ข่าว
100 year

เบื้องลึกถกแก้น้ำมันปาล์ม"สุเทพ"งัดไม้ตายขู่ปิดโรงงาน

ไทยรัฐออนไลน์24 ก.พ. 2554 05:15 น.
SHARE

เปิดเบื้องหลังการประชุมกรรมการนโยบาย ปาล์มน้ำมัน "สุเทพ" เดิมพันตัวเองจะอยู่หรือไปขึ้นอยู่กับน้ำมันปาล์มขวดต้องมีขายให้ ประชาชน ถ้าเอกชนผิดสัญญาก็ต้องปิดโรงงาน ไขปมที่มาสูตรอัตราชดเชยลิตรละ 9.50 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ(กนป.) ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะออกมาแถลงผลการประชุมว่าที่ประชุมมีมติให้อุดหนุนโรงกลั่นน้ำมันปาล์มซื้อน้ำมันปาล์มดิบในประเทศจำนวน 15,000 ตัน จากโรงสกัดน้ำมันปาล์ม เพื่อผลิตน้ำมันปาล์มขวดขายให้กับประชาชนในราคาเดิมที่ลิตรละ 47 บาท โดยที่รัฐบาลจะเข้าไปชดเชยให้ลิตรละ 9.50 บาท พร้อมกับให้นำเข้าน้ำมันปาล์มดิบแยกไขจากต่างประเทศจำนวน 30,000 ตัน มาผลิตเป็นน้ำมันปาล์มขายให้ประชาชนโดยรัฐบาลชดเชยให้โรงกลั่นเช่นกันลิตรละ 5 บาท รวมวงเงินชดเชยประมาณ 200 ล้านบาทนั้น การประชุมใช้เวลาถกเถียงกันนานเกือบ 4 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายสุเทพได้กล่าวกับที่ประชุมว่า ความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะขาดแคลนน้ำมันปาล์ม ได้กระจายไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้ กนป.มาพิจารณาแก้ไขทั้งระบบแบบครบวงจร ตั้งแต่เกษตรกร โรงงานสกัด โรงกลั่น การผลิตไบโอดีเซล และการดูแลผู้บริโภค ซึ่งการแก้ไขจะต้องทำกันอย่างรอบคอบ เพราะเรื่องนี้มีคนจับตาอยู่มาก ถ้าผิดพลาดไปก็มีสิทธิ์ตกเป็นจำเลย ดังนั้น จึงได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มาเข้าฟังในที่ประชุมด้วย เพราะหากเป็นคดีขึ้นมาจะได้สอบสวนได้ถูกคน

"การแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มกันครั้งนี้ หลังจากที่ได้ข้อตกลงกันแล้ว ผู้ประกอบการโรงกลั่นจะต้องทำสัญญากับกระทรวงพาณิชย์เป็นรายๆไป ว่าจะต้องผลิตและส่งขายจำนวนเท่าใด ตรวจสอบปริมาณกันให้ถูกต้องเพื่อรับเงินชดเชย ซึ่งเป็นเงินของแผ่นดิน ทุกอย่างต้องมีคำตอบที่ชัดเจนและจะต้องมีน้ำมันปาล์มมาวางจำหน่ายบนชั้นวางสินค้าให้กับประชาชนให้ได้ หากไม่เช่นนั้นต้องมีการปิดโรงงานกันไปเลย เพราะถ้าไม่มีน้ำมันปาล์มมาขาย ผมก็อยู่ไม่ได้ ผมก็ต้องรบทุกรูปแบบ ซึ่งก่อนที่ผมจะไปพวกคุณต้องไปก่อนผม"

ในระหว่างการประชุม นายสุเทพได้ถามทางดีเอสไอว่า ถ้าผู้ประกอบการที่ทำสัญญากับกระทรวงพาณิชย์เล่นตุกติก จะเอาผิดทางกฎหมายได้หรือไม่ ทางตัวแทนจากดีเอสไอกล่าวว่า สามารถเอาผิดได้ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดราคาสินค้าและบริการ ในกรณีที่กักตุน ไม่จำหน่าย หรือปั่นราคาจะมีความผิดตามมาตรา 29, 30 และ 31 มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ ไม่เกิน 140,000 บาท

นอกจากนี้ นายสุเทพยังได้เสนอให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าที่โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เพื่อเช็กยอดผลิตทุกวันทั้งในส่วนที่เป็นผลผลิตจากในประเทศ 15,000 ตัน และที่จะนำเข้ามาจากต่างประเทศ อีก 30,000 ตัน ขณะที่ในส่วนของโรงสกัดน้ำมันปาล์มจะส่งเจ้าหน้าที่เกษตรเข้าไปตรวจสอบการรับซื้อปาล์มจากเกษตรกรด้วย โดยกำหนดราคารับซื้อผล ปาล์มดิบทะลายไว้ที่ กก.ละ 7 บาท พร้อมทั้งควบคุมไม่ให้รับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกร เพราะเปอร์เซ็นต์ การให้น้ำมันจะน้อย และจะต้องมีการรณรงค์ให้ เกษตรกรตัดปาล์มสุกมาขายเท่านั้น เพราะเปอร์เซ็นต์ น้ำมันจะสูงกว่า โดยเปอร์เซ็นต์น้ำมันควรจะอยู่ที่ 17-18% ขณะที่ปาล์มดิบให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่ประมาณ 15% เท่านั้น ซึ่งเปอร์เซ็นต์การให้น้ำมันที่ลดลง จะส่งผลให้ผลผลิตน้ำมันปาล์มของประเทศลดลงไปด้วย

สำหรับอัตราการชดเชยปาล์มในประเทศที่ลิตรละ 9.50 บาท และที่นำเข้าลิตรละ 5 บาทนั้น เป็นตัวเลขที่เสนอจากนายสุเทพ ซึ่งที่ประชุมได้หาข้อสรุปกัน ในส่วนของโรงสกัดน้ำมันปาล์มนั้น คำนวณ มาจากต้นทุนที่ผลปาล์มดิบที่ กก.ละ 7 บาท คิดอัตราการให้น้ำมันที่ 16% ซึ่งน้ำมันปาล์มดิบ 1 ลิตรจะต้องใช้ผลปาล์มดิบ 6.25 กก. หรือคิดเป็นต้นทุนที่ลิตรละ 43.75 บาท รวมค่าผลิตและค่าขนส่งอีกลิตรละ 1 บาท เป็นตัวเลขที่โรงสกัดจะส่งขายให้โรงกลั่นในราคาลิตรละ 44.75 บาท เพื่อไปผลิตเป็นน้ำมันขวดออกขายให้ประชาชน จากนั้นโรงกลั่นจะส่งขายให้ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ห้างสรรพสินค้าในราคา 44 บาท เพื่อให้กลุ่มจัดจำหน่ายได้ค่าบริหารจัดการจำนวน 3 บาท ขณะที่โรงกลั่นจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลในอัตราลิตรละ 9.50 บาท ซึ่งจะชดเชยให้เฉพาะในส่วนที่ผลิตขายให้ผู้บริโภคเท่านั้น ขณะที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือไก่ทอด จะซื้อในราคาปกติที่ไม่มีการชดเชย ส่วนน้ำมันปาล์มที่นำเข้าจากต่างประเทศที่จะชดเชยให้ลิตรละ 5 บาทนั้น คิดฐานการคำนวณที่ราคาน้ำมันดิบแยกไขนำเข้าที่ตันละ 1,310 เหรียญสหรัฐฯ หากซื้อได้ราคาต่ำกว่าก็ลดลงตามสัดส่วน

อย่างไรก็ตาม นายสุเทพได้สั่งให้ที่ประชุมมาประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์อีกครั้งในวันที่ 8 มี.ค.2554 โดยนายสุเทพกล่าวว่า กนป.จำเป็นที่จะต้องประชุมให้ถี่ขึ้น อาจจะทุก 7 วัน หรือ 15 วัน เพื่อให้สามารถติดตามแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น และคาดว่าสถานการณ์ ผลผลิตปาล์มน้ำมันจะเริ่มคลี่คลายได้ในเดือน  มี.ค. เป็นต้นไป  ซึ่งผลผลิตปาล์มในประเทศจะเริ่มมีมากขึ้น และจะออกมาจำนวนมากในเดือน เม.ย.นี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้