วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผบ.ตร. สั่งเร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการ ก่อเหตุวางระเบิดป่วนพัทลุง-สตูล

ผบ.ตร. สั่งเร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการ ก่อเหตุวางระเบิดป่วนพัทลุง-สตูล

  • Share:

"จักรทิพย์" เผยรู้ตัวมือวางระเบิดป่วนพัทลุง-สตูล แล้ว อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เชื่อมโยงเครือข่ายขบวนการ เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย...

วันที่ 15 มี.ค. 62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึง สถานการณ์รุนแรงเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.พัทลุง และจ.สตูล ว่า พบความเคลื่อนไหวการก่อเหตุ คาดว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลเป้าหมายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ออกไปก่อเหตุนอกพื้นที่ หลังจากฝ่ายความมั่นคงได้ระดมกวาดล้างอิทธิพลจากยาเสพติดและธุรกิจเถื่อนในพื้นที่ รวมทั้งเปิดปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขาและตรวจเข้มแนวชายแดนต่อเนื่องที่ผ่านมา

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทราบตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวแล้ว อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายขบวนการเพิ่มเติม ให้ตำรวจเร่งรัดติดตามความคืบหน้าของคดี นำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ขณะเดียวกันต้องระวังไม่ตกเป็นเครื่องมือในการสร้างเงื่อนไขใหม่ พร้อมทั้งให้จับตาและติดตามความเชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลและผลประโยชน์เดิมในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

รวมทั้งประสานการทำงานร่วมกับภาคประชาชน และผู้นำในพื้นที่ทุกระดับอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและพัฒนาระบบตรวจสอบป้องกันในพื้นที่ ทั้งการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมและขยายเครือข่ายงานข่าวภาคประชาชน ให้ครอบคลุมการดูแลความปลอดภัยในทุกพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นกำลังใจกับประชาชน ครูและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบ โดยภาพรวมประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสะท้อนถึงความต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และรังเกียจการกระทำที่ป่าเถื่อนใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ทางด้าน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) เผยว่า ให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มและกำหนดมาตรการเชิงรุกในการป้องกันเหตุร้ายและรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน จะต้องมีความพร้อมเรื่องกล้องวงจรปิด ไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่จุดเสี่ยง โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ตำรวจภูธรภาค 9 โดย ตำรวจภูธรจังหวัด พัทลุง, สตูล, ตรัง และสงขลา วางแผนในการจัดสายตรวจสัมพันธ์เชื่อมโยงในลักษณะโครงข่ายเหลื่อมเวลาให้ครอบคลุม นอกจากมีเป้าหมายในการตรวจค้นบุคคล ยานพาหนะแล้ว ให้เน้นการบันทึกภาพบุคคล หมายเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หมายเลขทะเบียนยานพาหนะ เพื่อใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบประกอบความเชื่อมโยงข้อมูลได้ทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการป้องกันเหตุร้าย แต่เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นแล้ว จะต้องเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้