Thairath Logo
กีฬา

ดารากับการเป็นนักการเมือง

โดย บุ๋ม ปนัดดา
26 มี.ค. 2562 12:01 น.
Share :

มีหลายคนถามบุ๋มว่า ทำไมไม่ลงสมัครเล่นการเมืองในการเลือกตั้งที่ผ่านมา? ซึ่งก็ต้องขอยอมรับว่ามีพรรคการเมืองหลายพรรคที่เข้ามาคุยและชักชวนให้ไปทำงานการเมือง แต่เหตุผลที่บุ๋มปฏิเสธ เป็นเพราะว่าบุ๋มยังสนุกกับการทำงานในวงการบันเทิง และยังไม่มั่นใจกับหนทางของการเมืองในประเทศไทยว่าจะออกมารูปแบบใด

การที่ศิลปินดารานักร้องสักคนหนึ่งจะตัดสินใจไปสู่เส้นทางการเมืองมันมาจากหลายเหตุผล ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ารู้สึกอิ่มตัวกับการทำงานในวงการบันเทิง หรือบางคนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองไปไม่ได้ไกลมากกว่านี้เลยมองว่าถ้าตัวเองไปในทางการเมืองอาจจะประสบความสำเร็จจากการต่อยอดในชื่อเสียงของตัวเองที่มีอยู่ดีกว่าไปลงการเมืองในวันที่ชื่อเสียงนั้นไม่มีเหลือเลย และบางคนไปเป็นนักการเมืองเพราะความชอบส่วนตัวที่มีมาตั้งแต่ต้นเพียงแต่ว่างานในวงการบันเทิงเป็นเพียงทางผ่านที่เข้ามาในชีวิตและบังเอิญทำได้ดี แต่เพียงแต่ว่าชีวิตยังมีความฝันและความต้องการที่มากกว่านั้น ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามีหลายคนในวงการบันเทิงที่มีความรู้มีการศึกษามีความคิดที่ดีที่สามารถเป็นนักการเมืองได้สบาย และหลายคนก็คิดว่าการเป็นศิลปินดาราเป็นคนมีชื่อเสียงมันจะเป็นตัวช่วยในการหาเสียงในการเป็นนักการเมืองได้ดีกว่าคนที่ไม่มีชื่อเสียงคนอื่นทั่วไป แต่จากสิ่งที่เราเห็นจากการเลือกตั้งที่ผ่านมารวมทั้งชีวิตของคนมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงหลายคนที่เข้าไปสู่การเมือง เราจะเห็นได้ว่ามีหลายคนที่เป็นนักการเมืองแล้วก็ต้องเงียบไป และมีอีกหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในเส้นทางที่วางไว้ มันอาจจะเป็นเพราะว่าคนที่เลือกผู้แทนเข้าสู่สภาไม่ได้มองจากคนที่มีชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว แต่มองจากพรรคการเมืองและนโยบายที่ถูกใจมากกว่าตัวบุคคล และพูดตามความจริงแล้วการเป็นคนมีชื่อเสียงมักจะถูกทำให้เป็นประโยชน์กับนักการเมืองตัวจริงซะมากกว่า เช่น ไปยืนช่วยหาเสียง ไปยืนด้านหลังนักการเมืองเพื่อให้เขาดูโดดเด่นน่าสนใจมากขึ้น (ซึ่งในกรณีนี้เรียกว่าเป็นแนววอลเปเปอร์ คือได้แต่ยืนเป็นแบ็กกราวนด์อยู่ข้างหลังแต่ไม่ได้พูดอะไร) หลายคนอาจจะดูถูกจุดยืนของเค้าว่าเข้าไปแล้วไม่มีความสำคัญ ไม่ได้พูดอะไร แต่ถ้ามองกลับกันเค้าอาจจะได้การยอมรับ บางคนมีค่าตอบแทนที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าได้ค่าตัวเท่าไร (อันนี้กล้าพูดได้เต็มปากเพราะโดนเสนอมาเหมือนกัน) ณ จุดนี้ มันก็อาจจะดีกับบางคนที่งานในวงการบันเทิงเริ่มที่จะไม่มีแต่ไปมีชื่อเสียงในอีกช่องทางหนึ่งนั่นก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีได้

จากการที่เคยทำงานในแวดวงการเมืองมาในรัฐบาลสองยุค (สมัยท่านทักษิณกับท่านอภิสิทธิ์) ทำให้บุ๋มเห็นภาพอะไรบางอย่างว่าถ้าเราเป็นคนในวงการบันเทิงแล้วมาทำงานการเมือง เราเป็นที่รู้จักมากกว่าคนอื่นก็จริง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่น โดยเฉพาะนักการเมือง จะยอมรับตัวตนและการทำงานของเรา บางคนมีอคติด้วยซ้ำว่าพวกเราขายแต่หน้าตา ชื่อเสียง แต่ไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่อคติเหล่านี้ส่งผลให้ศิลปินที่ไปเป็นนักการเมืองไม่ได้ทำงานอย่างที่ตั้งใจไว้สักเท่าไร มันน่าสนใจสำหรับพวกเขาตอนหาเสียงเท่านั้น ทั้งที่ในใจเชื่อว่าศิลปินทุกคนที่ไปทำงานการเมืองก็อยากได้ทำงานอย่างที่ตั้งใจไว้ อย่างที่เคยสัญญาไว้กับชาวบ้าน แต่พอเข้าไปตรงนั้นจริงๆ แล้วกลับกลายเป็นว่างานต้องไปในตามรูปแบบของพรรคการเมืองที่ตัวเองสังกัด หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งหน้าที่ซึ่งตำแหน่งสำคัญมักจะถูกดูแลโดยนักการเมืองที่อยู่มานาน

ที่จริงในวงการบันเทิงก็มีดารานางงามหลายคนนะคะที่น่าจะวางแผนเผื่อไว้ในวันข้างหน้าในเส้นทางการเมือง หลายคนเรียนทางด้านรัฐศาสตร์การเมือง หลายคนจบปริญญาหลายใบ หลายคนทำงานด้านสังคม คนหนึ่งที่บุ๋มมองไว้คือ น้องแพนเค้ก น้องสามารถทำงานด้านการเมืองได้ดีมากแน่นอน ด้วยบุคลิกรูปร่างหน้าตาก็ไม่แพ้ใคร ความรู้ความสามารถก็กำลังจะได้ปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์ งานช่วยเหลือสังคมเธอก็ทำมาโดยตลอดแล้วก็เป็นภาพที่ชัดเจน น้องวางตัวดีไม่มีข่าวเสีย และรู้จักการวางตัว การเข้าหาผู้ใหญ่ และการตอบคำถามสื่อ น้องจะเป็นคนเดียวที่ตอบคำถามได้แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น และยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ เชื่อว่าถ้าน้องเข้าสู่วงการการเมืองน้องต้องทำได้ดีอย่างแน่นอน

แล้วคุณคิดว่าใครที่เหมาะสมจะไปทำงานการเมืองอีกบ้างไหมคะ?

อ่านเพิ่มเติม...
การเมืองดาราเล่นการเมืองนักแสดงสมัคร ส.ส.คนดังนั่งเขียนบุ๋ม ปนัดดา