วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เลี้ยงปลาหมอไม่ง้อยาง 5 เดือน..ตัวละครึ่งโล

เลี้ยงปลาหมอไม่ง้อยาง 5 เดือน..ตัวละครึ่งโล

  • Share:

“เดิมเปิดร้ายขายอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือที่หาดใหญ่ แต่เศรษฐกิจไม่สู้ดี 3 ปีที่แล้วเลยกลับมาเริ่มต้นใหม่กับสวนยางที่บ้านเกิด แต่เมื่อยางราคาตกทำอะไรไม่ได้มาก จึงคิดว่าน่าจะทำอะไรเสริมบนพื้นที่ว่างตามร่องสวน ศึกษาหาความรู้จากสื่อต่างๆ โดยเฉพาะโซเชียล สุดท้ายมาลงตัวที่เลี้ยงปลาหมอชุมพร เพราะภาคใต้ขายได้ราคาดี แต่จะขุดบ่อกลัวจะกระทบกับรากต้นยาง จึงทดลองทำบ่อบนดินเอาไม้มากั้นเป็นโครง แล้วปูด้วยผ้าใบ ลองผิดลองถูกอยู่กว่า 2 ปี จึงได้สูตรสำเร็จจนทุกวันนี้”

สัญชัย เพชรคง เจ้าของ “ฟาร์มปลาหมอโกแอ๊ะ” ต.ควนศรี อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี บอกถึงที่มาของการเลี้ยงปลาหมอชุมพรในบ่อปูผ้าใบ ที่สามารถเลี้ยงได้น้ำหนัก 2 ตัวต่อ กก. ในระยะเวลาการเลี้ยงแค่ 5 เดือนเท่านั้น

ปัจจุบันเลี้ยงไปทั้งหมด 30 บ่อ มีทั้งแบบบ่อสี่เหลี่ยม และบ่อสี่เหลี่ยมมีขนาดกว้าง 4 ม. ยาว 6 ม. สูง 1 ม. เดิมใช้ไม้เป็นโครงแต่ปัจจุบันใช้อิฐบล็อกแทนเพื่อความคงทน...ส่วนบ่อกลมมีขนาดเส้นผ่า ศูนย์กลางกว้าง 6 ม. สูง 1 ม. ใช้ท่อพีวีซีเป็นโครงบ่อ

แต่ละบ่อปล่อยน้ำสูง 80 ซม. ลงปลาได้บ่อละ 700 ตัว สำหรับบ่อไม่มีระบบเติมอากาศ...แต่ถ้าติดตั้งระบบเติมอากาศจะลงได้บ่อละ 2,100 ตัว ส่วนการบริหารจัดการจะใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ คนเดียวก็เลี้ยงได้ ไม่ต้องจ้างแรงงาน...
ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ตั้งเวลาให้เปลี่ยนอัตโนมัติวันละ 17 ครั้ง ทั้งกลางวันกลางคืน ปลาได้รับน้ำใหม่ จะกระตุ้นให้กินอาหารได้มากขึ้น การใช้อาหารก็เช่นกัน ให้อาหารปลาดุก ตั้งเวลาอัตโนมัติให้ทุก 3 ชั่วโมง

ข้อดีของการเลี้ยงปลาหมอแบบนี้...ช่วยให้การบริหารจัดการง่าย ประหยัดต้นทุน ปลากินอาหารมาก ได้ปลาตัวใหญ่ในเวลาสั้น ไม่เหม็นสาบโคลน อัตรารอดสูง เมื่อเทียบกับบ่อดิน ไม่ต้องเสียเวลาวิดน้ำหลายชั่วโมง สามารถจับปลาทีละน้อยๆ 1-2 กก.ได้ง่ายๆ แค่เอาสวิงไปช้อน

ที่สำคัญน้ำเสียที่เปลี่ยนถ่าย สามารถเอามารดต้นยาง ทำให้เปลือกยางนิ่ม กรีดง่ายๆ น้ำยางข้น ไม่ต้องซื้อปุ๋ยให้สิ้นเปลืองต้นทุน

“เราทำของดีออกมา สามารถกำหนดราคาเองได้ ปลาหมอของผมกำหนดราคาปากบ่อไว้เลย กก.ละ 85 บาท ต่ำกว่านี้ไม่ขาย ขณะที่ทั่วไปขายได้แค่ กก.ละ 60-65 บาท ถึงของเราจะแพงกว่า แต่ก็มีพ่อค้าจากชลบุรี นครสวรรค์มารับถึงที่ เพราะปลาเราไม่มีกลิ่นโคลนเหมือนเจ้าอื่น ปลาส่วนหนึ่งเราขายในพื้นที่ ให้ชาวบ้านว่างงาน หรืออยากมีรายได้พิเศษมาตักไปได้ก่อน แล้วค่อยเอาเงินมาจ่ายคืนทีหลัง ช่วยให้ชาวบ้านได้กำไรจากส่วนต่าง กก.ละ 15-35 บาท เพราะบางคนเอาไปขายแบบดีลิเวอรีส่งถึงบ้านละแวกใกล้เคียง”

จากความสำเร็จที่ทำมา เจ้าของ “ฟาร์มปลาหมอโกแอ๊ะ” พร้อมเผยเทคนิคการสร้างรายได้เสริมในสวนยางให้กลายเป็นรายได้หลัก สนใจสอบถามได้ที่ 08-3016-5247.

กรวัฒน์ วีนิล

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้