วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ชัชชาติ" ยัน "เพื่อไทย" ไม่จับมือเผด็จการ ดักคอ ส.ว.อย่าฝืนเสียง ปชช.

"ชัชชาติ" ยัน "เพื่อไทย" ไม่จับมือเผด็จการ ดักคอ ส.ว.อย่าฝืนเสียง ปชช.

  • Share:

"ชัชชาติ" ลุยหาเสียง กทม.ช่วยลูกพรรค จี้ กกต.ทำงานให้หนัก เร่งแจงวิธีกาบัตรเลือกตั้งให้ ปชช.ย้ำจุดยืน "เพื่อไทย" ไม่จับมือเผด็จการสืบทอดอำนาจ แจงนโยบายค่าแรง 400 บาท ค่อยเป็นค่อยไป ปรับตามเศรษฐกิจ แขวะ "บิ๊กตู่" ออกสารเตือนพรรคการเมือง เรื่องงบนโยบาย หมายถึง "พลังประชารัฐ" เตือน 250 ส.ว.อย่าฝืนเสียงประชาชน    

เมื่อวันที่ 15 มี.ค.62 นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่เขตพระนคร ช่วย น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 1 พรรคเพื่อไทย หาเสียงที่ตลาดรวมยาง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของที่ตลาดต่างตื่นเต้นเข้ามาทักทาย และขอเข้ามาถ่ายภาพคู่กับ นายชัชชาติ จำนวนมาก บางคนนำดอกไม้มามอบให้ และสวมกอดกับ นายชัชชาติด้วย

โดย นายชัชชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่มี 2 เรื่องที่ต้องฝาก คือ 1.พ่อค้าแม่ค้าหลายท่านยังไม่เข้าใจถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า จะลงคะแนนให้พรรคหรือผู้สมัครอย่างไร จึงอยากให้ กกต.ทำงานให้หนักมากขึ้น เพื่อชี้แจงวิธีการกาบัตรเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการคำนวนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ ที่ต้องให้มีความชัดเจนมากขึ้น มีตัวอย่างประกอบ เพราะเมื่อหลายคนไม่เข้าใจจะมีผลต่อการเลือกตั้ง และ 2.ปัญหาปากท้อง กำลังซื้อที่ลดลง รวมถึงปัญหายาเสพติด ที่มีการระบาดมากในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องสำคัญ โดยไม่ต้องรอหลังเลือกตั้งก็สามารถทำได้ และต้องรีบดำเนินการ

เมื่อถามถึงนโยบายโค้งสุดท้ายของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ตั้งเป้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 425 บาท และเงินเดือนของเด็กจบใหม่วุฒิปริญญาตรี เป็น 20,000 บาท นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยกำหนดเป็นเป้าหมายไว้ ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำในอนาคตต้องมีการปรับขึ้น เพราะที่ผ่านมาปรับขึ้นไม่มาก ต้องรอให้เศรษฐกิจเข้มแข็งขึ้นก่อน จึงจะปรังค่าแรงขั้นต่ำขึ้นได้ หัวใจหลักของรัฐบาลตอนนี้ ไม่ใช่ขึ้นทันที แต่ต้องทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน เพราะจะทำให้ค่าแรงขึ้นตามไปด้วยได้ ทั้งนี้การขึ้นค่าแรงมี 2 มิติ คือ ทำให้ประชาชนได้เงินเยอะขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการผลักคนออกจากระบบ มีการจ้างงานน้อยลง ดังนั้นนโยบายของพรรคเรามีเป้าหมายเพิ่มค่าแรงถึง 400 บาท แต่ต้องขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามสภาพเศรษฐกิจ

เมื่อถามว่า เป็นการแข่งขันกันโดยการนำเอาตัวเลขมาใช้ในการหาเสียง เปรียบเหมือนการใช้นโยบายเดิมๆ ในลักษณะเน้นประชานิยม กับประชารัฐ นายชัชชาติ กล่าวว่า ต้องระวังเรื่องดังกล่าว อย่างกรณีการปรับค่าแรงซึ่งเป็นภาระของภาคเอกชน รัฐบาลไม่ได้รับผิดชอบ และอาจส่งผลต่อความมั่นใจ ดังนั้น ต้องพูดให้ชัดเจนว่าการเพิ่มค่าแรงจำนวน 400 กว่าบาทนี้จะขึ้นอย่างไร และจะขึ้นเมื่อใด หรือต้องรอเศรษฐกิจดีขึ้นก่อน อย่างพรรคเพื่อไทยเราชัดเจนอยู่แล้วว่า การจะปรับขึ้นค่าแรงต้องรอให้เศรษฐกิจดีก่อน ส่วนเงินที่ต้องใช้เงินของรัฐในการจ่ายลงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องระวัง เพราะเข้าใจว่าเงินจะหมดแล้ว

เมื่อถามถึงกรณีนายกฯออกสารเตือนพรรคการเมืองให้ระมัดระวัง รวมถึงบอกที่มาของเงินที่จะมาใช้จ่ายตามนโยบาย นายชัชชาติ กล่าวว่า เป็นกฎหมายอยู่แล้ว ที่จะทำอะไรก็ต้องส่งให้ กกต. ทั้งนี้ท่านอาจจะพูดถึงพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะเขาเสนอนโยบายที่ใช้เงินเยอะ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยไม่ได้เน้นเรื่องการใช้เงิน เพราะเรารู้ว่ามีข้อกำหนดอยู่ และมองว่าสถานการณ์ปัจจุบัน จะต้องเข้าไปเป็นรัฐบาลก่อน จะเห็นสภาพที่แท้จริงว่า สถานะทางการเงินการคลังเป็นอย่างไร 

เมื่อถามถึงกรณีที่ท่าทีของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนไป โดยระบุหากอนาคตทางออก คือ การจับมือกับพรรคเพื่อไทย ก็พร้อม นายชัชชาติ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด อีก 7 วัน หลังการเลือกตั้ง เราชัดเจนว่า จะไม่ร่วมกับพรรคที่มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ไม่ใช่ที่ตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องนโยบายและปรัชญาของพรรคด้วย

เมื่อถามถึงกรณี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ระบุหากไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อ จะไม่มีนักลงทุนมาลงทุน นายชัชชาติ กล่าวว่า "จริงเหรอ ผมคิดว่าไม่น่าเกี่ยวกับตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของความมั่นใจ และหัวใจคือการทำเลือกตั้งให้โปร่งใส ให้ทุกคนตรวจสอบได้ ส.ว.ต้องไม่ฝืนเสียงของประชาชน ถ้าทำแบบนี้ได้นักลงทุนจะมีความมั่นใจ"

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้