วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำความรู้จักกับ “โรคตาแห้ง”

ทำความรู้จักกับ “โรคตาแห้ง”

  • Share:


“โรคตาแห้ง” เป็นโรคของผิวหน้าดวงตา เนื่องจากน้ำตาเป็นองค์ประกอบหนึ่งของผิวหน้าดวงตา และโรคนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยลักษณะสำคัญของโรคตาแห้งคือ การสูญเสียสภาวะสมดุลของน้ำตา ควบคู่กับการมีอาการทางตา ได้แก่ ความไม่สบายตาต่างๆ และการมองเห็นที่ผิดปกติไป

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่

• ผู้สูงอายุ มีอัตราการเกิดโรคตาแห้งสูงขึ้น

• เพศหญิงเป็นมากกว่าเพศชาย

• การมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง โรคความดันโลหิตสูง ที่จำเป็นต้องทานยาขับปัสสาวะซึ่งอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการตาแห้ง ผู้ป่วยที่มีโรคทางจิตเวชกลุ่มโรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล ที่ต้องทานยาบางตัวที่อาจมีผลข้างเคียงเช่นกัน หรือโรคเบาหวาน เป็นต้น

• การใช้สายตากับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน

อาการ 

อาการของโรคตาแห้งนั้นมีหลายรูปแบบ ได้แก่ ความรู้สึกไม่สบายตา แสบตา ตาแห้ง ขัดเคืองตา ตาล้า ไปจนถึงการมองเห็นที่ผิดปกติ

ชนิดของโรคตาแห้ง

โรคตาแห้งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดตามกลไกการเกิดโรค คือ

• Aqueous-deficient dry eye (ADDE) หมายถึง โรคตาแห้งที่เกิดจากการสร้างน้ำตาลดลง

• Evaporative dry eye (EDE) หมายถึง โรคตาแห้งที่เกิดจากการระเหยของน้ำตาเร็วหรือมากเกินไป ในขณะที่การทำงานของต่อมน้ำตายังปกติ

ผลกระทบของโรคตาแห้ง

1. ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม เกิดจากอาการไม่สบายตาต่างๆ การมองเห็นที่ผิดปกติ และการที่ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยพบว่า ผู้ป่วยโรคตาแห้งแบบไม่รุนแรงและรุนแรง ประสบปัญหาคุณภาพชีวิตลดลงในระดับเดียวกับผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินระดับน้อย และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบระดับปานกลางถึงรุนแรงตามลำดับ และในผู้ที่เป็นโรคตาแห้งขั้นรุนแรงมาก พบว่ามีคุณภาพชีวิตแย่กว่าผู้ป่วยกระดูกสะโพกหัก

นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคตาแห้งอาจมีปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้น 2-3 เท่า ได้แก่ การอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์ การดูโทรทัศน์ การขับรถในเวลากลางวันหรือกลางคืน และการใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เป็นต้น และหากผู้ป่วยโรคตาแห้งมีความผิดปกติของสายตา เช่น สายตาสั้น ยาว หรือเอียง หรือมีต้อกระจกร่วมด้วย จะทำให้มีข้อจำกัดในการรักษาด้วยเลนส์สัมผัส การผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ หรือการผ่าตัดต้อกระจก รวมถึงอาจทำให้ผลการผ่าตัดไม่ดีตามที่ควรจะเป็น

2. ผลกระทบต่อการมองเห็น คุณภาพการมองเห็นของผู้ป่วยโรคตาแห้งอาจด้อยลง ซึ่งเกิดจากความไม่เสถียรของน้ำตา และความไม่เรียบของผิวกระจกตา หากโรคตาแห้งเป็นรุนแรงมากขึ้น ระดับการมองเห็นอาจลดลงตามมา เป็นสาเหตุให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยแย่ลงได้

3. ผลกระทบต่อสุขภาพจิตใจ ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ซึมเศร้า กังวล และง่วงนอนในเวลากลางวันมากกว่าคนปกติ นอกจากนี้ยังพบว่าโรคตาแห้งรวมถึงอาการไม่สบายตาคล้ายโรคตาแห้ง แต่ตรวจไม่พบความผิดปกติที่ผิวหน้าดวงตา มีความสัมพันธ์กับโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวล และการที่ผู้ป่วยโรคตาแห้งมีคุณภาพชีวิตลดลง จากอาการของโรคที่เป็นรุนแรงหรือเรื้อรัง หรือมีคุณภาพในการมองเห็นด้อยลงก็อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพจิตในเวลาต่อมาได้

การวินิจฉัยโรค

• มีอาการของโรคตาแห้ง โดยถ้าใช้แบบสอบถาม Dry Eye Questionnaire-5 (DEQ-5) ต้องมีคะแนนตั้งแต่ 6 ขึ้นไป หรือถ้าใช้แบบสอบถาม Ocular Surface Disease Index (OSDI) ต้องมีคะแนนตั้งแต่ 13 ขึ้นไป
• มีผลการตรวจตาที่บ่งบอกว่าสมดุลของน้ำตาผิดปกติ จากการตรวจอย่างน้อย 1 ใน 3 อย่างต่อไปนี้คือ tear breakup time (TBUT) ความเข้มข้นของสารที่อยู่ในน้ำตา (tear osmolariy) และการติดสีที่ผิวหน้าดวงตา (ocular surface staining)

การรักษา

การรักษาโรคตาแห้งแบ่งออกเป็น 2 วิธีใหญ่ๆ คือ

• การรักษาด้วยยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนปริมาณของน้ำตาที่ลดลง แก้ไขการอักเสบของผิวหน้าดวงตา และเพื่อแก้ไขความผิดปกติของเปลือกตาที่พบร่วมหรือเป็นสาเหตุของโรคตาแห้ง

• การรักษาด้วยการผ่าตัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขการลดลงของปริมาณน้ำตา แก้ไขความผิดปกติของเปลือกตาหรือผิวหน้าดวงตา และเพื่อแก้ไขฟื้นฟูผิวหน้าดวงตาที่ถูกทำลายจากผลของโรค ซึ่งรักษาด้วยยาไม่ได้ผล

การป้องกัน

• หากต้องทำงานที่ใช้สายตากับคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ เป็นเวลานาน ควรพักสายตาทุกๆ 20 นาที โดยการหลับตา หรือมองออกไปไกลๆ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที และควรกะพริบตาในขณะใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ด้วย

• เมื่ออยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอากาศแห้งมาก ควรหลับตาเพื่อลดการระเหยของน้ำตาออกจากผิวหน้าดวงตา

• ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว

• ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ต่อเนื่องนานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน

------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

รศ.พญ.เกวลิน เลขานนท์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้