Thairath Logo
กีฬา

"บิ๊กโจ๊ก" ปิดจ๊อบ 2 คดีในสนามบิน "ปลอมพาสฯ-แก๊งมองโกเลียล้วงประเป๋า"

Share :

"บิ๊กโจ๊ก - รองโต้ง" แถลงโชว์ผลงานจับ สาวไทยปลอมพาสปอร์ตหวังเดินทางกลับเนเธอร์แลนด์ หลังโดนตม.ดัตช์ ประทับตราห้ามเข้าประเทศ ส่วนอีกคดีได้ซิวแก๊งมองโกเลียล้วงกระเป๋าลักทรัพย์นักท่องเที่ยวทั้งสนามบิน แอร์พอร์ตลิ้ง...

เมื่อเวลา18.00 น.วันที่ 20 มี.ค.62 ที่ห้องศปก.กก.ทท.3 บก.ทท1 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 พร้อมตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2, ร่วมกันแถลงผลการจับกุม น.ส.ฌานัญญา แดงทอง อายุ 39 ปี ในข้อหา ปลอมและใช้หรือมีไว้ใช้ซึ่งหนังสือเดินทางของปลอม (หนังสือเดินทางประเทศไทย) ในการเดินทางระหว่างประเทศ

เนื่องมาจาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดสภากาแฟ เชิญเจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆร่วมตั้งวงสนทนา สร้างความสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลการกระทำความผิด และเมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 เวลาประมาณ 09.00น. เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายประสานงาน สถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส พบหญิง ไทย ชื่อ น.ส.ฌานัญญา แดงทอง ต้องสงสัยแสดงหนังสือเดินทางไทยปลอม เพื่อยื่นขอวีซ่าในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ได้ตรวจสอบหนังสือเดินทางของ น.ส. ฌานัญญา พบว่า แผ่นกระดาษด้านในหนังสือเดินทางหน้าที่ 17, 18, 19 และ 20 มีความผิดปกติจากหน้าอื่นๆ มีร่องรอย แก้ไข ตัดตอน ต่อเติม โดยใช้แผ่นกระดาษจากหนังสือเดินทางเล่มอื่นมาตัดต่อติดกับหนังสือเดินทางของตน โดยใช้วิธีการอุดรูหมายเลขหนังสือเดินทางเดิมให้ตรงกับหมายเลขหนังสือเดินทางของตนเอง


จากการสอบสวน น.ส. ฌานัญญา ให้การยอมรับว่า ตนเองเดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศเนเธอร์แลนด์ละอยู่เกินกำหนดอนุญาต โดยถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประเทศเนเธอร์แลนด์ประทับตราห้ามเข้าประเทศในหนังสือเดินทางไทยในหน้าที่ 18 และ 19 เนื่องจากเกรงว่าจะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์ได้อีก จึงว่าจ้างน.ส.น๊อต ให้ช่วยดำเนินการแก้ไขกระดาษหนังสือเดินทางของตนในหน้าที่ 18 และ 19 ซึ่งนางสาวน๊อตได้ไปว่าจ้างให้ ชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งติดต่อกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ชายคนดังกล่าวใช้ไลน์ชื่อว่า “ฟ้าใส”โดยโอนเงินค่าดำเนินการเป็นจำนวน 11,000 บาท ให้กับนางสาวน๊อตผ่านทาง Internet Banking

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตม.จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ขณะอีกเหตุการณ์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ,พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. ,นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ,ร่วมกันแถลงผลการจับกุม แก๊งมองโกเลียล้วงกระเป๋าลักทรัพย์นักท่องเที่ยว ประกอบด้วย นายคิชิคบาตา โบลด์ ( Mr.Khishigbata Bold ) อายุ 40 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 191/2562 ,นายเธอร์มังค์ บูเรนจาร์กัล ( Mr.Turmunkh Burengargal ) อายุ 41 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 193/2562 น.ส.อุลชิบายา บัทเทอร์เดเน่ ( Ms.Ulzibayar Baterdene ) อายุ 35 ปี สัญชาติมองโกเลีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 190/2562 ในความผิดฐาน ร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยานโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 200,000 บาท พร้อมของกลางเงินสกุลต่างชาติซึ่งประกอบด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวน 8,665 เหรียญสหรัฐ,เงินยูโรจำนวน 3,650 ยูโร, เงินเยนญี่ปุ่นจำนวน 90,000 เยน, เงินอาเจนตินา 1,355 เปโซ, เงินดองเวียดนาม 400,000 ดอง และเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย จำนวน 500 ดอลลาร์

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เวลาประมาณ 17.00 น.ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจาก MR.VOKER WILLI MAUSS อายุ 59 ปี สัญชาติเยอรมัน แจ้งว่า ตนเดินทางเข้ามา ด้วยเที่ยวบิน TG923 เส้นทาง Frankfurt-Bangkok มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 15.30 น.และได้แลกเงินที่เคาร์เตอร์แลกเงิน ที่บริเวณสายพานรับกระเป๋า ต่อมาได้เดินออกมาซื้อน้ำที่ร้านแฟมิลี่มาร์ทชั้น 2 ประตู 3 ผู้โดยสารขาเข้า และเดินลงไปต่อแถวขึ้นรถแท็กซี่ เมื่อกำลังจะขึ้นแท็กซี่ พบว่ากระเป๋าเงินของตนหายไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่า มีกลุ่มชายหญิงต้องสงสัยจำนวน 4 คน ได้เดินตามผู้เสียหายตั้งแต่บริเวณชั้น 1 ประตู 3 ไปจนถึงจุดเข้าคิวรถแท็กซี่ และผู้หญิงซึ่งเป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยได้ล้วงเอากระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปโดยภายในกระเป๋าดังกล่าวมีเงินจำนวน 300 ยูโร ,สำเนาหนังสือเดินทาง ,บัตรเครดิต จำนวน 1 ใบ จากนั้นกลุ่มผู้ต้องสงสัยจึงได้เดินลงไปที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งและได้ลงมือก่อเหตุล้วงกระเป๋านักเที่ยวชาวออสเตรเลียชื่อ MR.MICHAEL STUART WILLIANS ได้ทรัพย์สินเงินสดจำนวน 500 เหรียญออสเตรเลีย ,บัตรเครดิตการ์ด ก่อนขึ้นรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งไปลงที่สถานี พญาไท และต่อรถไฟฟ้า BTS 

จากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มต้องสงสัยชายหญิง 4 คน ดังกล่าว เป็นชาวมองโกเลีย โดยแผนประทุษกรรมของกลุ่มนี้ จะมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยทั้ง 4คน จะเดินตระเวนหาเหยื่อภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อพบผู้เสียหาย จะเดินตามประกบและเมื่อสบโอกาส ผู้ต้องหาผู้หญิง จะเป็นคนลงมือล้วงกระเป๋าเงินออกจากเสื้อคลุมของผู้เสียหายไป หลังจากได้ทรัพย์สินจากผู้เสียหายรายที่1มาแล้ว ก็ยังคงเดินตระเวนหาเหยื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเดินต่อลงมายังชั้นใต้ดิน พบเหยื่อกำลังต่อแถวซื้อตั๋วเดินทางแอร์พอร์ตลิ้ง ผู้ต้องหาที่ 2 จึงเดินประกบเข้าคิวต่อหลังเหยื่อเช่นเคย หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหานำบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปตระเวนรูดซื้อสินค้าแบรนด์เนมที่มีราคาแพง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของรถไฟฟ้า BTS ต่อ พบกลุ่มต้องสงสัยนั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีสยาม เพื่อเปลี่ยนขบวนรถนั่งย้อนกลับไปรถไฟฟ้าสถานีราชดำริ และเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้านั่งวกกลับมายังสถานีสยามอีกครั้ง

ทั้งนี้กลุ่มต้องหาทั้ง 4 คน ยังคงมีทีท่าเดินหาเหยื่อยังคงนั่งรถไฟฟ้า BTS วนเวียนหาเหยื่อเพื่อลักทรัพย์ต่อไปอีก จึงเชื่อได้ว่ารูปแบบแผนประทุษกรรมของกลุ่มต้องสงสัยนี้เป็นการร่วมกันกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน และก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วจะรีบเดินทางหลบหนีออกนอกราชอาณาจักรไทย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ กระทั่งวันที่ 18 มี.ค.2562 พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมจึงได้ร่วมกันจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

อ่านเพิ่มเติม...
บิ๊กโจ๊กแก๊งมองโกเลียล้วงกระเป๋าปลอมพาสปอร์ตสุวรรณภูมิข่าวทั่วไป