Thairath Logo
กีฬา

ภท.ลุย กทม.ย้ำเป้าแกนนำตั้ง รบ.ลั่นขอเป็นม้ามืดเบียดม้าเต็งเข้าวิน

Share :

"ภูมิใจไทย" รุกหนักส่ง "โฆษกพรรค" ซิ่งตุ๊กๆ ลุย กทม.ช่วยผู้สมัคร เขต 2 หาเสียง มั่นใจ "อนุทิน-นโยบาย" โดนใจชาวกรุง ลั่น ภท.ไม่ใช่ม้ารองบ่อน แต่เป็นม้ามืด เบียดม้าเต็งเข้าเส้นชัย ย้ำตั้งเป้าเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อวันที่ 18 มี.ค.62 แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคฯ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ดร.อุไร อนันตสิน ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 2 ปทุมวัน บางรัก สาทร ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดกิตติสาทร ตลาดเช้าสะพาน 2 ซอยเซ็นต์หลุยส์ ซอยเย็นจิต และศูนย์การค้าวรรัตน์ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนมารอและให้การตอบรับอย่างอบอุ่นเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ ยังได้ขับขี่รถตุ๊กๆ ให้ผู้สมัครนั่ง เพื่อขับหาเสียงรอบตลาดอีกด้วย

โดย พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ ทำให้เห็นว่าแนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนชาว กทม. ไม่ว่าจะเป็นนโยบายทำงาน 4 วัน และเรียน 4 วันต่อสัปดาห์ ส่วนอีก 1 วัน ให้ทำงานหรือเรียนที่บ้าน เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดมลภาวะ แก้ปัญหาการจราจร นโยบายเรียนออนไลน์ฟรีตลอดชีวิต นโยบายพักหนี้ กยศ. นโยบายขับแกร็บคาร์อย่างถูกกฎหมาย รวมถึงนโยบายปลูกกัญชาเสรีด้วย รวมทั้งภาคธุรกิจก็ให้ความมั่นใจในตัว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เป็นนักบริหารที่มีวิสัยทัศน์ ส่วนกระแสข่าวที่ว่าพรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคลำดับที่สามในการจัดตั้งรัฐบาลนั้น เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากทั้ง นายอนุทิน และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ พูดยืนยันชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น เพราะพรรคเรามีนโยบายที่ดี ประชาชนจับต้องได้ ซึ่งทุกนโยบายที่เราเสนอ เรายึดหลักแก้ปัญหาปากท้อง แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนทั้งสิ้น

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าวต่อว่า มาถึงเวลานี้ผลโพลต่างๆ ทำให้เห็นชัดว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ จนทำให้ นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคฯเป็นที่รู้จักมากขึ้น ที่เราบอกอย่างนี้ได้ ไม่ใช่เพราะเราหลงตัวเอง แต่เราได้เห็นจริงพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ คือ การลงพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนได้เห็นได้เข้าใจในตัวตนของหัวหน้าพรรคและผู้สมัครพรรค ที่สำคัญคือนโยบายพรรค ซึ่งประชาชนสะท้อนออกมาเป็นกระแสตอบรับที่ดีในทุกพื้นที่ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเข้าคูหา อะไรก็เกิดขึ้นได้ เราจึงมีความหวังที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วหากเราได้เป็นพรรคอันดับที่ 1 เราจะเชิญทุกพรรคมาร่วมกันทำงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตามแนวทางการสร้างประชาธิปไตยที่แข็งแรง แต่ถ้าเราไม่ได้เป็นพรรคลำดับที่ 1 เราขอยืนยันแนวทางที่เราจะไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใด พรรคนั้นจะต้องเปิดโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยได้ทำตามนโยบายที่ได้ให้กับประชาชนไว้ รวมถึง 4 หลักการสำคัญ ที่ท่านหัวหน้าพรรคได้ให้ไว้ในการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ทุกพรรคจะต้องเห็นพ้องกัน คือ 1.จะต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี 2.การร่วมรัฐบาลต้องไม่ก้าวเข้าสู่ความขัดแย้ง 3.รัฐบาลต้องมีเสถียรภาพในการทำงาน และ 4.พี่น้องประชาชนต้องได้รับการแก้ไขปัญหาปากท้อง ซึ่งถ้าไม่ได้ตามนี้ตนเชื่อมั่นว่า นายอนุทิน จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนแน่นอน คือ การเป็นฝ่ายค้าน

"พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ม้ารองบ่อน แต่เราจะเป็นม้ามืด ที่เร่งฝีเท้าปาดหน้าเข้าเส้นชัยเอาชนะม้าเต็งได้ เพราะการที่พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าการเมืองอย่างเข้มข้นทั้งการลงพื้นที่ทั่วประเทศ จะทำให้ประชาชนรู้ว่า พรรคมีความตั้งใจที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เรายืนยันว่าเราจะยึดผลประโยชน์ชองชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งสิ่งเดียวที่เราจะไม่ทำ คือ ทำลายประเทศและทำให้บ้านเมืองลุกเป็นไฟ ยืนยันอีกครั้งเราต้องการเป็นพรรคลำดับที่ 1 เป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่พรรครอร่วมรัฐบาล" พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ กล่าว

ขณะที่ ดร.อุไร กล่าวว่า การแข่งขันเขตนี้ถือว่าเป็นการแข่งขันที่รุนแรง เพราะมีเจ้าถิ่นเดิม แต่พรรคภูมิใจไทยก็มีนโยบายที่ชัดเจน และได้รับความสนใจจำนวนมาก พร้อมยืนยันไม่กังวลเจ้าของพื้นที่เดิม เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีความโดดเด่น รวมทั้งตนเองก็มีประสบการณ์ เป็นอดีต ส.ก.ทำงานด้านท้องถิ่นเขตปทุมวัน รวมถึงมีอดีต ส.ก.เขตบางรักมาช่วยด้วย จึงทำให้มั่นใจ และจากการลงพื้นที่ประชาชนตอบรับมากขึ้น ส่วนกรณีผู้สมัครคนสำคัญอีกคนที่ถูกตัดสิทธิ จะมีผลต่อคะแนนมากน้อยแค่ไหนนั้น ยังไม่สามารถวัดได้ แต่พรรคภูมิใจไทยก็ได้เปรียบ เนื่องจากก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่เล่นกีฬาสี ซึ่งประชาชนอาจเปลี่ยนมาสนับสนุนนโยบายของพรรคภูมิใจไทยแทน

อ่านเพิ่มเติม...
เลือกตั้ง62หาเสียงภูมิใจไทยภท.เลือกตั้ง