Thairath Logo
กีฬา

ผู้หญิง - ดนตรี - กีตาร์ และแรงบันดาลใจ

โดย Advertorial
20 มี.ค. 2562 14:25 น.
Share :

จากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่หลงใหลในดนตรี และเสียงอันก้องกังวานของกีตาร์ พวกเธอทำมากกว่า แค่สัมผัส แต่เข้าไปเรียนรู้และใช้ชีวิตร่วมกับเครื่องดนตรีเล็กๆ ชิ้นนี้ จนความฝันค่อยๆ เติบโตขึ้น อาย - ธมลวรรณ ชูกลิ่น, ชมพู่ - พรทิพย์ ทาวัน, ดรัล – ดรัลพร กองสว่าง และเทย่า - ธีร์จุฑา วัฒนกุลพณิช จากเวที ‘ยามาฮ่า กีตาร์รีน่า 2019’ (YAMAHA GUITARINA 2019) ล้วนแล้วแต่ผ่านช่วงเวลาของการฝึกฝนจากจุดเล็กๆ เพื่อขยายฝันของตัวเองให้ใหญ่ขึ้น ทว่าไม่ใช่เพียงเพื่อชัยชนะบนเวทีการแข่งขัน แต่ทั้งหมดนั้นเพราะพวกเธอเข้าใจแล้วว่า หัวใจของการเป็น ‘นักบรรเลง’ คือการมอบความสุขให้แก่ผู้คนผ่านเสียงดนตรี

ความหลงใหลสู่เส้นทางฝัน

คนส่วนใหญ่มักเริ่มต้นความหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเมื่อวัยเด็ก แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถขับเคลื่อนตัวเองไปพร้อมกับความหลงใหลนั้นจนกลายเป็นฝันที่ค่อยๆ แจ่มชัดขึ้นได้ เพราะสิ่งที่ต้องมีมากกว่าแค่ความหลงใหล ก็คือความพยายามที่เปี่ยมล้นในการฝึกฝนตัวเอง รวมถึงก้าวข้ามผ่านความกลัวและอุปสรรคมากมาย ก่อนจะได้เป็นใครอีกคนบนเวที

“เริ่มต้นเล่นกีตาร์ครั้งแรกช่วงเรียนอยู่ ป.5 ค่ะ” อาย - ธมลวรรณ ผู้ชนะเลิศจากเวที ยามาฮ่า กีตาร์รีน่า 2019 เล่าถึงจุดเริ่มต้นของเธอกับเครื่องดนตรีชิ้นนี้ครั้งแรก “ตอนนั้นพ่อแม่อยากให้ไปเรียนพิเศษ เพราะไม่อยากให้เล่นคอมพ์อยู่แต่ในบ้าน แต่เราไม่อยากเรียนพิเศษพวกวิชาสามัญ ก็เลยต่อรองว่าถ้าจะให้เรียนพิเศษขอเรียนดนตรีได้ไหม สุดท้ายก็เลยได้เรียนกีตาร์กับยามาฮ่า สาขาชัยภูมิ
เริ่มกับกีตาร์คลาสสิกก่อนเลย เพราะคิดเอาเองว่าง่าย แล้วก็เรียนดนตรีมาเรื่อยๆ
พร้อมกับลองแข่งขันในเวทีประกวดของยามาฮ่ามาตลอด ฝึกฝนมาเรื่อยๆ ต่อให้ไปแข่งแล้วไม่ชนะก็ยังรู้สึกดีใจที่ได้ขึ้นเวที จนกระทั่งถึงชั้น ม.3 จะขึ้น ม.4 ก็เริ่มคิดว่า เราจะเรียนต่อด้านไหนดี เลยขอที่บ้านว่า ม.ปลาย ขอเรียนต่อที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เรียนวิชาเอกกีตาร์คลาสสิก จนจบ ม.6 ก็เรียนต่อมหาวิทยาลัยมหิดล จนตอนนี้ก็กำลังจะขึ้นปี 2” อายเล่าว่า เธอค้นพบความต้องการที่แท้จริงในชีวิต รวมถึงวาดหวังเอาไว้ว่าจะศึกษาต่อด้านนี้อย่างจริงจัง ในขณะที่การประกวดในเวทีต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตก็เป็นเสมือนการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกช่องทางที่ช่วยทำให้เห็นโลกในอีกหลายแง่มุม รวมถึงฝึกฝนความมั่นใจในการเป็นนักบรรเลงบนเวที ซึ่งอายบอกว่าทำให้เธอได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเองบนนั้น และแม้จะกล่าวอย่างถ่อมตัว แต่เธอก็คือคนคนเดียวกับที่เป็นแชมป์กีตาร์คลาสสิก รุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี จากงานใหญ่ Yamaha Thailand Music Festival 2017 แน่นอนว่าเธอยังฝึกฝนต่อไปเพื่อดนตรีที่เธอรัก ทั้งในฐานะสิ่งที่เป็นความสุข และเครื่องมือที่ค่อยๆ เปลี่ยนเธอให้เป็นคนใหม่ที่มีคุณค่าขึ้น

ชมพู่ – พรทิพย์ สาวน้อยวัยเพียง 15 ที่เดินตามแบบอย่างของพี่ชาย ก็เป็นอีกคนที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะดนตรีเช่นกัน เธอบอกว่าดนตรีเป็นสิ่งล้ำค่าอย่างหนึ่งในชีวิต จากวัยเพียง 9 ขวบที่จับกีตาร์ครั้งแรก เพราะไม่อยากเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนเดียวในครอบครัวที่เล่นกีตาร์ไม่ได้ กลายมาเป็นเด็กสาวมือกีตาร์ที่มีเสน่ห์อย่างมาก เธอเล่นดนตรีร่วมกับวง โดยมีกีตาร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเสมอมา ก่อนจะกระโดดขึ้นเวทีประกวดเดี่ยวกีตาร์ครั้งแรกครั้งนี้ จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1

“หนูเริ่มเล่นกีตาร์แบบจริงจังมากขึ้น ตอนเข้า ม.1 จริงจังแบบที่เริ่มมีวง สำหรับหนูกีตาร์ทำให้เรารู้เป้าหมายของตัวเอง รู้จักการบริหารจัดการชีวิต การเล่นดนตรีทำให้หนูรู้จักแบ่งเวลามากขึ้น สมัยเด็กจะเป็นพวกปล่อยปละละเลย ไม่ค่อยใส่ใจอะไร แต่พอมีสิ่งที่ชอบอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำ ก็เลยทำให้รู้จักที่จะใส่ใจชีวิตมากขึ้น ทุกวันนี้ตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าพอจบ ม.6 แล้วก็จะเรียนต่อทางด้านนี้อย่างจริงจังมากขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่เรารักและมีความสุขที่จะทำ” วันนี้นอกจากชมพู่จะลบคำสบประมาทของใครหลายคนที่มองว่ากีตาร์กับเด็กผู้หญิงว่าไปกันไม่ได้แล้ว เธอยังกลายเป็นอีกคนที่มอบความสุขผ่านเสียงดนตรีให้แก่ผู้คนได้มากมาย เรื่องนี้ยืนยันได้จากคลิปการเล่นดนตรีของเธอ ทว่าก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากการฝึกฝนอันยาวนาน

ส่งต่อแรงบันดาลใจและความสุข แก่ผู้คน

แม้เวทีการประกวดทางดนตรีจะเป็นเสมือนใบเบิกทางสู่โอกาสมากมายอีกหลายอย่างในชีวิต โดยเฉพาะโอกาสในการได้แสดงความสามารถทางดนตรีและเผยศักยภาพของการเป็นศิลปินในตัวเอง แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นและแฝงอยู่ในย่างก้าวเล็กๆ ของเด็กสาวทั้ง 4 คน ก็คือการที่โลกได้มองเห็น และจดจำภาพลักษณ์ใหม่ทางดนตรีกับผู้หญิง ผู้คนได้เข้าใจแล้วว่า ความสามารถและอัจฉริยภาพในหลายเรื่อง หรือแม้แต่ดนตรี ก็อยู่เหนือเพศและวัย

ดรัล – ดรัลพร ว่าที่วิศวกรหญิงและมือกีตาร์จากครอบครัวดนตรี ที่ฝึกฝนตัวเองอยู่กับเครื่องดนตรีชิ้นนี้มากกว่า 7 ปี รวมถึงผ่านเวทีต่างๆ มากมาย จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2
จาก ยามาฮ่า กีตาร์ รีน่า 2019 เป็นอีกคนที่เผยภาพใหม่ของผู้หญิงกับเครื่องดนตรีชิ้นนี้ได้อย่างชัดเจน จากสาวน้อยขี้อายเบื้องล่างสู่การเป็นนักดนตรีฝีมือฉกาจบนเวทีที่มีกีตาร์เป็นอาวุธ เธอคือคนคนเดียวกันที่ทำหน้าที่มอบความสุข ให้ผู้ฟังผู้ชมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“เริ่มฝึกเล่นกีตาร์จริงจังครั้งแรกตอนอายุ 15 พ่อเป็นสอนให้ พ่อกับพี่ชายเป็นนักดนตรี เราเองก็อยากเล่นดนตรี ก็ฝึกฝนตัวเองมาจนกระทั่งเล่นกีตาร์ไฟฟ้า แล้วก็ทำวง จริงๆ ดนตรีเปลี่ยนเราค่อนข้างมาก ชีวิตครอบครัวเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีก็เพราะมีดนตรี เราสามารถหารายได้ได้จากการเล่นดนตรี ส่วนเรื่องภายใน หนูมองว่าดนตรีก็เปลี่ยนเราได้มาก ทำให้เราไม่เป็นคนฟุ้งซ่าน ดนตรีเป็นเครื่องมือบำบัดความเครียดจากเรื่องเรียน เรื่องชีวิตที่ดีมาก การเล่นดนตรีทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น มีความอดทน และทำเรื่องอื่นในชีวิตได้ดี จริงๆ ผู้หญิงกับการเล่นดนตรีก็ไปกันได้ เมื่อก่อนคนอาจจะมองว่าไม่ค่อยเข้ากับผู้หญิง คงเพราะสรีระที่เล็กกว่าผู้ชาย แต่จริงๆ แล้วถ้าเราชอบ เราอยากเล่น มันไม่มีอะไรมาขวางเราได้เลย เพศไม่ใช่ข้อจำกัด ทุกอย่างอยู่ที่ใจล้วนๆ”

ความชื่นชอบและ ‘ใจ’ ก็ผลักดันสาวน้อยตัวเล็กๆ อีกคนหนึ่งให้มาโลดแล่นในเส้นทางดนตรีด้วย เทย่า - ธีร์จุฑา ข้ามผ่านขีดเส้นของเพศและวัย พาตัวเองเดินมาตามเส้นทางฝันและพิชิตหัวใจผู้คนในฐานะป็อปปูล่าโหวต ด้วยเพลงที่แต่งเองและฝีมือการบรรเลงเครื่องสายชิ้นนี้ที่หลายคนประทับใจ
“ตอนอายุ 4 ขวบ เริ่มเล่นอิเล็กโทนเครื่องเก่าที่บ้าน มีคุณป้าเป็นคนสอนให้ ก็เลยชอบเสียงเพลงมาตั้งแต่นั้น หลังจากนั้นก็เริ่มไปเรียนจริงจังขึ้นที่ยามาฮ่า เริ่มจากเปียโน จนตอน 10 ขวบก็ฝึกเล่นอูคูเลเล่ แล้วก็อยากลองอะไรที่ใหญ่ขึ้นเลยมาฝึกกีตาร์โปร่ง โคฟเวอร์เพลงต่างๆ พอมีวงเราก็จะเล่นกีตาร์ จริงๆ แล้วดนตรีมีส่วนดีกับชีวิตมาก การเล่นดนตรีทำให้เรากลายเป็นคนซึมซับรายละเอียดต่างๆ รอบตัวได้ดีขึ้น รับรู้อารมณ์คนได้ง่ายขึ้น เพลงกับเสียงดนตรียังทำให้เราเป็นคนอ่อนไหวอ่อนโยนมากขึ้น เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้นด้วย ส่วนตัววิธีการฟังเพลงของเทย่าจะมาจากอารมณ์เพลงและดนตรี เทย่าถึงชอบแต่งเพลง และถ้ามีโอกาสก็จะเอาเพลงแต่งเองมาใช้ตอนประกวด จริงๆ เวลาเล่นดนตรีบนเวทีเทย่าจะรู้สึกอินกับดนตรีมาก ครูเคยบอกว่า ถ้าเราอยากให้คนดูรู้สึกอิน
และมีคอนเนกชั่นกับเรา เราก็ต้องมีคอนเนกชั่นกับวงก่อน เราถึงจะส่งพลังไปถึงคนดูได้ คนดูก็จะมีความสุขกับเรา เพราะสุดท้ายการเล่นดนตรีก็คือการทำให้คนดูรู้สึกมีความสุขไปกับเรา”

แม้วันนี้พวกเธอจะได้สัมผัสเส้นทางฝันที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับที่มหาชนได้เห็นความสามารถทางดนตรีในมุมที่กว้างขึ้น แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงความท้าทายบทหนึ่งของชีวิตช่วงหนึ่ง เพราะความหมายที่แท้จริงอย่างหนึ่งของการเป็นนักดนตรีก็คือ การส่งต่อความสุขและแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คน ผ่านสิ่งที่เป็นความสุขที่สุดในชีวิตของตัวเอง สำหรับครั้งนี้พวกเธอมี ยามาฮ่า กีตาร์รีน่า 2019 เวทีที่ให้โอกาสผู้หญิงได้แสดงความสามารถทางดนตรีผ่านเครื่องสายอย่างกีตาร์ เป็นเวทีเผยความสามารถ ซึ่งแม้จะเป็นปีแรกที่จัดการประกวดที่พิเศษเช่นนี้ขึ้น แต่ก็นับว่าเป็นเวทีที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้หญิงนักดนตรีและมือกีตาร์ทั่วประเทศ ที่ส่งคลิปการบรรเลงเข้ามาในรอบคัดเลือกจำนวนมาก ก่อนคณะกรรมการจะทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ได้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบและมายืนบนเวที จนกระทั่งผู้หญิงทั้ง 4 คนนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นในวันนี้

ยามาฮ่า กีตาร์รีน่า 2019 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีที่เปิดโอกาสให้กับผู้หญิงได้แสดงความสามารถทางดนตรีที่ซ่อนอยู่ในตัวเองเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการจุดประกายให้ผู้หญิงทุกคนได้เห็นศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง พร้อมให้พวกเธอปลดปล่อยมันออกมา และทำให้โลกได้มีความสุขไปพร้อมกันในทุกรูปแบบที่เธอเป็น

อ่านเพิ่มเติม...
ยามาฮ่า กีตาร์รีน่า 2019YAMAHA GUITARINA 2019ดนตรีกีตาร์เล่นกีตาร์ความสามารถทางดนตรี