ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    กทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์

    ไทยรัฐออนไลน์10 มี.ค. 2554 00:54 น.
    SHARE

    กรรมการ กทช.ไม่มั่นใจอำนาจ ยังไม่พิจารณาทรู-ฮัทช์ ต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมบอร์ด กสทช.ก่อน ขณะที่ ซีอีโอ กสท เดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญา...

    เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2554 นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการ กทช.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช.ลาออก 2 คน คือ นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ และ นายบัณฑูร สุภัควณิช ทำให้ขณะนี้การประชุมคณะกรรมการ กสทช.อาจมีปัญหาความไม่ชัดเจนในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ จึงอาจต้องรอความชัดเจนว่า กสทช.สามารถดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้ง คณะกรรมการ กสทช.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    นายพนา กล่าวถึงการพิจารณาการลงนามในสัญญาดำเนินธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น ภายหลังจากที่กลุ่มทรูเข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชินสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์นั้น ว่า ฝ่ายกฎหมายของกทช.ได้ดำเนินการสรุปผลสอบแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งหากมีการพิจารณาจะพิจารณาว่ามีส่วนที่กระทบต่อพระราชบัญญัติ กสทช. พ.ศ. 2553 และ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ว่าเข้าข่ายการดำเนินการเป็นสัญญาสัมปทานหรือไม่

    กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีหลายหน่วยงานได้ตรวจสอบสัญญาทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. รวมทั้งบริษัท กสท โทรคมนาคม ก็เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร หรือ ไอซีที ดังนั้นจึงอาจต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ก่อนที่จะมีมติใดๆ ออกมา อย่างไรก็ตาม กทช.ได้ส่งหนังสือตอบข้อสงสัยให้กับ สตง.เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กทช.กำลังประชุมเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เพื่อให้ทันตามที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดไว้ ภายใน 120 วันนับจากกฎหมายมีผลบังคับใช้

    ขณะนี้ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดในการออกใบอนุญาต ซึ่งจะเเล้วเสร็จในวันที่ 19 เมษายน 2554 รวมทั้งการเตรียมออกใบอนุญาตให้กับผู้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก หรือ เคเบิ้ลทีวี ให้กับผู้ประกอบการอีก 40-50 ราย หลังจากที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวีมาแล้ว 7 ราย และจะมีการหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองเพื่อผู้บริโภค ในการดูแลโฆษณาการขายสินค้าประเภทอาหารและยา ที่อวดอ้างสรรพคุณตามวิทยุชุมชนกับเคเบิลทีวี เพราะเป็นอันตรายต่อประชาชน

    ส่วน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กสท จะส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน ตามที่กำหนดไว้ในคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ข้อเรียกร้องที่ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญานั้น โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต้องชำระเพิ่มอีก 16,887 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 6,565 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย และดีพีซี 2,449 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยเช่นกัน ส่วนจะนำไปเป็นมาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาของดีแทคและทรูมูฟหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลการ เพราะกสท ได้ส่งเรื่องข้อพิพาทให้สถาบันอนุญาโตตุลการเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

    ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะอนุญาโตตุลาการ มีนายประจักษ์ พุทธิสมบัติ เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย นายพิชัย หลากสุขถม นายไพโรจน์ คงฤกธิ์ นายสมโชค มีไชยโย นายลิขิต ธีรเวคิน

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo