Thairath Logo
กีฬา

"ตู่" มีเสียว รังเพื่อชาติมีงูเห่า จี้ กกต.-กรธ.รับผิดชอบ ปท.ถึงทางตัน

Share :

"จตุพร" ประกาศยุติบทบาทผู้ช่วยหาเสียงเพื่อชาติ โยน กก.บห.-ฝ่าย ก.ม.เพื่อชาติ ชี้แจง กกต.ปม "ผู้กองปูเค็ม" ยื่นฟ้องยุบพรรค จี้ กกต.-กรธ.รับผิดชอบ หากประเทศถึงทางตัน รับมีเสียวเพื่อชาติมีงูเห่า

เมื่อวันที่ 30 มี.ค.62 ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล เวิลด์ ลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ แถลงข่าวท่าทีและสถานการณ์ทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ว่า ขอประกาศยุติบทบาทการเป็นผู้ช่วยหาเสียงของพรรคเพื่อชาติ และกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ ซึ่งตนได้แจ้งต่อหัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคให้รู้แล้ว ตั้งแต่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามภารกิจของตนที่ประกาศไว้ คือ การรวบรวมเสียงฝั่งประชาธิปไตยให้ไปเทรวมในวันเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อชาติแถลงจุดยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย จึงถือว่าภารกิจตนเสร็จสิ้น ดังนั้นต่อไปนี้ตนจึงเหลือสถานะเดียวคือประธานนปช.

นายจตุพร กล่าวต่อว่า การไปยื่นยุบพรรคเพื่อชาติของ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม ในประเด็นครอบงำพรรคเพื่อชาตินั้น ถือเป็นหน้าที่ของกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ และฝ่ายกฎหมายที่ต้องไปชี้แจงต่อ กกต. อย่างไรก็ตามผู้กองปูเค็มตนก็ไม่ทราบสถานะที่ชัดเจนว่า พ้นตำแหน่งราชการแล้วหรือยัง ขณะที่เจ้าตัวประกาศว่าพ้นแล้ว แต่ทางการข่าวยังมีข้อสงสัยกันอยู่ ผู้กองปูเค็มคงไม่ทราบว่าตำแหน่งผู้ช่วยหาเสียงของตนนั้น ได้รับรองจาก กกต.ดังนั้นการขึ้นเวทีปราศรัยจึงกระทำได้ ในลักษณะที่ต้องได้รับค่าจ้าง ซึ่งถ้าตนได้รับค่าจ้างดังกล่าวก็จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิคนปัญญาอ่อน ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของตน ดังนั้นประเด็นดังกล่าวจึงไม่ได้น่าวิตกแต่อย่างใด

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันนี้ ตนต้องการเห็นการแสดงความรับผิดชอบของ กกต. เพราะการเลือกตั้ง 2562 นี้ ทั้งจำนวนบัตรดีกับจำนวนคะแนนรวมของแต่ละพรรคนั้น มีความแตกต่างกันมากกว่า 2 ล้านคะแนน หรือแม้แต่จำนวนบัตรที่ใช้กับจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ก็ยังมีความต่างกันเกือบ 2 ล้านเช่นกัน ถึงแม้จะมีการนำคำว่าบัตรเขย่งมาใช้ ซึ่งเกิดมาตนก็เพิ่งเคยได้ยิน ทั้งที่ในทางปฏิบัติแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะเกิดการรับบัตรแล้วไม่ไปใช้สิทธิ แต่ กกต.อธิบายเพื่อที่จะให้รอดพ้นสิ้นข้อสงสัย แต่ยิ่งสร้างความสงสัยมากขึ้น เมื่อมีการสงสัยเรื่องคะแนนมาตั้งแต่ต้น และยังมีคะแนนที่งอกออกมาอีก ทำให้เกิดปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล อีกทั้งมีความห่วงใยว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 จะนำพาสู่วิกฤติ คือ พาการเมืองสู่ทางตัน เพราะทั้ง 2 ฝั่งทางการเมือง ไม่ว่าซีกใดได้เสียงข้างมากที่ไม่เด็ดขาด ก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ทั้งคู่ นอกจากนี้ กกต.ยังมีวิธีการนับคะแนนหลากหลายรูปแบบ ที่จะไปทอนคะแนนของพรรคใหญ่ แล้วกระจายปาร์ตี้ลิสต์ให้กับพรรคเล็กๆ เพื่อให้เกิดปรากฏการณ์ว่ารัฐบาลของคณะสืบทอดอำนาจ มีพรรคการเมืองเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเมืองจะเดินต่อไปได้ในตอนนี้ คือ การจะต้องไปปล้นสมาชิกพรรคอื่นที่เรียกว่า "กลุ่มงูเห่า" ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่ 2 พรรคที่กำลังถูกกวาดต้อน โดยการต่อรองผลประโยชน์

"ผมได้คุยกับฝั่งสืบทอดอำนาจเขาระบุว่า เสียงที่ต้องสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในสภาต้องได้ 270 ที่นั่ง ซึ่งถ้านับตอนนี้ไม่มีทางถึง ถึงแม้ว่าจะมีการแจกใบแดง เหลือง ส้ม ดำ ขาว ซึ่งเป็น 5 ใบ ที่มีอยู่ในการเลือกตั้งของไทย แต่ผลการเลือกตั้ง ก็จะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะถ้าแจกใบแดงให้เพื่อไทยก็ยังเหลืออนาคตใหม่ หรืออื่นๆ ในซีกประชาธิปไตย และถ้ามีเลือกตั้งซ่อมก็จะเกิดปรากฏการณ์รณรงค์หาเสียง เพื่อพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งครั้งนี้อาจจะเป็นพรรคร่วมฝั่งประชาธิปไตยกับฝั่งสืบทอดอำนาจ ยิ่งจะทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธามากที่สุด แล้วผมก็บอกไม่ได้ว่ามันจะนำไปสู่อะไร" นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ตอนนี้พรรคพลังประชารัฐ และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปรียบทางการเมืองทุกกระบวนการ แล้วเมื่อประชาชนตัดสินมาด้วยเสียงก้ำกึ่งแบบนี้ แล้วหาจำเป็นต้องไปซื้อ ส.ส.จากพรรคอื่นแล้วได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งวันเริ่มต้นของการเป็นนายกฯครั้งใหม่นี้ จะเป็นวันจบ วันสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อมีเสียงก้ำกึ่งหมากกระดานเดินต่อไปไม่ได้ เพราะเสียงข้างมากจะต้องเสียไป 3 ที่นั่ง คือประธานสภา และรองประธานสภา แล้วต้องเอาบุคคลภายนอกหรือการประชุมในสภา ถ้าจะต้องนับจำนวนสมาชิกก็อาจทำให้ประชุมล่ม ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ดังนั้นสมการทางการเมืองเมื่อตัวเลขก้ำกึ่งก็เป็นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเลือกการสร้างงูเห่าให้เกิดขึ้นก็จะนำไปสู่จุดจบ เพราะเป็นการสร้างวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง ดังนั้นคนแรกที่จะต้องรับผิดชอบในขณะนี้คือ กกต.เพราะวิญญูชนอย่างพวกท่านย่อมรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นมาแล้ว โดยที่ตนจะไม่เรียกร้องให้ลาออก ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อมา คือ คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะเขียนรัฐธรรมนูญให้ประเทศไทยเดินสู่ทางตัน

นายจตุพร กล่าวอีกว่า สำหรับประเด็นเรื่องงูเห่าที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงนี้ ตนเองก็ยังไม่รู้ว่าในส่วนของสมาชิกพรรคเพื่อชาตินั้น มีถูกดึงไปบ้างหรือไม่ เสียวอยู่เหมือนกัน

ด้าน นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ในฐานะว่าที่ ส.ส.พรรคเพื่อชาติ กล่าวปฏิเสธถึงการถูกทาบทาม และซื้อตัวเพื่อให้ไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ โดยยืนยันว่าไม่มีบุคคลใดของขั้วการเมืองอีกฝ่ายติดต่อเข้าหา และหากติดต่อมาจริงตนยืนยันว่าจะไม่ไปร่วมงาน เพราะตนมีอุดมการณ์ชัดเจนต่อการร่วมต่อสู้กับภาคประชาชน "ผมไม่ไปเป็นงูเห่าหรืออะไรทั้งนั้น ต่อให้เสนอเงิน 50 ล้านบาท ก็ไม่สนใจ และยืนยันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น"

อ่านเพิ่มเติม...
เลือกตั้ง62เพื่อชาติจตุพร พรหมพันธุ์งูเห่าเลือกตั้ง