วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โครงการอีอีซีต้องเดินหน้า! "บิ๊กตู่" ร่ายมนต์เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนโลก

โครงการอีอีซีต้องเดินหน้า! "บิ๊กตู่" ร่ายมนต์เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนโลก

  • Share:



“บิ๊กตู่” ยืนยันต่อหน้าผู้จัดการกองทุนจากทั่วโลกกว่า 300 คน ว่า โครงการอีอีซีไม่มีทางหยุดชะงักแน่นอน เพราะเป็นกฎหมายและมีผลบังคับใช้แล้ว พร้อมชี้ทางสว่างไทยเป็นประตูสู่อาเซียน และอาเซียนเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการลงทุนและการทำธุรกิจสูง มั่นใจหลังลงนาม RCEP จะเป็นความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่มีมูลค่ารวมกันมากที่สุดในโลก หรือ 31.6% ของจีดีพีโลก ทำให้ไทยและอาเซียนได้ประโยชน์สูงสุด ตบท้ายชวนนักลงทุนต่างชาติร่วมเป็นหุ้นส่วนกับอาเซียนในการขยายธุรกิจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุม CLSA อาเซียน ประจำปี 2562 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ซึ่งจัดโดยบริษัทหลักทรัพย์ CLSA (ประเทศไทย) โดยมีผู้จัดการกองทุนจากทั่วโลกกว่า 300 คน เข้าร่วมฟัง โดยพลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศให้เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เป็นแหล่งลงทุนแห่งใหม่ของประเทศไทย โดยได้ออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ดังนั้นรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ ต้องดำเนินงานตามแผนการที่วางไว้ จึงขอให้นักลงทุนต่างชาติสบายใจได้ว่า สิ่งที่รัฐบาลนี้ ได้ประกาศไปว่าจะมีการลงทุนในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) โครงการขยายท่าเรือแหลมฉบัง และการก่อสร้างเมืองอัจฉริยะ เป็นต้น โดยจะยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน

การทำงานของรัฐบาลในปัจจุบันได้เดินตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ถือเป็นกฎหมายปฏิรูปฉบับแรก ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงทำให้แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี มีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการ และที่ผ่านมา รัฐบาลได้วางแนวทางการทำงานทั้งระยะสั้น 5 ปี ระยะกลาง 10 ปี และระยะยาวอีก 20 ปี เพื่อพัฒนาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง จากปัจจุบันที่จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง ซึ่งหากไม่มีการทำงานในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวแล้วก็จะไม่เกิดอะไรขึ้น ดังนั้น ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจึงได้ลงทุนหลายๆเรื่องพร้อมกัน จนทำให้ไทยเป็นหนึ่งในคำตอบของการทำธุรกิจ เพราะเป็นประเทศที่มีทำเลอยู่ใจกลางอาเซียน ดังนั้น ประเทศไทยและทุกประเทศในอาเซียนต้องไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง แม้ประเทศไทยจะเป็นพื้นที่เล็ก แต่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมโลกด้วยเช่นกัน

“ในปีนี้ประเทศไทยได้เป็นประธานอาเซียน จึงขอยืนยันว่า ไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน โดยได้มีกำหนดแนวคิดไว้แล้ว คือ ความร่วมมือเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ โดยประเทศสมาชิกจะได้รับประโยชน์ในด้านต่างๆที่สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยจะผลักดันอาเซียนให้เจริญเติบโตให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกวันนี้มีทูต และคณะผู้บริหารบริษัทเอกชนจากต่างประเทศเดินทางมาเข้าพบตนเองเป็นจำนวนมาก เพื่อต้องการทราบทิศทางการลงทุนของประเทศ”

พลเอกประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีศักยภาพที่จะก้าวไปสู่กลุ่มเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของโลกภายในปี 2030 นอกจากนี้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียนที่มีความแนบแน่นระหว่างกัน และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP (ความตกลงเขตการค้าเสรี ระหว่าง 10 ชาติสมาชิกอาเซียน และ 6 ชาติคู่เจรจา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์) ซึ่งคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงของการเจรจาได้ในอีกไม่นาน จะกลายมาเป็นความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก หรือประมาณ 31.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (จีดีพีโลก) ขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาเซียน และอาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสำหรับการลงทุนและทำธุรกิจ ทำให้ไทยและอาเซียนได้ประโยชน์สูงสุด ดังนั้น ความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศในภูมิภาค จะช่วยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนในภูมิภาค รวมถึงความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือเอสเอ็มอี ความร่วมมือด้านนวัตกรรม การปฏิรูปอุตสาหกรรม และการพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมทั้งสนับสนุนแนวคิด “Digital ASEAN” เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศสมาชิก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค และเป็นการเสริมสร้างความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจผ่านเทคโนโลยีต่างๆ จะต้องดำเนินการต่อไป

“ภาคเอกชนจะเป็นจุดแข็งในการพัฒนาอาเซียน เพื่อลดช่องว่างและสร้างการเติบโตในภูมิภาคร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและความเชื่อมโยงกันในภูมิภาค ที่จะนำไปสู่การพัฒนาในระยะยาว จึงหวังว่า นักธุรกิจที่มาร่วมงานในวันนี้ จะร่วมเติบโตและเข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับอาเซียนในการขยายธุรกิจต่อไป สำหรับประเทศไทยนั้น รัฐบาลได้เร่งเดินหน้าปฏิรูปประเทศในทุกมิติ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะนำประโยชน์มาสู่ประเทศไทยเท่านั้น แต่จะช่วยกระจายความมั่งคั่งไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านด้วย”.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้