Thairath Logo
กีฬา

หญิงไทยดิ้นสู้ อดีตส.ส.ซ้อม! คดีฉาวในออสเตรีย ถูกยัดว่าเป็นสายลับ

Share :

หญิงไทยในออสเตรียถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ เตรียมยื่นหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบประวัติเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ถูกส่งมาสืบราชการลับ เจ้าตัวแฉถูกแฟนเก่าเป็นอดีต ส.ส.ออสเตรียทำร้ายจนสาหัส แต่คนร้ายลอยนวลไปแจ้งตำรวจคดีถูกเป่า ทั้งยังถูกป้ายสีว่าเป็นสปาย ด้านทนายความชื่อดังของยุโรปยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือรื้อฟื้นคดีแล้ว ขณะที่คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับความมั่นคงออสเตรียเตรียมเชิญเข้าไปให้รายละเอียด

กรณีสื่อมวลชนประเทศออสเตรีย ประกอบด้วยหนังสือพิมพ์ “สแตนดาร์ด” และสถานีโทรทัศน์ ORF ของประเทศออสเตรีย รายงานข่าวเรื่องหญิงไทยในออสเตรียที่มีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมเพื่อนไทยในออสเตรีย ถูกอดีตคู่รักชื่อ นายอันเดรียส เอฟ. คราลสบ๊วก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรออสเตรีย สังกัดพรรค OVP ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ แต่เมื่อแจ้งความแล้วคดีกลับไม่คืบหน้า กระทั่งทนายความชาวออสเตรียยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อรื้อฟื้นคดี ถึงทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งเป็นถึง ผู้อำนวยการสำนักงานปกป้องรัฐธรรมนูญและต่อต้านการก่อการร้ายออสเตรีย มาเป็นปรึกษาให้ผู้ที่ทำร้ายร่างกายหญิงไทย ทั้งมีการกล่าวหาว่าหญิงไทยรายนี้เป็นสายลับผ่านสื่อมวลชนออสเตรียด้วย

เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ผู้สื่อข่าว “ไทยรัฐ” ประจำออสเตรียเดินทางไปสัมภาษณ์หญิงรายนี้ ทราบชื่อ น.ส.โสภิดา ชาญวิชัย อายุ 52 ปี มีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมเพื่อนไทยในออสเตรีย น.ส.โสภิดา กล่าวว่า รู้จักและคบหากับนายอันเดรียสมาตั้งแต่ปี 56 กระทั่งมีปัญหาทะเลาะกันแล้วถูกนายอันเดรียส ทำร้ายร่างกายครั้งแรกเมื่อปี 59 ถึงขั้นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จากนั้นในเดือน ส.ค.61 ก็ถูกทำร้ายอีก จึงแจ้งความต่อตำรวจแล้วต่อสู้คดีกันเรื่อยมา นายอันเดรียสปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้าย ขณะที่ตนถูกกดดันจากเจ้าหน้าที่ออสเตรียสารพัดจนกระทั่งศาลสั่งปิดคดีไม่รับฟ้อง ด้วยเหตุผลว่าไม่หลักฐานพอ ตนจึงพยายามต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม เนื่องจากทราบว่ามีการกล่าวหาตนเป็นสายลับจากประเทศไทย ไปสืบความลับของประเทศออสเตรีย

น.ส.โสภิดาเปิดเผยอีกว่า หลังจากหมดหวังจากการต่อสู้บนกระบวนการยุติธรรมออสเตรียแล้ว ได้เข้าขอความช่วยเหลือจากนายโกล์ฟกัง บลาสคิตซ์ ทนายความชื่อดังของออสเตรียและยุโรป ที่รับเป็นทนายความให้ฟรี และพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนปฏิบัติไม่ถูกต้องในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ นายโกล์ฟกังจึงเตรียมยื่นต่อศาลเพื่อให้มีการพิจารณาคดีใหม่ พร้อมรวบรวมเอกสารไว้เตรียมเปิดเผยต่อศาลด้วย หลังจากสื่อมวลชนทราบข่าวจึงได้ติดตามสัมภาษณ์นายโกล์ฟกังทนายความจนเป็นข่าว

หญิงไทยที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ทำร้ายร่างกายกัน แต่มีความพยายามลากไปเป็นเรื่องการเมือง กล่าวหาว่าเป็นสายลับซึ่งฟังไม่ขึ้น ประเทศไทยกับออสเตรียมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาตลอด ข้อกล่าวหาเช่นนี้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ข้อเท็จจริงคือ ตนถูกทำร้ายถึงขั้นฟันหัก 3 ซี่ กรามหัก แก้วหูแตกและแขนทั้ง 2 ข้างเกือบหัก ตาเขียวช้ำ ใบหน้าบวมผิดรูป บอบช้ำถึงขั้นกินนอนไม่ได้อยู่หลายเดือน สุดท้ายผลกลับเป็นเช่นนี้ ในวันที่ 22 มี.ค. ตนจะทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวียนนา เพื่อขอให้ทางการไทยตรวจสอบว่าตนเป็นสายลับจากประเทศไทยจริงหรือไม่ แล้วแจ้งยืนยันให้ทางการออสเตรียทราบ นอกจากนี้ในวันที่ 21 มี.ค. คณะอนุกรรมการเกี่ยวกับความมั่นคงของออสเตรีย ได้เชิญตนไปให้รายละเอียด หลังจากนั้นจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนทราบ

สำหรับประวัติของนายอันเดรียส เอฟ. คราลสบ๊วก เป็นอดีต ส.ส.สังกัดพรรครัฐบาลของออสเตรีย เป็นคนมีชื่อเสียงในประเทศออสเตรีย หลังมีคดีความทำร้ายร่างกาย น.ส.โสภิดา จึงลาออกเมื่อวันที่ 7 พ.ย.61 ส่วน น.ส.โสภิดา ชาญวิชัย เป็นนักธุรกิจและสื่อมวลชนในออสเตรีย ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมเพื่อนไทยในประเทศออสเตรีย มีชื่อเสียงในแวดวงสตรีและสังคมของออสเตรีย จากการทำกิจกรรมช่วยเหลือสตรีและสังคมทั้งได้รับเลือกให้เป็นประธานจัดการประชุมสตรีในยุโรปที่ประเทศออสเตรียในปี 2563 ด้วย

อ่านเพิ่มเติม...
หญิงไทยในออสเตรียอดีต ส.ส.ออสเตรียทำร้ายร่างกายสายลับโสภิดา ชาญวิชัยข่าวหน้า1