ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    "จิรายุทธ" ยันสัญญา 3 จีแจงได้ทุกขั้นตอน ยกเครื่องเพื่อ "กสท" อยู่รอด

    ไทยรัฐออนไลน์4 มี.ค. 2554 06:00 น.
    SHARE

    เปิดใจ "จิรายุทธ" ยันสัญญาโทรศัพท์มือถือ 3 จี "กสท-ทรู" ทำเพื่อความอยู่รอดขององค์กร และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ยันทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มั่นใจ "จุติ" ชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น ย้ำเลือก "ทรู" เพราะซื้อฮัทช์สำเร็จ ...

    นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดำเนินการในธุรกิจโทรศัพท์มือถือ รูปแบบใหม่เพื่อบริการ 3 จี กับริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ เป็นการดำเนินการเพื่อความอยู่รอดของ กสท เพราะในอีก 3 ปีข้างหน้า กสท จะไม่มีรายได้จากสัมปทานโทรศัพท์มือถืออีกแล้ว "หมดยุคเสือ นอนกินแล้ว เพราะ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) กำหนดให้ กสท นำรายได้จากสัมปทานส่งเข้ารัฐทั้งหมด"

    ดังนั้น ถ้า กสทไม่เตรียมความพร้อม ไม่สร้างโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่บัดนี้ กสท ก็จะประสบปัญหาขาดทุนและเกิดวิกฤติการเงินแน่นอน จากปัจจุบันมีรายได้รวม 50,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากสัมปทาน 30,000 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการของ กสท 20,000 ล้านบาท ถ้าหักรายได้จากสัมปทานออกไป กสท จะขาดทุนทันที 2,000 ล้านบาท และจะขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก เพราะมีรายจ่ายเกินตัว

    สาเหตุที่เลือกกลุ่มทรูเป็นพันธมิตรด้วยการลงนามในสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ 7 ฉบับนั้น เป็นเพราะกลุ่มทรูได้เข้าซื้อกิจการและทรัพย์สินโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในส่วนกลาง 25 จังหวัด จากบริษัท ฮัทชิสัน จำกัด ฮ่องกง สำเร็จ และมีการเจรจาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ร่วมกัน โดยการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีจากระบบซีดีเอ็มเอ เป็นเอชเอสพีเอ (ระบบเทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพสูง) ทั้ง 3,000 สถานี และจะขยายเป็น 4,500 สถานี เพื่อให้บริการ 3 จี ครอบคลุมทั่วประเทศ ในอีก 3 ปีข้างหน้า

    "กสท ไม่สามารถควบคุมฮัทช์ได้ ว่าจะขายกิจการให้ใคร เพราะเป็นเรื่องที่เอกชนตกลงซื้อขายกันเอง ไม่ว่าเอไอเอส หรือดีแทค ถ้าซื้อฮัทช์ได้สำเร็จ กสท ก็ต้องทำธุรกิจกับรายนั้น"

    ส่วนกรณีที่ กสท ไม่นำคลื่นความถี่มาเปิดประมูลให้เอกชนรายอื่นๆมีส่วนร่วมด้วยนั้น ก็เนื่องจาก กสท มีสิทธิ์ใช้คลื่นความถี่ แต่ไม่มีสิทธิ์นำคลื่นความถี่ที่ได้รับจัดสรรมาเปิดประมูลได้ เพราะหน้าที่เปิดประมูลคลื่นความถี่เป็นของ กสทช. ซึ่งขณะนี้ กสทช.ยังไม่สามารถเปิดประมูลคลื่นความถี่ได้ เพราะศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

    ทั้งนี้ การทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่จะช่วยหยุดการขาดทุนและหยุดเลือดไหลทุกวัน จากการให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอในส่วนภูมิภาค 51 จังหวัด ที่ กสท เปิดบริการมา 3 ปีแล้ว มีลูกค้า 300,000 ราย แต่ขาดทุนทุกปี ปีละ 2,000 ล้านบาท และถ้าปล่อยให้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอนี้เดินหน้าต่อไปอีก 5 ปี หรือเปิดให้บริการไปจนกว่าสัญญาฮัทช์จะสิ้นสุดในปี 2558 กสท ก็จะขาดทุนสะสมมากกว่า 10,000 ล้านบาท

    สำหรับการดำเนินการธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นั้น กสทได้ศึกษาอย่างละเอียด  ทั้งในแง่มุมของกฎหมายและระเบียบต่างๆ  โดยใน ส่วนของกฎหมาย  ยืนยันได้ว่าไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้า ร่วมการงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) เพราะเป็นการดำเนินการตามระเบียบของพัสดุว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของ กสท เอง และดำเนินการตามประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ (กทช.) ว่าด้วยการขายส่งและขายปลีก (Wholesale-Reseller) ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตีความแล้วว่าการดำเนินการตามประกาศ กทช.ว่าด้วยการทำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกนั้น  ไม่เข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนฯปี 2535

    ฉะนั้น เมื่อมีระเบียบที่รองรับและถูกต้องอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีลักษณะคล้ายกับการเช่าโครงข่ายเคเบิ้ลใต้น้ำ เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) จึงไม่ต้องเข้าสู่ขั้นตอน พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ซึ่งจะทำให้มีความคล่องตัวใน การทำธุรกิจโทรศัพท์ มือถือที่มีการแข่งขันสูงสุด และมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

    ทั้งนี้ นอกจากจะหยุดการขาดทุนจากธุรกิจโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็มเอระบบเก่า ยังทำให้ กสท กลายเป็นผู้ให้บริการการให้เช่าเสาโทรคมนาคมและระบบส่งสัญญาณ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของกิจการโทรคมนาคม และเป็นผู้ให้บริการขายส่งโครงข่าย หรือ Wholesale รวมถึงเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วย โดย กสท จะมีรายได้จากการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่นี้ตลอดอายุสัญญา 14 ปี กับ 5 เดือน คิดเป็นมูลค่า 32,000 ล้านบาท

    "ถ้าจะถามว่าเหตุใด กสท ไม่ทำธุรกิจด้วยตัวเอง ก็ต้องยอมรับความจริงว่า กสท ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ด้วยตัวเอง ไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้ ทั้งคุณภาพโครงข่ายก็ไม่ครอบคลุม เครื่องโทรศัพท์ก็ตกรุ่น เพราะกว่าจะจัดซื้อได้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน แม้จะให้ บริการโทรศัพท์มือถือซีดีอีเอ็มมานานแล้ว แต่มีผู้ใช้บริการแค่ 300,000 ราย จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กสท ให้บริการโทรศัพท์มือถือด้วยตัวเองไม่ได้".

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo