาศหนุนรัฐเดินหน้าอุ้มราคาดีเซลต่อระยะสั้น หวังหยุดเศรษฐกิจช็อก...

    เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.54 ที่สำรวจจากตัวอย่างประชาชน 2,235 คนทั่วประเทศว่า ดัชนีปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 72.2 ลดลงจาก 72.6 ในเดือน ม.ค. 54 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 72.6 ลดจาก 72.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 97.9 ลดจาก 99.2 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ก.พ.54 อยู่ที่ 80.9 ลดจาก 81.5 ในเดือน ม.ค.54 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 85.6 ลดจาก 86.9 ยกเว้นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 65.3 เพิ่มจาก 64.7

    สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลง มาจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่เพิ่มขึ้นตลอดเดือน ก.พ. ส่วนดีเซลยังตรึงไว้เท่าเดิม 29.99 บาท ประกอบกับผู้บริโภควิตกกังวลกับปัญหาค่าครองชีพ และราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้ ยังกังวลต่อปัญหาการเมือง และการชุมนุมประท้วงภายในประเทศ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความรุนแรงทางการเมืองในประเทศแถบแอฟริกา และตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

    ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ความเชื่อมั่นที่ลดลงในเดือนนี้ มาจากปัญหาค่าครองชีพ น้ำมันเชื้อเพลิง และราคาสินค้าแพงเป็นสำคัญ ส่งผลรุนแรงในเชิงจิตวิทยาและอาจบั่นทอนอำนาจซื้อ ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการหารายได้ในอนาคต แม้ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศยังจะขยายตัวได้ดีก็ตาม ส่วนทิศทางในระยะสั้นเชื่อว่า ประชาชนชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะการซื้อสินค้าคงทน ทั้งรถยนต์ บ้าน รวมถึงชะลอการท่องเที่ยว และชะลอลงทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) อย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน พ.ค.

    อย่างไรก็ตาม สนับสนุนให้รัฐบาลแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปในระยะสั้น เพื่อให้ประชาชนปรับตัว และไม่ให้เศรษฐกิจต้องหยุดการเติบโต โดยเม็ดเงินที่นำไปแทรกแซงกว่า 20,000 ล้านบาท จะช่วยลดความเสียหายของตัวเลขทางเศรษฐกิจได้ถึง 40,000-50,000 ล้านบาท อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจและรัฐเก็บภาษีอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น แต่หากรัฐไม่ทำ ปัญหาราคาน้ำมันแพงอาจทำให้จีดีพีปีนี้ลดลง 0.3-0.4%.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพฤหัสที่ 1 ตุลาคม 2563 เวลา 18:13 น.