วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สั่งประหารชีวิต “ผู้กองเหน่ง” พยานอิเล็กทรอนิกส์ (คลิป)

สั่งประหารชีวิต “ผู้กองเหน่ง” พยานอิเล็กทรอนิกส์ (คลิป)

  • Share:

อีกทั้งบุคคล-เอกสาร สอดคล้องฆ่า ผอ.อ้อย

ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิต “ผู้กองเหน่ง” อุ้มฆ่า “ผอ.อ้อย” พร้อมให้ชำระค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ร่วม รวมเป็นเงินกว่า 2.3 ล้านบาท ให้เหตุผลว่าแม้ฝ่ายโจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน แต่พยานหลักฐานสอดคล้องติดต่อเป็นลำดับ ยากต่อการสร้างเรื่องปรักปรำ ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 3 คน เป็นนายหน้าจำนำรถและคนรับจำนำรถของผู้ตาย หลักฐานฟังไม่ได้ว่ากระทำผิดตามฟ้อง ให้ยกฟ้อง

ศาลพิพากษาลงโทษประหารชีวิต “ผู้กองเหน่ง” จำเลยคดีอุ้มฆ่า “ผอ.อ้อย” เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 มี.ค. ที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ร.อ.ศุภชัย หรือเหน่ง ภาโส นางสุชาวดี ปทุมอินทน์ นายวิฑูรย์ ท้าวแก้ว และนายประกรรษวัต คณะพันธ์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในข้อหาร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น และร่วมกันลักทรัพย์ หรือร่วมกันรับของโจร ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

สืบเนื่องจากคดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 60 น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ “ผอ.อ้อย” ผู้อำนวยการกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปพร้อมรถเก๋งโตโยต้าวีออสสีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ หลังขับรถออกจากบ้านเช่า ด้านหลัง ธ.ก.ส. สาขากันทรลักษ์ เพื่อส่งลูกสาวที่โรงเรียน ต่อมาสามีและญาติเข้าแจ้งความที่ สภ.กันทรลักษ์ มีการตั้งชุดสืบสวนสอบสวนติดตามค้นหาเชื่อว่าอาจถูกคนร้ายลักพาตัว จนกระทั่งพบชิ้นส่วนกะโหลก ต้นขา นาฬิกา และเข็มขัดผ้าของผู้ตายอยู่ในป่าบริเวณรอยต่อไทย ลาว และกัมพูชา “สามเหลี่ยมมรกต” ต.โดยประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 23 ต.ค.60 หลังหายตัวไปกว่า 3 เดือน

ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานคำให้การเพื่อนผู้ตาย ระบุผู้ตายกำลังจะทวงหนี้ 5 แสนบาทจากผู้กองเหน่ง รวมทั้งหลักฐานการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย การแสดงตัวเป็นผู้ตายทวงเงินลูกหนี้ผ่านทางโซเชียลมีเดีย หลักฐานเกี่ยวกับการนำรถเก๋งของผู้ตายไปจำนำ จนมีการดำเนินคดีแจ้งข้อหา ร.อ.ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง อดีตทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ นางสุชาวดี กับนายวิฑูรย์ นายหน้าจำนำรถเก๋งของผู้ตาย และนายประกรรษวัต ผู้รับจำนำรถ สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2561 โดยมีนายบุญเลิศ และนางแหลม อุ่นอ่อน พ่อแม่ของผู้ตาย นายวิทยา เกษแก้ว สามี กับลูกสาวผู้ตาย เข้าเป็นโจทก์ร่วม ส่วนจำเลยที่ 2-4 ถูกฟ้องในข้อหาร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ก่อนขึ้นห้องพิจารณานายวิทยา เกษแก้ว สามี ผอ.อ้อย และครอบครัว มาศาลด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม รวมทั้งนำภาพถ่าย ผอ.อ้อยมาด้วย เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2-4 ที่ได้รับการประกันตัว เดินทางมาศาลพร้อมทนาย ส่วน ร.อ.ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำขึ้นรถตู้ของเรือนจำเดินทางมาที่ศาลโดยตรงเข้าไปส่งถึงประตูห้องควบคุมหลังศาล ก่อนจะถูกคุมตัวเข้าห้องพิจารณาร่วมฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ ร่วม รวมทั้งจำเลยทั้ง 4 เห็นว่าในส่วนของจำเลยที่ 1 แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานยืนยันการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 การสืบสวนสอบสวนได้ความเป็นขั้นเป็นตอนโดยมีพยานบุคคล พยานเอกสารและพยานอิเล็กทรอนิกส์อ้างอิงสอดคล้องติดต่อเป็นลำดับ ยากที่เจ้าพนักงานจะสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อปรักปรำจำเลยที่ 1 เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์อันเป็นพิรุธหลายประการของจำเลยที่ 1 แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดความฟ้องโจทก์ พิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 สถานเดียว ในส่วนคดีแพ่งให้ชำระค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆแก่โจทก์ร่วมทั้งสี่คนเป็นเงิน 300,000 บาท ชำระค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ร่วมที่ 1 (แม่) และโจทก์ร่วมที่ 2 (พ่อ) รวมเป็นเงิน 540,000 บาท ชำระแก่โจทก์ร่วมที่ 3 (สามี) เป็นเงิน 216,000 บาท และชำระแก่โจทก์ร่วมที่ 4 (บุตร) 1,320,000 บาท รวมเป็นเงิน 2,376,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในส่วนของจำเลยที่ 2-4 พยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2-4 ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร และร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม พิพากษาให้ยกฟ้อง

นายวิทยา เกษแก้ว สามี ผอ.อ้อย กล่าวว่า ถือว่าศาลได้ให้ความยุติธรรมแก่ผู้สูญเสีย ก็ดีใจและพอใจในคำตัดสินระดับหนึ่ง ถึงศาลจะลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างไรคนตายก็ไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้ ต้องรอไปอีกสองศาลคือ อุทธรณ์และฎีกา เชื่อว่าผู้ก่อเหตุจะต้องสู้ต่อ และดิ้นไปจนถึงฎีกาแน่นอน ขณะที่พ่อแม่และญาติ ผอ.อ้อย รู้สึกพอใจในคำตัดสินของศาลเช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้